วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569
ไม่ปิดประตูจับมือ‘พท.-ปชน.’
'มาร์ค’กาง3เงื่อนไข
สุจริต-ปลอดทุนเทา
ไม่สร้างความขัดแย้ง
ทัวร์ลง‘พิธา’ง้อทหาร
“อภิสิทธิ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทอดสะพานพร้อมจูบปากเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ตั้งเงื่อนไขต้องสุจริต ปลอดทุนเทา และไร้ความขัดแย้ง ขณะ“ยศชนัน” นำทัพเพื่อไทย หาเสียงเชียงใหม่ โกยคะแนนระรื่น ด้าน “ชูวิทย์-ชัยวุฒิ” รุมยำ “พิธา”ไม่จริงใจกรณีขอโทษทหาร เหน็บคงกลัวพาพรรคส้มลงเหวในศึกเลือกตั้ง แต่สายไปแล้ว
เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ตลาดบองมาเช่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ร่วมกันลงพื้นที่เขตหลักสี่-จตุจักร ร่วมกับ นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ผู้สมัครเบอร์ 14 เพื่อพบปะและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่น ประชาชนและแม่ค้าพ่อค้าในตลาดที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี รวมถึงได้เข้ามาพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ พร้อมมีแฟนคลับต่างขอเซลฟี่ถ่ายรูปคู่ด้วยเป็นระยะๆอย่างเป็นกันเอง
โดยนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่วันนี้ได้ย้ำนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคต เริ่มตั้งแต่สวัสดิการแม่และเด็กที่มีการชดเชยรายได้คุณแม่แรกเกิด ส่งเสริมโภชนาการ และการเติมเงินออมให้เด็กต่อเนื่องจนถึงอายุ 18ปี เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ ยังมีแนวทางในการปรับรื้อหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นภายใต้แนวคิด“บุฟเฟต์การศึกษา”ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กไทยเลือกเรียนตามความถนัดเพื่อสะสมเป็นชุดทักษะ(Skill Set) และสามารถโอนหน่วยกิตได้อย่างเสรี โดยต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข และแรงงาน เพื่อแก้ปัญหาสังคม ทั้งเรื่องยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และภาวะสมาธิสั้นในเด็กจากการใช้เทคโนโลยี
โวดันGDPโตร้อยละ5ใน4ปี
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าสำหรับในมิติเศรษฐกิจได้ประกาศเป้าหมายที่ท้าทายหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาลจะผลักดันให้ GDPกลับมาเติบโตที่ร้อยละ 5 ภายใน 4 ปี โดยมองข้ามการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะมุ่งสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ผ่านอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อาหาร, Wellness, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด รวมถึงการปรับรื้อกฎหมายและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชนและรัฐ เพื่อนำกลับมาดูแลสวัสดิการสังคม
ย้ำไม่เติมเชื้อความขัดแย้ง
นายอภิสิทธิ์ ได้ฝากข้อความเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติถึงเยาวชนว่า ขอให้มีความหวังและตั้งเป้าหมายในชีวิตพร้อมทั้งเตือนสติผู้นำทางการเมืองว่า ความรักชาติและการปกป้องอธิปไตยสามารถทำได้ด้วยความเข้มแข็งโดยไม่จำเป็นต้อง“เติมเชื้อความขัดแย้ง”เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่อนาคตที่สงบสุขและมั่นคงอย่างแท้จริง
ไม่ปิดประตู’พท.-ปชน.’ร่วมรบ.
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเงื่อนไขจุดยืนการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ว่าเราชัดเจนแล้ว ช่วงนี้เราเดินหน้าขอการสนับสนุนให้มีเสียงมากพอ เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่า “รัฐบาลที่ตั้งขึ้นจะเป็นรัฐบาลที่สุจริต ไม่มีปัญหาเรื่องทุนเทา และไม่สร้างความขัดแย้ง”
เมื่อถามว่าหมายความว่าพร้อมจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนใช่หรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพูดชัดเจนแล้วว่า เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลต้องไม่มีสามเรื่องดังกล่าว ส่วนไม่ปิดประตูจับมือหรือไม่ ต้องไปถามพรรคเหล่านั้นว่า เขามีปัญหาเรื่องนั้น หรือไม่
เมื่อถามถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะเติมเงิน 3พันบาท มองว่าเป็นประชานิยมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายก็มีความหลากหลายกันไป ต้องแยกแยะกับนโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมสานต่อหรือสนับสนุนตามสถานการณ์ แต่ย้ำว่าประเทศไทยจะหวังพึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดเวลาไม่ได้ เพราะในที่สุดจะมีข้อจำกัด ส่วนการดูแลผู้มีรายได้น้อยแม้ว่าจะมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่หากมีนโยบายการประกันรายได้ก็จะมีหลักประกันให้เขาอยู่ได้
ลุยตลาด อ.ต.ก.ขอเสียงคน กทม.
จากนั้น นายอภิสิทธิ์พร้อมคณะพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปลงพื้นที่หาเสียงในตลาด อ.ต.ก. เขตจตุจักร เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.วิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 9 (จตุจักร เฉพาะแขวงจันทรเกษมและแขวงเสนานิคม, บางเขน เฉพาะแขวงอนุสาวรีย์ และเขตหลักสี่ เฉพาะแขวงตลาดบางเขน) พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี รู้สึกอบอุ่น และอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาช่วยกัน เพราะในวันข้างหน้า ก็ยังมีงานหนักอีกมากสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ และหลังการเลือกตั้ง เราต้องทำงานต่อเนื่องกับประชาชนต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าสำหรับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญตั้งแต่เรื่องของแม่และเด็กทั้งการให้เงินสนับสนุนสำหรับคุณแม่ที่ต้องสูญเสียรายได้ในการดูแลเด็กแรกเกิด ไปจนถึงการส่งเสริมเรื่องโภชนาการ และต่อเนื่องในการเติมเงินออมให้กับเด็กด้วย ก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษา รวมถึงต้องพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และยังมีนโยบายเรียนฟรีได้จริงที่จะเข้าถึงเด็กทุกคน อีกทั้งต้องปฏิรูปหลักสูตรครั้งใหญ่เพื่อเกิดความยืดหยุ่นยืด เด็กสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจ เพื่อสะสมเป็นชุดทักษะ และโอนหน่วยกิตตอบสนองความต้องการของชีวิต และการทำงานโลกยุคใหม่
‘ซาบีดา’หวังปักธงสส.ปากน้ำโพ
วันเดียวกัน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเช้าพร้อมนำทีมผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ที่ตลาดค่ายจิรประวัติ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อประชาสัมพันธ์และเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้น.ส.ซาบีดา ได้นำนายชานนท์ ไทยเศรษฐ์ อายุ 40 ปี ผู้สมัคร สส.นครสวรรค์ เขต2 หมายเลข 3 และน.ส.ภัทราวดี นิโรจน์ อายุ 38 ปี ผู้สมัคร สส.นครสวรรค์ เขต1 หมายเลข 3 พรรคภูมิใจไทย ร่วมเดินพบปะประชาชน เพื่อแนะนำตัวผู้สมัครและประชาสัมพันธ์หมายเลขผู้สมัคร รวมถึงหมายเลขพรรค เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง
บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดการลงพื้นที่ โดย น.ส.ซาบีดากล่าวย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครฯของทั้ง2คน
ชูนโยบายมั่นคง สร้างรั้วชายแดน
น.ส.ซาบีดากล่าว่า นโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกคือเรื่องความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่ชายแดน การเสริมความเข้มแข็งของแนวรั้วชายแดน และการรักษาอธิปไตยของชาติ พร้อมยังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อนควบคู่กัน เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง
ต่อยอดส่งเสริมวัฒนธรรมไทย
ทั้งนี้ หากตนได้กลับมาดำรงตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรม อีกครั้งจะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านวัฒนธรรมที่เคยเริ่มต้นไว้ แต่ต้องชะงักลงเนื่องจากการยุบสภา โดยเฉพาะการส่งเสริมกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ให้เข้ามามีบทบาทในการสร้างสรรค์เนื้อหาเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทย และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่สากลอย่างเป็นรูปธรรม การนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาสินค้าวัฒนธรรมให้มีมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม เช่น ส่งเสริมความเครื่องแต่งกายไทย การสำรวจและบูรณะโบราณสถาน โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณชายแดน ที่ต้องทำควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ
‘ยศชนัน’ลงหาเสียงตลาดวโรรส
เวลา 12.00น.ที่ตลาดวโรรส (กาดหลวง) จ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่หาเสียงช่วย นพ.ธีรพัฒน์ ต้นพิริยะกุล ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 เบอร์ 6 และนพ.เพทาย เตโชฬาร ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 2 เบอร์ 1 เมื่อนายยศชนันและคณะมาถึง เดินเข้าตลาดแวะร้านขายหนังสือพิมพ์ ป้าอรุณศรี ที่เป็นร้านประจำ ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯแวะซื้อหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เด็กและเมื่อพรรคเพื่อไทยหาเสียงจะต้องแวะมาที่ร้านนี้ทุกครั้ง ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าต้อนรับคึกคัก
แวะทัก‘ป้าอรุณศรี’แฟนคลับเก่าแก่
ระหว่างพบป้าอรุณศรี นายยศชนันได้ชี้ไปที่รูปถ่ายของนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯที่ถ่ายกับป้าอรุณศรีและพูดว่า“โห นี่ทุกคนเลยนะ”ก่อนที่นพ.ธีรพัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1เบอร์ 6 นำหนังสือเล่มหนึ่งออกมาให้นายยศชนัน ดูและได้บอกกับนายยศชนันว่า เป็นหนังสือที่คุณยายเก็บไว้เป็นหนังสือของนายทักษิณและทั้ง 2คนได้พูดคุยถึงหนังสือของนายทักษิณ
โวปั่น‘คนละครึ่ง’พท.70-30’
จากนั้นนายยศชนันเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ระหว่างเดินมีบางร้านติดป้ายโครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้ นายยศชนัน เอ่ยแซวว่า “เดี๋ยว เพื่อไทยมี 70-30”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างการเดินตลาดได้รับการตอบรับที่ดี มีพ่อค้าแม่ค้าทักทายขอถ่ายรูปและมอบขนมที่เป็นของฝากเมืองเชียงใหม่ อาทิ กะละแม ให้นายยศชนันเป็นที่ระลึกด้วย
“ยศชนัน”อ้างบรรยากาศดี
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ไม่ปิดประตูจับมือตั้งรัฐบาล ว่า ถือเป็นบรรยากาศที่ดี ถ้าเราได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล จะต้องดูแนวนโยบายที่เหมาะกับของเรา ว่าจะทำกับพรรคการเมืองไหนบ้าง ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งก็มีความยินดีที่จะร่วมมือกับทุกพรรค
เมื่อถามว่า เท่าที่ดูมา พรรคไหนที่มีแนวนโยบาย ร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้บ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า ตอนนี้หลากหลายพรรคมีแนวนโยบายออกมา ซึ่งจะต้องดู 1. เรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้อง และปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชน ที่มีความจำเป็นต้องทำ คิดว่าทุกพรรคมีแนวนโยบายเรื่องนี้ 2. การผลักดันเครื่องยนต์ใหม่ ที่อยากสนับสนุนพรรคที่มีแนวคิดเดียวกัน หรือคล้ายกัน และ 3.เรื่องสิ่งแวดล้อม ที่มีความจำเป็นอย่างมาก
ส่วนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมเปิดรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส. แต่ละพรรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่มีรายชื่อในส่วนนี้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน ระบุว่า ส่วนตัวไม่ทราบข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม แต่ยืนยันว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง หากมีอะไรต้องเป็นไปตามกฏหมาย ไม่ได้กังวลใจอะไร
‘สุดารัตน์’ลุยพื้นที่ทิ้งซากตึกสตง.
วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินพร้อมวางดอกไม้แสดงความอาลัย จุดทิ้งซากตึกถล่ม ในเหตุโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ ปัจจุบันยังคงถูกปิดกั้นเพื่อควบคุมทางคดี แม้เหตุการณ์จะผ่านมาแล้วกว่า 288วันหรือประมาณ 9 เดือนครึ่งแต่ร่องรอยความเสียหายยังคงอยู่และเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบอันเลวร้ายจากการทุจริตและการลดมาตรฐานการก่อสร้าง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมถึง 95ราย
ผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมชี้ชัดว่าสาเหตุการถล่มไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย แม้จะมีแผ่นดินไหวเป็นตัวกระตุ้น แต่ต้นตอที่แท้จริงมาจากการลดสเปกวัสดุอย่างรุนแรงทั้งการใช้เหล็กและคอนกรีตคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน จนโครงสร้างไม่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ตามที่คำนวณไว้ ที่สำคัญยังพบการทุจริตในขั้นตอนการส่งมอบวัสดุปลอมและการปลอมแปลงเอกสารรับรองคุณภาพ ซึ่งปัจจุบันอัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว23ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอกชน วิศวกรและผู้รับเหมาแต่ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองได้
ประกาศล้างบางคอร์รัปชัน
คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า การทุจริตคือมะเร็งร้ายที่ปล้นงบประมาณแผ่นดินไปกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 3 ของ GDP แทนที่เงินมหาศาลนี้จะถูกนำไปสร้างความมั่นคงและสวัสดิการให้ประชาชน กลับถูกสูบไปสร้างความมั่งคั่งให้ข้าราชการขี้โกงและผู้มีอำนาจ จนฉุดรั้งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ไม่เกินร้อยละ 2 และส่งผลให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
พรรคไทยสร้างไทย ขอประกาศสงครามกับคนทุจริตด้วย 3 มาตรการปราบโกง ขั้นเด็ดขาดที่จะเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจคืนสู่มือประชาชน ดังนี้ 1. เพิ่มโทษสูงสุดถึงขั้น “ประหารชีวิต” สำหรับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการทุจริต 2. ให้อำนาจประชาชนเข้าชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญได้ทันทีหากพบพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้คนโกง3. จัดตั้ง “ป.ป.ช. ภาคประชาชน” เพื่อให้คนตัวเล็กและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบโครงการรัฐและดำเนินคดีตามกฎหมายได้จริง
หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวย้ำว่า ตนเองไม่เคยโกงและจะไม่ปล่อยให้ใครโกงอย่างเด็ดขาด พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าหากได้รับโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ จะผลักดันมาตรการปราบโกงทั้ง 3 ด้านนี้ให้สำเร็จภายใน 6 เดือนแรกของการเป็นรัฐบาล เพื่อหยุดยั้งระบบส่วยและระบบใต้โต๊ะให้หมดไปจากสังคมไทย พร้อมทั้งนำเงินงบประมาณที่ถูกกลุ่มผลประโยชน์ปล้นไป กลับคืนมาเป็นสวัสดิการและสร้างโอกาสในการลืมตาอ้าปากได้
“ธรรมนัส”ลุยนครนายกฯ
ด้านพรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.นครนายก ของพรรค ได้แก่ นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 2 และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 2 หมายเลข 4 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนจังหวัดนครนายก ในหลายจุดสำคัญของจังหวัด อาทิ ตลาดเก่าองครักษ์ ตลาดบ้านนา ตลาดอำเภอเมือง และตลาดนัดวัดวังปลาจีด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง มีประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ให้การต้อนรับและร่วมพูดคุยสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ
โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกของการหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ และจังหวัดนครนายกถือเป็นที่ ๆ ตนผูกพัน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ตนเคยใช้ชีวิตและศึกษาจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ และเป็นพื้นที่ที่เราส่งผู้สมัครทั้ง 2 เขต ซึ่งล้วนเป็นคนที่พี่น้องประชาชนรู้จัก มีประสบการณ์ เป็นอดีต สส.หลายสมัย การเริ่มต้นที่นี่จึงถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยหาเสียงจังหวัดแรกที่นี่
“ผมขอฝากถึงพี่น้องชาวจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจด้านการเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะอำเภอองครักษ์ที่มีการปลูกข้าวเป็นจำนวนมากว่าพรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับปัญหาราคาข้าวและต้นทุนการผลิตเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญในนโยบายของพรรค และวันนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๆ ให้การต้อนรับพวกเราและตอบรับผู้สมัครของพรรคเป็นอย่างดี”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
‘ชัยวุฒิ’ซัด‘พิธา’ขอโทษไม่จริงใจ
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 เบอร์ 10 นายชุติ ปลื้มรุ่งเรือง ได้กล่าวถึงกรณีนาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ออกมาพูดขอโทษทหารจากกรณีที่เคยกล่าวว่า ทหารมีไว้ทำไม ว่า เท่าที่ฟังสิ่งที่นายพิธา พูดในคลิป ตนเองไม่ได้รู้สึกเลยว่านายพิธาขอโทษ หรือ เสียใจอย่างจริงใจ ตนขอถามกลับไปยังนายพิธาว่าในวันที่เคยพูดว่า”ทหารมีไว้ทำไม”และการกล่าวโจมตีทหารว่า”ไปรบก็แพ้”หรือ การดิสเครดิตทหารในทุกๆเรื่องนั้น นายพิธา คิดเช่นนั้นจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการหวังผลทางการเมือง เพื่อสร้างคะแนนนิยม หรืออาจจะมีการรับงานมาเพื่อโจมตีกองทัพ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าวันนี้นายพิธาไม่ได้คิดอย่างที่พูดออกมาในคลิปขอโทษ จึงอยากเตือนว่าอย่าแถ เพราะแถไป ก็ไม่มีใครเชื่อ
“ถ้าคุณจะขอโทษ คุณต้องขอโทษด้วยความจริงใจ ขอโทษจริงๆแล้วอย่าทำอย่างนี้อีกแต่การที่คุณมาแถไปแถมา แล้วไปพาล พาดพิงถึงทหารคนโน้นคนนี้อีก ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมว่าคุณไม่ได้คิดอย่างที่คุณพูดหรอก”นายชัยวุฒิ กล่าวย้ำทิ้งท้าย
‘ชูวิทย์’ซัด‘พิธา’ขอโทษที่สายไป
ขณะที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ 30 วันอันตราย คำขอโทษที่สายไป นักการเมืองไม่พักหาเสียง ยัดเยียดนโยบายสารพัด โยนใส่ประชาชน”
ด้าน “อาจารย์อ้อย” อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ใจความโดยย่อว่า ที่นายพิธาพลิกลิ้น เพราะกลัวแพ้การเลือกตั้ง ทำให้เกียรติภูมิส้มป่นปี้หมด เชื่อว่า 8 กุมภานี้ ส้มต้องสูญพันธุ์
‘ปวิน’ฉะ’พิธา’ขอโทษด้อยค่าทหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต โพสต์ข้อความแสดงความเห็นกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาขอโทษและแสดงความเสียใจที่เคยกล่าวว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ผ่านเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ระบุว่า...”อันนี้กระจอกมาก ทำไมต้องขอโทษ พูดทุกอย่างถูกแล้วหนิ อ๋อ ที่ต้องขอโทษ เพราะกลัวตกขบวนรถไฟชาตินิยม อุบาทว์ กระจอก ไม่ต้องมีอุดมการณ์...ไรแล้วค่ะ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี