‘ปชป.’คิกออฟ ‘อภิสิทธิ์’ลั่น!เลือกตั้งรอบนี้ วัดใจคนกันไปเลย กับคำสบประมาท‘พรรคตกต่ำ’

‘ปชป.’คิกออฟ ‘อภิสิทธิ์’ลั่น!เลือกตั้งรอบนี้ วัดใจคนกันไปเลย กับคำสบประมาท‘พรรคตกต่ำ’

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.38 น.

"ปชป."คิกออฟเวทีปราศรัย"เปิดฟ้ากรุงเทพฯฟ้าใหม่" "อภิสิทธิ์"ลั่นไม่ปิดประตู"เพื่อไทย"ยุคเปลี่ยนถ่าย แต่ถ้ามี"มือระบอบทักษิณ"แหย่เข้ามางับมือขาดทันที ชี้ 33 ผู้สมัคร สส.กทม.มีความหมาย เลือกตั้งรอบนี้วัดใจคนกันไปเลยกับคำสบประมาท"พรรคตกต่ำ" ปลุก ปชช.ออกมาใช้สิทธิสุจริต ล้างทุนเทา อัดพรรคการเมืองถ้ายังซื้อ สส.อยู่ อย่ามาพูดเรื่องปราบโกง ขยี้ปมชั้น 14 ซุบซิบนินทากันอยู่ 2 ปี ไม่มีใครทำอะไร

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น.ที่สวนเบญจสิริ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดปราศรัยเวทีแรก “เปิดฟ้า กรุงเทพฯ ฟ้าใหม่” นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี , นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งผู้สมัคร สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 33 คน ร่วมพูดคุยเรื่องนโยบายกับประชาชน


โดย นายอภิสิทธิ์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ผู้สมัคร 33 คน ทุกคนมีความหมาย แต่ก่อนที่ตนจะกลับมาเขาประสบประมาทว่าพรรคประชาธิปัตย์ใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว และพอตนกลับมาเขาก็บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะรวบรวมศิษย์เก่า ไม่สามารถที่จะมีภาพอนาคตได้ แต่เชื่อหรือไม่ ที่ตนตัดสินใจกลับมาสิ่งแรกที่ตัดสินใจบอกว่าถ้าจะกลับมาได้ ต้องมีบุคลากรที่เป็นคนหนุ่มสาวคนหน้าใหม่ที่จะตัดสินใจว่าอนาคตของประเทศ วิสัยทัศน์ที่เรามีต้องสอดคล้องกับอุดมการณ์ประชาธิปัตย์

"ที่บอก 33 คนมีความหมาย เพราะปี 62 สส.ในกรุงเทพของพรรคไม่เหลือ ครั้งนี้เราวัดใจคนกันไปเลย ว่าพรรคที่เขาบอกตกต่ำอย่างนี้ เราเปิดการรณรงค์ สส.ที่ดีคุณเองก็เป็นได้นะ แล้วดูซิมีใครเดินเข้ามาบ้าง มีทั้งด็อกเตอร์ ศิลปิน มีหมอ มีอาจารย์ คนเหล่านี้ไม่ได้มีฐานทางการเมือง แต่บอกว่าถึงเวลามาช่วยพรรคประชาธิปัตย์ มาช่วยประเทศชาติ คนเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่เหมือน 2 สภาที่ผ่านมา" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การรวบรวมคนท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก ซึ่งเราไม่รู้ วันที่ 8 ก.พ.จะเป็นอย่างไร แต่ 2 เดือนที่เราทำงานอย่างหนัก สังคมจะตัดสินอย่างไรไม่รู้แต่อย่างน้อยก็ไม่มองข้ามพรรคประชาธิปัตย์อีกต่อไป นอกจากจะไม่มองข้ามแล้ว ประชาธิปัตย์ยังเป็นคนกำหนดเส้นทางและทิศทางของบ้านเมือง เพราะคนอึดอัดและทนความตกต่ำของการเมืองไทย จากปัญหาทุจริตคอรัปชั่นจากทุนเทา ซึ่งตนพูดตั้งแต่ตนกลับเข้ามา ว่าครั้งนี้ถ้ามีสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงได้ ขอให้เรากลับมาทำให้บ้านเมืองเรา เป็นบ้านเมืองที่สุจริต เพราะถ้าบ้านเมืองไม่สุจริตก็ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น นายกรณ์ระบุว่าทุนเทาอยู่ ทุนดีไม่มา คนหากินลำบากต่างประเทศมองไทยไม่เหมือนเดิมจากที่เคยเป็นศูนย์กลางเรื่องต่างๆ ก็กลายเป็นประเทศที่มีศูนย์ Call Center สแกนอยู่รอบๆ แล้วเอาเงินเข้ามาฟอกผ่านระบบการเงินไทย แบบนี้เราอยู่ไม่ได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองอื่นถ้าซื้อสส.ไปก็อย่ามาพูดเรื่องสุจริต อย่ามาพูดเรื่องปราบทุจริต อย่ามาพูดเรื่องการปราบคุณเทา ดังนั้น ตนจึงบอกว่าคราวนี้เราต้องสู้ เราต้องตัดวงจรตรงนี้ พอประชาธิปัตย์เปิดประเด็นว่าบ้านเมืองสุจริตก็จะเห็นว่ามาเป็นแถวว่าพรรคนั้นพรรคนี้ไม่เอาทุนเทา ดีเบตครั้งแรกมีแต่คนบอกว่าไม่เอาทุนเทา ทั้งนี้ตนไม่กล้ายืนยันว่าใครที่เป็นทุนเทา แต่ตนเช็คประวัติแล้ว ซึ่งตนเห็นว่าตามมาตรฐานสากลไม่ควรอยู่ในอำนาจ เพื่อเปิดทางให้เรามั่นใจว่าไม่มีอุปสรรค ตนต้องการเวลาสัก 40 ปี ถ้าทำไม่สำเร็จอย่างน้อยก็ต้องส่งไม้ต่อให้กับ 33 คน ไปทำต่อให้ได้ เราจริงจังกับเรื่องนี้

"ชั้น 14 ซุบซิบนินทากันอยู่ 2 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไปยื่นให้ตรวจสอบจนถึงที่สุดก็ได้กระบวนการยุติธรรมกลับคืนมาหลายคนว่าวิจารณ์ศาลไม่ควรมายุ่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถ้าเป็นประเทศอื่นจริงๆ เรื่องพวกนี้ไม่ควรจะถึงศาลด้วยซ้ำ เจ้าตัวควรจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร พรรคตัวเองต้องรู้ว่าทำอย่างไร ถ้าไม่รู้สภาก็ต้องรู้ว่าทำอย่างไรแต่กลับไม่มีใครทำอะไร"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า แต่พอเลือกตั้งกลับมาพูดปราบทุนเทา ประหารชีวิต แต่ถ้าเปิดกฎหมายอาญา ติดสินบนก็ประหารชีวิต เพราะฉะนั้นก็ปราบได้แต่หัวหมานั่นแหละ แต่เรื่องนี้ไม่มีใครกลัวเพราะรู้ว่าไม่มีใครจับ ถ้าจับได้ก็วิ่งเต้นได้ เลวร้ายสุดทำท่าว่าจะโดนจับก็หนีไปต่างประเทศ ดังนั้นการประหารคอรัปชั่นต้องประหารด้วยข้อมูล

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีการด้อยค่าสถาบันที่เป็นหลักของชาติเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ แต่ตนก็จะไม่ยอมให้เอาเรื่องละเอียดอ่อนของบ้านเมืองมาเล่นการเมือง เพื่อสร้างความแตกแยกอีกต่อไป มาตรา 112 ถามว่ากี่รัฐบาลที่ผ่านมาที่ลงไปแก้ปัญหาจริงๆ รัฐบาลตนเป็นรัฐบาลที่พูดเรื่องการบังคับใช้มาตรา 112 แต่ในชีวิตตนยังไม่เห็นมีใครมาบอกว่าตนไม่จงรักภักดี สมัยตนจึงมีการตั้งคณะรัฐบาลกลั่นกรองคดี 112 เพราะรู้ว่าตำรวจ อัยการถูกกดดัน เราจึงให้มีผู้เชี่ยวชาญมาดูกฎหมายให้ แต่วันนี้การสร้างความแตกแยกต่างจากทุกครั้งจริงๆ เพราะรู้ว่ามีคนรักสถาบันเยอะ อยากจะปกป้องสถาบันเยอะ ก็ยอมรับไม่ได้เหมือนจะเอาเป็นเงื่อนไขข้ออ้างทางการเมืองอย่างเดียวอย่าง เมื่อใดที่พรรคการเมืองแสดงตัวความผูกขาดความรักสถาบัน ทั้งนักการเมืองรวมทั้งตนมีคนชอบและมีคนเกลียด มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สถาบันหลักของชาติต้องอยู่เหนือการเมืองและความรู้สึกของมนุษย์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้อย่าไปหลงว่าน้ำเงินกับส้มเขาแข่งกัน รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ทำ MOA กันอีก หัวหน้าพรรคประชาชนบอกจะไม่ยกมือให้อนุทินไม่ร่วมรัฐบาล แต่ก็ไม่เคยพูดว่าถ้ามาเป็นที่หนึ่งจะไม่ชวนสีน้ำเงินเข้าไป แต่แปลกมีแต่คนมาถามประชาธิปัตย์ พอตนบอกว่าไม่ร่วมกับพรรคนั้น ก็บอกว่าจะร่วมอีกพรรค ก็ต้องถามกลับว่ามันเกี่ยวอะไร แทนที่จะไปคาดคั้นว่า ตกลงคุณจะยังกอดอยู่หรือไม่กับพรรคนั้น วันนี้แปลกมากที่พรรคภูมิใจไทยกล้าที่จะมาวิจารณ์จากการบิดเบือนคำสัมภาษณ์ มีนักข่าวถามว่าปิดทางจับมือเพื่อไทย กับพรรคประชาชนหรือไม่ทั้งๆ ที่จริงเราบอกว่าเราไม่เอากับทุนเทากับการทุจริตคอร์รัปชั่น และเราสู้มาตลอดกับระบอบทักษิณทั้งจากอดีตและในอนาคต แต่ด้วยความเป็นพรรคประชาธิปัตย์พอบอกไม่เอา แล้วมาบอกเราสร้างความแตกแยก

"ย้ำว่าผมไม่ปิดประตู แต่ถ้ามีมือระบอบทักษิณแหย่เข้ามา ผมงับมือขาดทันที" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า เราจะฝากความไว้เนื้อเชื่อใจพรรคการเมืองหนึ่งเพียง เพราะจะไม่เอาอีกพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้ากลัวว่าเลือกประชาธิปัตย์แล้ววันนี้อาจจะยังไม่มาที่ 1 ซึ่งมันก็ยังไม่แน่ เพราะถ้าเลือกประชาธิปัตย์เป็นกอบเป็นกำ เราจะทำให้รัฐบาล ไม่ว่าฝ่ายไหนเป็นรัฐบาล แล้วเอาเราไปร่วมจะต้องเป็นรัฐบาลที่เอาจริงกับการปราบทุนเทา สแกมเมอร์ ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ถ้าไม่เอาจริง เราก็ไม่อยู่ด้วย พรรคไหนมีนโยบายสร้างความแตกแยก เอาเรื่องละเอียดอ่อนมาเล่นการเมือง แล้วทำให้เกิดความวุ่นวาย ประชาธิปัตย์ก็ไม่เอาด้วย เพราะฉะนั้นสบายๆเลยเทไปเลือกพรรคนั้นเลือกพรรคนี้ตนดูแล้วไม่มีใครชนะขาด สุดท้ายก็มาเจรจาต่อรองกัน แต่ถ้าเทไปก็ระวังแทงผิด สิ่งที่คิดว่าจะกันได้กลายเป็นไม่ใช่ แต่ถ้าเลือกประชาธิปัตย์ก็ปลอดภัย 100% ไม่มีรัฐบาลเทา ไม่มีรัฐบาลสร้างความแตกแยก มีแต่รัฐบาลที่พรรคประชาธิปัตย์จะดูแลว่าให้ประชาชนและประเทศชาติต้องมาก่อน

ขณะที่ น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้มาร่วมรับฟังการปราศรัยในครั้งนี้ด้วย พร้อมยังได้พูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ และยังได้รับการต้อนรับจากแกนนำพรรคฯ รวมถึงยังมีประชาชน และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปด้วย พร้อมท้้งยังอยากให้กลับมาพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมาช่วยกันฟื้นกระแสพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาเป็นที่นิยมและเฟื่องฟูอีกครั้ง

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top