มาร์ค-กรณ์ เปิดวิสัยทัศน์ เศรษฐกิจยั่งยืน ลั่นไม่ร่วมสังฆกรรม รัฐบาลครอบครัว-สร้างความแตกแยก

มาร์ค-กรณ์ เปิดวิสัยทัศน์ เศรษฐกิจยั่งยืน ลั่นไม่ร่วมสังฆกรรม รัฐบาลครอบครัว-สร้างความแตกแยก

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.08 น.

เลือกปชป.ประเทศปลอดภัย!’ประชาธิปัตย์’ เปิดวิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจยั่งยืน” มัดใจนักลงทุน ชูประสบการณ์กู้วิกฤต ‘ปราบทุจริต–หยุดทุนเทา’ ด้าน ’มาร์ค‘ลั่นไม่ร่วมสังฆกรรม ‘รัฐบาลครอบครัว-สร้างความแตกแยก’ ยันพร้อมเดินหน้า ‘แก้ที่มา สว. -ยกเครื่องใหม่องค์กรอิสระ’

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2569ที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์  เดินทางเข้าหารือกับกลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุน ณ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เพื่อฉายภาพอนาคตเศรษฐกิจไทยผ่านนโยบายที่เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้


นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีประสบการณ์ของทีมเศรษฐกิจที่เคยพาประเทศฝ่าวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง พร้อมชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของการปฏิรูปคือวิธีการโดยระบุว่าพรรคเน้นการค่อยๆ ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างเดิมให้ดีขึ้น มากกว่าการวาดภาพสวยหรูแต่ต้องแลกด้วยการทำลายระบบเดิม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของประเทศ เน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่หวือหวา ไม่ฉับพลัน แต่ต้องยั่งยืน ซึ่งยอมรับว่านโยบาย คนละครึ่งในปัจจุบันเป็นการต่อยอดที่ทันสมัยและตอบโจทย์กำลังซื้อได้ดีจากต้นแบบจากเช็คช่วยชาติในอดีต ขณะที่รายได้เกษตรกรยังคงยืนหยัดด้วยนโยบายประกันรายได้ ที่แม่นยำและสุจริต

”ได้ฝากข้อความสำคัญถึงนักลงทุนว่า ประชาธิปัตย์คือพรรคที่เลือกแล้วประเทศปลอดภัย โดยขอโอกาสให้พรรคได้รับแรงสนับสนุนเพื่อเข้าไปมีพลังในการ “ปราบทุจริต–หยุดทุนเทา” และยุติความแตกแยกในสังคม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเอกภาพและมั่นคงต่อไป“นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช ได้ย้อนรอยความสำเร็จของโครงการไทยเข้มแข็งซึ่งเคยเป็นนวัตกรรมที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกยอมรับ จนไทยสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ได้เร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ยืนยันว่า จิตวิญญาณของความสำเร็จนั้นได้ถูกบรรจุไว้ใน ชุดนโยบาย 27 ข้อ ของพรรค เพื่อมุ่งเป้าพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ได้ เปิดใจถึงทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้ง ว่ารัฐบาลสมัยหน้าจะเป็นรัฐบาลผสม ซึ่งบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ คือการเป็น "ตัวแปรสำคัญ" ที่จะคอยการันตีความสะอาดและความสงบของบ้านเมือง การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้างหลักประกันให้คนไทยมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและกลุ่มทุนเทาอย่างจริงจัง รวมถึงจะไม่ยอมให้มีการหยิบยกประเด็นที่สร้างความแตกแยกในสังคมมาทำให้บ้านเมืองต้องหยุดชะงัก

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่างๆ นายอภิสิทธิ์ กล่าวชัดถึง บรรทัดฐานของพรรคว่า จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงมากกว่าความสงสัย โดยมีเงื่อนไขเหล็ก 3 ประการคือ

1.ต้องไม่มีมลทินเรื่องทุนเทา และการทุจริตที่ชัดแจ้ง

2.ต้องไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง จนผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่เหนือผลประโยชน์ชาติ

3.ต้องไม่สร้างความแตกแยก หรือนำประเด็นละเอียดอ่อนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

4.ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศเดินหน้าใน 2 ประเด็นเร่งด่วน คือการแก้ไขที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ยึดโยงกับหลักการที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น และการปฏิรูปการทำงานขององค์กรอิสระ โดยนายอภิสิทธิ์เน้นย้ำว่า องค์กรอิสระต้องมีความโปร่งใส และต้อง "ถูกตรวจสอบได้" เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นจากสังคมให้กลับคืนมา

“ประชาธิปัตย์จะเป็นคนที่เข้าไปดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อให้การเมืองไทยเดินหน้าไปอย่างมีคุณภาพและสุจริต” นายอภิสิทธิ์กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top