ชู 39 บาทรักษาหมาแมว! 'ดร.อรุณ'นำพรรคกรีนสู้ศึกเลือกตั้ง

ชู 39 บาทรักษาหมาแมว! 'ดร.อรุณ'นำพรรคกรีนสู้ศึกเลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.36 น.

คนหนุ่มไฟแรง “ดร.อรุณ คงเจริญ” ผู้สมัครบัญชีรายชื่ออันดับ 1 นำทัพพรรคกรีน หาเสียงเลือกตั้งชูนโยบาย 39 บาทรักษาหมาแมว พร้อมอีก 4 นโยบายสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.อรุณ คงเจริญ ผู้สมัครบัญชีรายชื่ออันดับ 1 ของพรรคกรีน ได้เดินหาเสียงพบปะประชาชน อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดหาเสี่ยงที่ย่านสวนจตุจักร รณรงค์ให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรค ที่มุ่งเน้นเจาะกลุ่มคนรักสัตว์ ด้วยโครงการ 39 บาทรักษาหมาแมว


ดร.อรุณ คงเจริญ  ให้สัมภาษณ์ว่า นโยบายพรรคกรีนมีมากมาย  ยกตัวอย่างนโยบายเรือธงของเรา คือ 39 บาทรักษาหมาแมว  และยังมีนโยบายหลักของพรรคอีก 4 นโยบายคือ 1. ต้นไม้เป็นทรัพย์สิน: ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ สร้างแรงจูงใจ เช่น โรงรับจำนำต้นไม้ เพื่อสร้างรายได้และลดโลกร้อน 2. ที่ทำกินถูกต้องเป็นธรรม: แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ให้ทุกตารางนิ้วมีกฎหมายรองรับ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและทำกินที่มั่นคง 3. เกษตรกรรมสุขภาพ: สนับสนุนเกษตรอินทรีย์, เกษตรเพื่อสุขภาพ, และเกษตรพึ่งตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 4. สันติภาพยั่งยืน: สร้างสังคมที่สงบเย็นปราศจากความรุนแรง ยึดหลักการเมืองสีเขียว ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตน

"อย่างนโยบาย 39 บาทรักษาน้องหมาน้องแมว เป็นนโยบายที่คิดขึ้นมาภายใต้นโยบายสาธารณะ ซึ่งจะไม่เป็นภาระของงบประมาณ แต่คือการลงทุนในระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ โดยเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ เริ่มจากรวบรวมหมาจรจัดและจัดสรรที่อยู่อาศัย เป็นโซนนิ่งอย่างชัดเจน พร้อมทั้งทำหมัน ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้มีความประสงค์จะรับอุปการะ เมื่อดูแลหมาจรจัดแล้ว ต่อมาจะเป็นหมาบ้าน โดยการทำหมัน ฉีดวัคชีน และรักษาโรคภายใต้นโยบาย 39 บาทรักษาหมาแมวครับ เมื่อประเทศไทยเป็นประเทศที่น้องหมาน้องแมวเข้าถึงระบบสาธารณสุขเป็นอันดับ 1 ของโลก และระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่จะเริ่มก่อตัวขึ้น" ดร.อรุณ กล่าว

สำหรับนโยบายด้านเศรษฐกิจนั้น ดร.อรุณ ระบุว่า พรรคกรีนจะเปลี่ยนน้องหมาน้องแมวเป็นผู้บริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งรายได้จะกลับมาในระบบภาษี การส่งออกและการบริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งการบริโภคภาคครัวเรือนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ของประเทศไทย กว่า 50% ของGDP คือการบริโภคภาคครัวเรือน ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้น้องหมาน้องแมว มาเป็นกลไกในการบริโภค และการสร้างเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหารสัตว์ ด้านโรงแรม และการท่องเที่ยวเชิง Pet tourism ก็จะนำเม็ดเงินกลับเข้ามาสู่ประเทศอย่างมหาศาล

รวมถึงการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง เราจะมุ่งสู่การเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 1 ของโลก ประเทศไทยมีแห่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการประมง การเกษตร อุตสาหกรรมรายย่อย โดยเฉพาะ SME ซึ่งหมายความว่า ห่วงโซ่อุปทานแห่งการผลิต การบริโภค รวมถึงการแก้ไขปัญหาจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจโดยที่รัฐสามารถแก้ปัญหาและสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล

ดร.อรุณ กล่าวว่า  1 เสียงของคุณอาจดูเหมือนน้อย แต่เมื่อรวมกันหลายล้านเสียง มันคือพลังมหาศาลที่จะกำหนดอนาคตของประเทศไทย การเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสอบสิทธิ และออกไปเลือกตั้ง คือการทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่เข้มแข็งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ อย่าลืมเตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม แล้วออกไปใช้สิทธิเพื่ออนาคตที่เราเลือกได้ด้วยมือเราเอง
 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top