วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
กกต.เตือนผู้สมัครพรรค องค์กร ประชาชน แสดงความเห็นเกี่ยวกับประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่พึงระวังห้ามให้ข้อมูลเท็จ มีโทษทั้งจำและปรับ รวมถึงตัดสิทธิเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารแจ้งเตือนในการรณรงค์และข้อห้ามการออกเสียงประชามติ สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. พรรคการเมือง ประชาชน องค์กรเอกชน และกลุ่มต่างๆ ที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประชามติ ในหัวข้อเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากสำนักงานฯ ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จะต้องจัดทำประชามติ พ.ศ.2568 โดยเน้นย้ำว่า ผู้สมัคร สส. พรรคการเมือง ประชาชน องค์กรเอกชน และกลุ่มต่างๆ ในสังคม ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อการออกเสียงประชามติได้โดยเสรีเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 17 พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 แต่ต้องพึงระวังไม่ให้ฝ่าฝืนมาตรา 77 , 78 , 79 และ 80 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน
ทัังนี้ ในส่วนของผู้สมัครและพรรคการเมือง ไม่มีกฎหมายกำหนดในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรณรงค์การออกเสียงประชามติ
สำหรับการแสดงความคิดเห็นสำนักงาน กกต.จะเป็นผู้จัดเวทีให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและรอบด้านอย่างเท่าเทียมกันทั้งผู้ที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบ โดยผู้ประสงค์ที่จะไปแสดงความคิดเห็นจะต้องลงทะเบียนต่อเลขา กกต.หรือสำนักงาน กกต.จังหวัด โดย กกต.จะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 14 - 16 มกราคม 2569 ผ่าน google form และจะจัดให้มีการประชุมผู้ที่ประสงค์จะแสดงความคิดเห็นเพื่อเลือกตัวแทนในการแสดงความคิดเห็นผ่านทางระบบ zoom cloud meeting ในวันที่ 22 มกราคม 2569 ก่อนวันที่ 25 มกราคม 2569 จะมีการบันทึกเทปการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่มีการจัดทำประชามติและนำไปเผยแพร่ในวันที่ในวันที่ 28 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2569 ทางสถานีโทรทัศน์กระจายเสียง และสถานีโทรทัศน์ รวมทั้งช่องทางออนไลน์ต่างๆ ซึ่งการแสดงความคิดเห็นจะต้องไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ไม่รุนแรงก้าวร้าว หยาบคายหรือปลุกระดม หรือขัดต่อกฎหมายอื่นและเป็นการโต้เถียงกันไปมา
ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 77 , 79 , 79 และ 80 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2564 ที่ระบุข้อห้าม ห้ามให้ เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ หลอกลวง ขู่เข็ญ เพื่อจูงใจให้ไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 5 ปี ห้ามเล่นพนันขันต่อเกี่ยวกับผลประชามติ ห้ามให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยว หรือเรียกรับเงิน ผลประโยชน์เพื่อไม่ไปใช้สิทธิหรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งไม่เกิน 5 ปี รวมทั้ง ห้ามจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิออกเสียงไปสถานที่ออกเสียงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในช่วง 7 วันก่อนวันออกเสียงจนถึงสิ้นสุดเวลาออกเสียงในวันออกเสียง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี