วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
"กล้าธรรม"เปิดเวทีใหญ่ร้อยเอ็ด คนฟังล้นพื้นที่ "ธรรมนัส-นฤมล"ประกาศกร้าว!ไม่ขายฝันแต่ทำจริง ทุบหนี้-ลดดอก ยึดที่ดินนายทุนคืนเกษตรกร ยกระดับข้าวหอมมะลิ ลั่นไม่แคร์โพล เชื่อเสียงจากการลงพื้นที่ ปักหมุดหลายเขตแน่
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 พรรคกล้าธรรม (กธ.) เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ จ.ร้อยเอ็ด ณ โรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ร่วมขึ้นเวทีช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จ.ร้อยเอ็ด ของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 2 นายเอกรัฐ พลซื่อ , เขตเลือกตั้งที่ 3 นางรัชนี พลชื่อ , เขตเลือกตั้งที่ 4 นายนีโอ พลซื่อ , เขตเลือกตั้งที่ 5 นางสาววรินดา วรกาญจนบุญ และเขตเลือกตั้งที่ 6 นายพิชัย น้ำกระจาย โดยบรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนชาวร้อยเอ็ดเดินทางมาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น จนล้นพื้นที่ภายในโรงเรียน
ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร เป็นปัญหาเรื้อรังที่ต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ พรรคกล้าธรรมมีแนวคิดรวมหนี้ไว้ที่ศูนย์กลาง เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้กับประชาชน พร้อมผลักดันให้มีธนาคารประชาชนที่จะมาช่วยดูแล เพราะทุกวันนี้สถาบันการเงินของรัฐ โดยเฉพาะธนาคารที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร อย่างเช่น ธกส.ก็คิดอัตราดอกเบี้ยสูง ทำใหัเกษตรกรที่ทำงานหนัก ทำเกษตรกรรมเลี้ยงประเทศ แต่กลับต้องแบกรับดอกเบี้ยแพง
"พรรคกล้าธรรม เราจะปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย ใหกับเกษตรกรและครู อาจารย์ทั่วประเทศ และเราจะจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร ยึดที่ดินผิดกฎหมายจากนายทุนคืนให้เกษตรกร พร้อมผลักดันการเปลี่ยนที่ดิน สปก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรให้ชาวบ้าน และยกระดับเป็นโฉนดครุฑแดง สิ่งที่เราพูดไม่ใช่การขายฝัน เพราะกล้าธรรมเป็นพรรคที่ลงมือทำจริง โดยมีผลงานของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เมื่อพูดแล้วทำได้จริงในหลายเรื่องที่ผ่านมา" ศ.ดร.นฤมล กล่าว
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวปราศรัยว่า จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดแรกที่พรรคกล้าธรรมเลือกมาเปิดเวทีใหญ่ เพราะเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน และต้องการพิสูจน์ว่านโยบายของพรรคเป็นนโยบายที่ "จับต้องได้ ทำได้จริง" ไม่ใช่นโยบายขายฝัน ตลอดระยะเวลาที่ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนให้ความสำคัญกับการยกระดับราคาข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของจังหวัดร้อยเอ็ด และตนก็ทำได้ นอกจากนีั ยังพร้อมดูแลปัญหาน้ำ และการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับฤดูกาล เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง
"พรรคกล้าธรรมมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การท่องเที่ยว และสวัสดิการสังคม โดยยึดหลักนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงภายในกรอบเวลา 4 ปี" ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ขณะที่ นายเอกรัฐ พลซื่อ ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 2 พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ตนได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ในพรรคให้ทำงานในตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และมีโอกาสช่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานเชิงพื้นที่จากผู้บริหารระดับประเทศ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการลงพื้นที่ทั่วทุกภาค จะนำมาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาของชาวร้อยเอ็ดอย่างตรงจุด และยืนยันว่า ที่ผ่านพิสูจน์แล้วว่า ตนไม่เคยทอดทิ้งพื้นที่ แม้ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งก็ตาม แต่พร้อมเดินหน้าผลักดันประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเต็มความสามารถ
ภายหลังการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า พรรคกล้าธรรมมีความมั่นใจในสนามเลือกตั้งจังหวัดร้อยเอ็ด เนื่องจากนโยบายของพรรคเป็นนโยบายที่ประชาชนสัมผัสได้จริง และผู้สมัครมีความใกล้ชิดกับพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยพรรคไม่ได้ยึดติดกับตัวเลขจากโพลสำนักต่างๆ แต่เชื่อมั่นในเสียงตอบรับจากการลงพื้นที่จริง ซึ่งประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
"เราไม่วิจารณ์พรรคอื่น แต่เรามั่นใจในสิ่งที่เราทำ และมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะตัดสินจากผลงานจริง ไม่ใช่คำสัญญาที่ทำไม่ได้ วันเลือกตั้งจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพรรคกล้าธรรม ไม่เป็นรองใครในสนามการเมือง รรคมีความมั่นใจว่าจะสามารถปักหมุดได้หลายเขต เพราะผู้สมัครเราอยู่ในระดับเอ ประกอบกับผมลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดอย่างต่อเนื่องในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะการยกระดับราคาข้าวหอมมะลิ ซึ่งขณะนี้ราคาปรับตัวดีขึ้น และชาวนาเริ่มเข้าสู่ฤดูทำนาปรังแล้ว สะท้อนถึงการทำงานที่ต่อเนื่องของพรรค" ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
เมื่อถูกถามถึงความกังวลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ไม่มีอะไรหนักใจ แม้จะมีผลสำรวจความคิดเห็นจากหลายสำนัก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเสียงสะท้อนจากการลงพื้นที่จริง ยกตัวอย่างการลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและนครนายก ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน สื่อหลายสำนักก็ประเมินพรรคกล้าธรรมอยู่ในอันดับต้นๆ พร้อมย้ำว่า พรรคมีอดีต สส.จากการเลือกตั้งปี 2566 มากกว่า 50 คน ซึ่งเป็นบุคลากรคุณภาพ และยังคัดเลือกผู้สมัครกว่า 100 คน ที่มีศักยภาพลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ จึงมั่นใจว่า พรรคจะไม่เป็นรองใคร ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินผลลัพธ์ในวันเลือกตั้งที่จะมาถึง ทุกการเลือกตั้งตนเป็นรองเสมอ แต่เมื่อโค้งสุดท้าย ตนไม่เคยแพ้ใคร
นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวว่า จากประสบการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา เห็นชัดว่านโยบายที่ไม่สามารถทำได้จริงย่อมไม่ก่อให้เกิดผลสำเร็จ พรรคกล้าธรรมจึงยึดหลักเสนอเฉพาะนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้ ภายใต้กรอบเวลาการทำงานของรัฐบาล 4 ปี โดยคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนต้องทำได้จริง เพราะหากทำไม่ได้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี