วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
มทภ.4ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
ล่าตัวมือเผาปั๊ม
คาดกลุ่ม‘หมัดไซฯ-อับดุลเลาะ’
นายกฯถกฝ่ายความมั่นคง
สั่งต้องสังคายนาการข่าว
แม่ทัพภาคที่ 4 เร่งล่ามือบึ้มเผาปั๊มน้ำมัน 11 แห่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง เชื่อเป็นเครือข่ายเดียวกับปล้นทองแต่คนละกลุ่ม คาดฝีมือกลุ่ม “หมัดไซฟูดีน-อับดุลเลาะ” ที่เคยก่อคดีอย่างโชกโชนในอดีต นายกฯถกฝ่ายความมั่นคง แอ่นอกรับผิดชอบ เร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหา เยียวยาผู้เสียหาย
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายก่อเผาปั๊มน้ำมันจำนวน 11 แห่งพื้นที่3จังหวัดชายแดนใต้ ว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้บูรณาการ แกะรอยคนร้ายหลังพบคราบเลือดในพื้นที่ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส
เมื่อถามว่า เกี่ยวข้องกับประเด็น การเมืองท้องถิ่นเพราะเป็นช่วงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือไม่ พล.ท.นรธิป กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้งไป ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคดีปล้นทองที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อปลายปีที่ผ่านมาหรือไม่นั้น เชื่อว่าเป็นขบวนการเดียวกัน แต่ผู้ก่อเหตุเป็นคนละกลุ่ม
ยกเลิกเคอร์ฟิวนราธิวาส
พลตรียอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ลงนามในประกาศหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ 30/2569 เรื่อง ยกเลิกประกาศการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้ตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 เนื้อหาระบุ ตามที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกประกาศ เรื่องการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด การเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2569 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสนั้น
เนื่องจาก ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดนราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จึงได้มีคำสั่งให้ยกเลิกประกาศ เรื่องการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และ ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ดังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 เป็นต้นไป
แฉคนร้ายป่วนใต้มี2กลุ่ม
มีรายงานข่าวจากความมั่นคงเผยว่าเหตุการเหตุโจรใต้ก่อวินาศกรรม ปตท. 11 แห่ง ใน 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ปัตตานี มีปั๊มน้ำมันเสียหาย 2 แห่ง
เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่า เหตุการดังกล่าวมีคนร้าย 2 กลุ่ม แบ่งงานกันทำ กลุ่มแรกคนร้ายนำโดย นายอับดุลเลาะ ซึ่งเป็นมือประกอบระเบิดและเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ที่มีหมายจับคดีความมั่นคงในพื้นที่ วางแผนล่วงหน้า 2 วันก่อนดำเนินการซึ่งเจ้าหน้าที่พอจะรู้เบาะแสคนร้ายที่ร่วมขบวนการบ้างแล้ว
ส่วนอีกกลุ่มเชื่อว่าเป็นกลุ่มของ นายหมัดไซฟูดีน และพวก ลงมือทำในพื้นที่อื่นซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสคนร้ายแล้ว รอผลตรวจจากวัตถุพยานให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยคนร้ายกลุ่มนี้เป็นชุดปฏิบัติการชุดเดิมที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ อ.กะพ้อ อ.สายบุรี และ อ.ทุ่งยางแดง เมื่อหลายปีก่อน ที่ผ่ายความมั่นคงตามล่าตัวหลายหนแต่หลบหนีไปได้
นายกฯเรียกคุย สมช.
เช้าวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรองเสนาธิการทหารสูงสุด หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์วางเพลิงปั้มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา
และต่อมานายกฯให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 11 ม.ค. ตนได้หารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงเสนาธิการทหารบก เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้เชิญ พล.อ.ณัฐพล นายฉัตรชัย รวมถึง รองเสนาธิการทหารสูงสุด มาหารือเพิ่มเติม โดยกำชับให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุดสืบสวนว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ในส่วนของศอ.บต.ให้เร่งดูแลผู้บาดเจ็บที่มีทั้งสิ้นประมาณ 7 คน และให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการเพราะมีความเสียหายคือปั้ม ปทต.ทั้งหมด และตนได้โทรหา นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ให้ปตท. มีส่วนในการหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ด้วย โดยต้องให้เขาดำเนินกิจการต่อ เพราะถ้าเขาไม่ทำจะยิ่งทำให้สมใจคนร้าย และต้องเห็นใจเขาเพราะเขาไม่มีบริษัทประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายจากการก่อการร้าย
เมื่อถามว่าเบื่องต้นยืนยันไม่ใช่การก่อความไม่สงบใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวสวนทันทีว่า “จะบอกว่าไม่ใช่ก่อความไม่สงบได้อย่างไร มันตั้ง 3 จังหวัดและเน้นเป้าหมาย”
มีปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันหลายอย่างรวมกัน ก็สอบถามและให้ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ประเมินให้ฟัง มันมีเรื่องเกี่ยวพันหมด ทั้งการเมือง ความไม่หวังดี การไม่ต้องการเห็นความสงบสุขหรือสันติสุขเกิดขึ้น รวมไปถึงเรื่องก่อนที่จะต่ออายุการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็มักมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นตามที่เขาเก็บสถิติมา ตนก็รับฟัง แต่สิ่งที่ต้องแจ้งเขาคือการข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก ไม่ว่าจะพูดว่าเกิดเหตุจากอะไรก็แล้วแต่ หรือว่าสุดความสามารถในการที่จะไปทราบได้ ในฐานะผู้บริหารต้องบอกว่ารับฟังไม่ได้ และต้องไปปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการข่าวให้มาก
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งระดับประเทศกำลังจะเกิดขึ้น ได้สั่งการให้เข้มงวดยาวไปเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัยและป้องกันความไม่สงบเรียบร้อย และท่านแม่ทัพบอกว่าช่วงที่เกิดเหตุเป็นรอยต่อที่ระดมกำลังพลไปดูเรื่องวันเด็กด้วย ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แล้วก็เกิดเหตุขึ้นมาในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. และได้กำชับไปยังเลขาธิการศอ.บต.ว่า เกิดเหตุอย่างนี้เราปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และเป็นพื้นที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางอำเภอ ยังไงก็ต้องอยู่ในความรับผิดชอบ
“เจะอามิง”สับการข่าวอ่อน
นายเจะอามิง โตะตาหยง ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นรูปแบบปฏิบัติการที่สะท้อนนัยสำคัญด้านความมั่นคงอย่างชัดเจน หากพิจารณาในเชิงปฏิบัติการ เหตุการณ์นี้สะท้อนอย่างน้อย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ความสามารถในการสื่อสารและควบคุมหลายชุดปฏิบัติการพร้อมกัน และการใช้เชิงสัญลักษณ์ของตัวเลข วัน และเวลา เพื่อสร้างแรงสะเทือนทางจิตวิทยา
“ลักษณะการก่อเหตุในรูปแบบนี้ เข้าข่ายการแสดงศักยภาพมากกว่าการมุ่งสังหาร เป็นการส่งสารเชิงอำนาจมากกว่าการทำร้ายเป้าหมายโดยตรง” นายเจะอามิง กล่าว
และว่า สิ่งนี้สะท้อนชัดว่าระบบการข่าวของรัฐยังขาดศักยภาพ ไม่มีการรวมศูนย์และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างภาพรวมร่วมกัน ถือเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรง
กกต.ยันจัดเลือกตั้งได้
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังสถานการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุลอบวางระเบิด และการก่อความรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ต้องยกระดับการควบคุมพื้นที่โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ว่า หากเป็นเรื่องความปลอดภัย กกต. มีความกังวลทั้งนั้น เพราะประชาชนก็คือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
แต่โชคดีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่ใช่พื้นที่ที่ประชาชนไปรวมตัวกันจำนวนมาก ทำให้การเลือกตั้งนายก อบต. เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ผ่านไปด้วยดี
ส่วนการประเมินสถานการณ์วันเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เราก็ต้องรับฟังเรื่องความมั่นคง ว่าจะกระทบกับการเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ชายแดนหรือที่ภาคใต้ แต่คาดว่าหากเป็นลักษณะของภาคใต้ ที่ไม่ได้กระทบในวงกว้างเหมือนปัญหาชายแดนและการบริหารจัดการจะซับซ้อนกว่า ก็คิดว่าสามารถรับมือได้ เพราะมีกฎหมายให้ทำได้ เช่น การย้ายหน่วย แต่ยังอยู่ในเขตเลือกตั้งนั้น
ทั้งนี้ ก็ต้องดูความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนด้วย หรืออาจจะงดลงคะแนนหน่วยนั้นไปก่อนเพียงหน่วยเดียว และหากในวันเลือกตั้งเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ คณะกรรมการประจำหน่วยจะเป็นผู้ตัดสินใจ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี