533.jpg
นายกฯชิงดับไฟควงมทภ.4 ขอโทษปชช. กรณีกล่าวหารร.ปอเนาะ

นายกฯชิงดับไฟควงมทภ.4 ขอโทษปชช. กรณีกล่าวหารร.ปอเนาะ

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกฯชิงดับไฟควงมทภ.4

ขอโทษปชช.

กรณีกล่าวหารร.ปอเนาะ

ปิดห้องคุยวันนอร์-สส.

อนุทิน”ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ดูหน้างาน รับฟังปัญหา มอบนโยบาย ศอ.บต. ยึดหลัก “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” หวังปชช.เข้าใจเจตนารมณ์รัฐบาล ลั่นปล่อยให้เหตุการณ์อยู่แบบนี้ ไม่ได้เด็ดขาด ย้ำชัดมาช่วยทำงาน ไม่ได้ฟื้นฝอยหาตะเข็บ ปิดห้องคุย “วันนอร์-กมลศักดิ์”ก่อนกินข้าวเที่ยง“วันนอร์”ชม“นายกฯหนู”หากอยู่ครบ4ปี ทำประเทศดีขึ้น“กมลศักดิ์”เผยสบายใจขึ้นหลังได้เล่าข้อเท็จจริง ชี้ทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน รมว.กห. ควง มทภ.4 ขอโทษ ปชช. หลัง นายกฯ ไม่สบายใจ ปมกล่าวหาโรงเรียนปอเนาะเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย ยอมรับสื่อสารผิดพลาด ยัน มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุข

เมื่อเวลา 07.44 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6 ) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกภายหลังแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า จริงๆ แล้วตนมีความตั้งใจที่จะลงไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว และมีหลายเรื่องเข้ามาก็เลยถือโอกาสลงไป เพื่อกํากับดูแลทุกอย่าง โดยตนจะไปดูว่าเราจะแก้ไขปัญหาที่มีอยู่อย่างไรให้เร็วที่สุด


นายกฯ ถึงนราฯ มทภ.4รอต้อนรับ

เมื่อเวลา 09.28 น. นายกฯ พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนราธิวาส โดยมีนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาให้การต้อนรับ โดยนายกฯ ได้ทักทายและสวมกอด พล.ท.นรธิป อย่างเป็นกันเอง

ทั้งนี้ นายบุญช่วย และ พล.ท.นรธิป ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้กับนายกฯ ก่อนที่นายกฯ ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน (ผบ.บก.อส.) จะเข้าตรวจแถวกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่มารักษาความปลอดภัยในการตรวจราชการของนายกฯ ครั้งนี้ จากนั้นนายกฯ และคณะนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปยัง ศอ.บต. เพื่อมอบนโยบายการแก้แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายของรัฐบาล และตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงาน

ประชุมกับส่วนราชการในพื้นที่

เวลา 10.10 น. นายอนุทิน พร้อมคณะเดินทางถึง ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อประชุมร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ โดยมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล เลขาธิการ ศอ.บต. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวันมูฮะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พล.ร.อ.ไพรโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมประชุม

โดย นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า พวกเราเดินทางมาที่ ศอ.บต. ซึ่งเป็นความตั้งใจที่จะมาพบปะเพื่อนข้าราชการที่มาปฎิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อยืนยันว่า ตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในหน่วยงานความมั่นคงทุกคนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก ในการแถลงนโยบาย รัฐบาลได้กำหนดการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นนโยบายที่สำคัญ ที่เราได้แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาถือว่ารัฐบาลนี้ได้มาบริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบ ตนได้รับเกียรติจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตประธาน มาเป็นที่ประธานปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งในความเหมาะสม และความอาวุโส ทำให้ตนคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ น่าจะเป็นจังหวะที่ดี ที่เราได้บุคลากรที่มีประสบการณ์ มีบารมี มีความชำนาญในพื้นที่มาเป็นเรี่ยวแรงของรัฐบาล

ใช้หลัก‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’

นายกฯ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราใช้หลักการ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาซึ่งเป็นการน้อมนำแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งเราเชื่อว่า ด้วยแนวทางนี้จะสามารถนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับมาคืนสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้โดยเร็ว ทั้ง 3 คำเป็นคำง่ายๆ แต่มีความหมาย คำว่าเข้าใจ หมายถึง เราศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เข้าใจปัญหา เข้าใจพื้นที่ และเข้าใจวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ คำว่าเข้าถึง หมายถึง การลงพื้นที่อย่างจริงจังไปพบปะกับพี่น้องประชาชนไปรับรู้ รับทราบสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นต้องการ รับทราบปัญหา สร้างความเข้าใจในตัวพวกเขา เพื่อที่จะสร้างความไว้วางใจของพวกเขาที่มีต่อพวกเรา และการพัฒนา คือการแก้ไขปัญหาและการสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้วิธีการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในบริบทของชุมชนที่เราเข้าไปบริหารจัดการ สุดท้ายเราต้องมาร่วมกันพัฒนาพื้นที่นี้ ให้เกิดความสงบสุข สันติสุข ความเจริญทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ให้ได้ผลสัมฤทธิ์ ซึ่งหากเราได้ความร่วมมือจากประชาชนความไว้วางใจ และมั่นใจ เราจะสำเร็จผลตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้ ก็จะเกิดขึ้นได้โดยเร็ว ต้องทันโลก ทันสมัย ทันเหตุการณ์

นายกฯ กล่าวว่า ตนมาอัพเดทสถานการณ์ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เพราะมีปัจจัยและปัญหาใหม่ๆ เข้ามา ทำให้เราต้องทบทวนความเข้าใจเสมอ ซึ่งเป็นประการด่านแรกที่เราต้องปรับให้ได้ ทั้งนี้ ตนได้ให้แนวทางข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในฐานะฝ่ายปกครอง ทำงานทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที ซึ่งสถานการณ์ในภาคใต้ขณะนี้ต้องอยู่กับโลก เพราะโลกมีปัญหาและเป็นปัญหาที่สามารถเกี่ยวโยง ทำให้เกิดผลกระทบกับ 5 จังหวัดของ ศอ.บต. คือสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ฉะนั้นเราต้องทันโลก ทันสมัย ทันเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา ขอให้หน่วยที่สังกัดของสำนักนายกรัฐมนตรีได้ยึดถือหลักการนี้เป็นแนวทางในการทำงาน เพื่อทำให้ภารกิจของ ศอ.บต.ได้บรรลุเป้าหมายต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า การที่เรามาประชุมในวันนี้ นอกเหนือจากปัญหาที่เป็นปัญหาเรื่องความมั่นคงแล้ว ตนมาที่นี่ เพื่อยืนยันการสนับสนุน ศอ.บต. ที่เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ ซึ่งตนพร้อมที่จะรับฟังว่า มีสิ่งใดที่จะให้ ครม. และรัฐบาลให้การสนับสนุนเป้าหมายของ ศอ.บต.บ้าง และให้ความมั่นใจหน่วยงานความมั่นคง ที่ทำหน้าที่อย่างทุ่มเทในการดูแลชายแดนและความสงบ รวมถึงการสร้างความสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งพวกเราทุกคนเต็มใจ ตั้งใจที่จะลงมาและคาดว่าสิ่งที่จะได้หารือวันในวันนี้ จะสามารถกำหนดแนวทางปฏิบัติ เพื่อที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศของเรา ทั้งนี้ตนทราบมาว่า ไม่มีผู้บริหารระดับนายกฯ ลงมาประชุมกับ ศอ.บต. ตนก็รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกับท่านในการแก้ไขปัญหาในภูมิภาคนี้

ปล่อยให้อยู่แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้

“เรามีผู้ทรงคุณวุฒิ มีบารมี อยู่ในพื้นที่ด้วยอย่างนายวันนอร์มาช่วยอีก 1 แรง และผมคิดว่าเราคงจะปล่อยให้เหตุการณ์มันอยู่แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้เป็นอันขาด เรามีรองประวุฒิสภา ซึ่งเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เข้าใจพื้นที่เป็นอย่างดี เรามาช่วยกันทำงาน ไม่ได้มาจ้องจับผิดใครหรือมาฟื้นฝอยหาตะเข็บอะไรที่ไหน เรามองไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่เราต้ิงทำให้พี่น้องประชาชนมีความเข้าใจเจตนารมณ์ของเรา และสร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่นให้กับพวกเขาให้ได้“ นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาต้องมุ่งแก้ที่ต้นเหตุอย่างตรงจุดไม่เหมารวมประชาชน โดยเชื่อว่าทุกคนในพื้นที่ล้วนต้องการความสงบสุขและสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่สันติภาพคือ ความยุติธรรม จากการศึกษาประวัติศาสตร์ พบว่าความต้องการหลักของประชาชนในพื้นที่ คือความเป็นธรรม แม้ในบางช่วงจะมีแนวคิดหรือการแสดงออกที่เกินกรอบอุดมการณ์ แต่หากรัฐสามารถสร้างความเข้าใจ และแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ก็จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ชื่นชม ขรก.-จนท.เสียสละทำงาน

เวลา 12.15 น. นายอนุทิน ได้พบปะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ที่มาร่วมรับมอบนโยบาย โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอความสันติสุขจงมีแต่ทุกคน ตนดีใจมากที่ได้มา ศอ.บต. ตนมีความชื่นชมในความทุ่มเทเสียสละของพวกท่านทุกคนที่ทำงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะไม่ใช่เรื่องสนุก เราแก้ไขปัญหาทุกวันปัญหา แต่ละปัญหาที่เข้ามาหนักหนาสาหัสทั้งนั้น คนที่ไม่มีความทุ่มเท ไม่มีจิตใจที่เข้มแข็งก็คงไม่สามารถมีความอดทนต่อภารกิจตรงนี้ได้ก็ต้องขอแสดงความชื่นชม

“พวกเราทุกคนเต็มใจที่จะมาเจอกับพวกท่าน วันนี้ตั้งใจที่จะมาเพื่อที่จะให้มั่นใจว่า รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของพวกท่านอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้า ความเจริญ และความสันติสุขความสงบในพื้นที่แห่งนี้ ตนยึดมั่นในหลักการนี้ สงบ สันติ สามัคคี ซึ่งเราต้องทำให้เกิดให้ได้ พวกเราทุกคนที่อยู่ในที่นี่มีทุกศาสนา ทั้งพุทธ มุสลิมและคริสต์ ซึ่งเป็นศาสนาหลักของเรา ทำไมจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ เราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ เป็นคนไทยเหมือนกันทุกคน เราต้องเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายกฯ กล่าว

อนุทิน’ปิดห้องคุย‘กมลศักดิ์-วันนอร์’

เวลา 12.55 น. นายอนุทิน เดินทางถึงบ้านศรียะลา โดยก่อนร่วมรับประทานอาหารกลางวัน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ(ปช.) ได้ปิดห้องเข้าพูดคุยกัน 3 คนเป็นการส่วนตัว เพื่อหารือข้อราชการ และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการส่วนตัว ก่อนที่นายกฯ และคณะจะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ร่วมกับคณะชุดใหญ่ บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น

สำหรับเมนูอาหารประกอบด้วย มัสมันเนื้อ, ไก่กอและ, ผัดสะตอกุ้ง, ซอเลาะลาดอ, ปลาอินทรีย์เจ๊ะการ์, ยำส้มโอทับทิมสยาม และผักน้ำพริกกะปิ รวมถึงเมนูของหวาน คือ ลำไยลอยแก้ว และผลไม้รวม

หลังรับประทานอาหารเสร็จสิ้น นายวันนอร์กล่าวขอบคุณคณะนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมและร่วมรับประทานอาหารที่บ้าน ตนรู้จักและเคยร่วมงานกับนายกฯ มาตั้งแต่ปี 2544 รวมระยะเวลากว่า 25 ปี จึงทราบดีว่าเป็นคนจริงจังในการทำงาน และเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาในหลายด้าน นายกฯมีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี ผ่านสถานการณ์สำคัญของประเทศ ทั้งช่วง วิกฤตต้มยำกุ้ง และสถานการณ์โควิด-19 ที่มีปัญหาซับซ้อน จึงเชื่อมั่นว่าสามารถแก้ไขวิกฤตของประเทศในปัจจุบันได้

วันนอร์’ชู‘อนุทิน’พาชาติพ้นวิกฤต

ส่วนการเข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายวันนอร์ กล่าวว่า แม้ตนจะมีอายุมากแล้วและควรพักผ่อน แต่เมื่อประเทศมีปัญหาและนายกรัฐมนตรีได้เอ่ยปากขอให้ช่วย จึงยินดีเข้ามาทำหน้าที่ โดยยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือความขัดแย้งทางการเมือง

นายวันนอร์ ยังกล่าวอีกว่า สถานที่แห่งนี้เคยต้อนรับนายกฯมาแล้ว 2 คน ได้แก่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อปี 2540 และ นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2546 โดย นายอนุทิน ถือเป็นนายกฯคนที่ 3 และอาจเป็นคนสุดท้ายที่ได้เชิญมารับประทานอาหาร เนื่องจากปัจจุบันตนมีอายุ 81 ปี ย่าง 82 ปี พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า นายกฯ จะสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างน้อย 4-8 ปี และนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ได้

จากนั้น นายวันนอร์ได้มอบกริชเป็นของที่ระลึก ให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ได้หยิบเงินขึ้นมาจ่าย โดยนายนอร์ รับเงิน พร้อมกล่าวว่า การให้กริชหรือของมีคม จะต้องจ่ายเงิน เพื่อเป็นเคล็ด รวมถึงลูกเขยของวันนอร์ ได้มอบของที่ระลึกให้ด้วย ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

กมลศักดิ์’สบายใจขึ้นหลังปิดห้องคุย

ขณะที่ นายกมลศักดิ์ เปิดเผยภายหลังการพูดคุยว่า รู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เพราะได้บอกเล่าข้อเท็จจริงเท่าที่ทราบ ส่วนทางคดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งรายละเอียดให้สอบถามนายกรัฐมนตรี ส่วนมีโอกาสที่จะสาวไปถึงผู้บงการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หนักใจหรือไม่ หาก ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพนักงานสืบสวนสอบสวน ในส่วนทางคดีสมมติมีการจับกุมทั้ง 4 คน และฝากขังต่อศาลครบกำหนดระยะเวลา หากมีพยานหลักฐานตามสมควรก็สามารถฟ้องทั้ง 4 คนนี้ก่อนได้ไม่ต้องรอ

เมื่อถามถึงมูลเหตุที่คนร้ายลงมือ ส่วนตัวปักใจเชื่อไปที่เรื่องไหน นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า คล้ายกับที่ตำรวจตั้งไว้ยังไม่ตัดประเด็นไหนทิ้ง ทางด้านความมั่นคง และการเมือง ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งสองทาง พร้อมย้ำว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับทางตำรวจ

ศธ.หวังเคลียร์ รร.ปอเนาะ-ตาดีกา

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีสมาคมสมาพันธ์ รร.เอกชนภาคใต้ เรียกร้องย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ กรณีกล่าวหารร.ปอเนาะ-ตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพราะความรุนแรงว่าจริงๆ ยังไม่อยากคิดว่าเป็นปัญหาโรงเรียนปอเนาะ เป็นโรงเรียนเอกชนที่สอนเกี่ยวกับศาสนาที่เป็นประเด็นในขณะนี้ อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ซึ่งเดิมกระทรวงศึกษาได้กำกับดูแลอยู่แล้วมีการตั้งคณะกรรมการร่วม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง มีทั้งสช.ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียนอยู่ อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนได้ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเป็นอย่างไร และเป็นการไปสร้างความเข้าใจกันระหว่างโรงเรียน ถือโอกาสที่ตนเพิ่งเข้าตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไปดูว่ากระทรวงจะทำอะไรได้บ้าง ในการส่งเสริมการศึกษา การยกระดับมาตรฐานการศึกษาและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่โรงเรียนไม่พอใจฝ่ายความมั่นคง ก็ต้องเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ กัน ซึ่งวันนี้ถือโอกาสจะไปดูว่ามีประเด็นอะไรบ้าง

รมว.กห.ควงมทภ.4ขอโทษปชช.

เวลา 15.03 น. ที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวภาพรวมต่อสื่อมวลชน ภายหลังที่นายอนุทิน เดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ว่า นายกรัฐมนตรีไม่สบายใจเกี่ยวกับกระแสสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ จึงได้พารัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงต่างๆ มารับทราบปัญหา เกี่ยวกับกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนปอเนาะ รวมถึงการปิดไมค์พูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งตนขอยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งใจมาปฎิบัติหน้าที่ ด้วยความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบรรยากาศในการแถลงข่าวที่มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง ตายไมค์บ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้ โดนตนขอยืนยันอีกครั้งว่า แม่ทัพภาคที่ 4 มาด้วยความตั้งใจ

ส่วนกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดไมค์พูดเกี่ยวกับคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” จนถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องการปิดไมค์เป็นเรื่องส่วนตัว อย่ามาพูดถึงกันเลย มันผ่านไปแล้ว ท่านก็ขอโทษแล้ว เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ขอให้ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 มีกำลังใจในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งตนขอยืนยันว่า การคิดดี ทำดี พูดดี เป็นเรื่องที่เราต้องทำกัน แต่เรื่องการสื่อสารที่สั้นเกินไป และแรงกดดันจากสื่อมวลชน อย่างตอนนี้ที่ตนให้สัมภาษณ์กับสื่ออยู่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

เมื่อถามว่ากรณีที่สมาคมโรงเรียนปอเนาะ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกนอกพื้นที่ จะมีการสร้างความเข้าใจในพื้นที่อย่างไร พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ตนว่าเราพูดคุยกันได้ ท่านก็รับผิดแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความผิดทั้งทางวินัย และอาญา แต่เราแค่พูดสื่อสารกันน้อยไปหน่อย และมีการขอโทษกันแล้ว ตนคิดว่าพี่น้องคนไทยเราให้อภัยกันได้

เมื่อถามย้ำว่าจะสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างไร พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า เดี๋ยวแม่ทัพภาคที่ 4 จะลงไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งก็ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกท่านให้เข้าใจซึ่งกันและกัน

ตั้งใจแก้ปัญหาให้เกิดสันติสุข

ขณะที่ พล.ท.นรธิป ได้กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชน โดยระบุว่า ตนอาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ซึ่งตนขอยืนยันว่า ตนในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จากนี้ไปจะมีการลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ท.นรธิป ระบุเพียงว่า มี เพราะเรามีกิจกรรมที่เข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว

รองผบ.ตร.ยันติดตามคดีไม่ลดละ

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยถึงคดีของนายกมลศักดิ์ ว่า คดีดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้ติดตามอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด แม้จะอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 โดยภายหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วรวม 4 ราย ประกอบด้วย ผู้ต้องหาคนที่ 1 ผู้ต้องหาที่เป็นคนขับรถ และผู้ต้องหามือปืน ซึ่งสามารถจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงผู้ต้องหาอีก 1 รายที่เกี่ยวข้องกับการนำรถของกลางไปชำแหละ

นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ กอ.รมน. เข้าแจ้งความดำเนินคดีในความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 151 ฐานนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเป็นอีกสำนวนคดีหนึ่ง โดยหากการสอบสวนมีความเชื่อมโยงกัน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในต่างประเทศ จึงได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยทหารตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศ หากพบว่าหลบหนีออกไปแล้ว จะดำเนินการออกหมายแดงผ่านตำรวจสากลเพื่อติดตามจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเด็นผู้ว่าจ้างยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน และจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป เนื่องจากขณะนี้ผู้ต้องหายังไม่ครบทั้งหมด

รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร. มีความห่วงใยต่อคดีดังกล่าว และได้กำชับให้เร่งรัดการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยตนได้ลงพื้นที่ติดตามการทำงานด้วยตนเอง เพื่อให้การรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี

นายกฯลั่นยึดถือความยุติธรรม

เมื่อเวลา 15.35 น. ที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ว่า “ดี”

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ได้พูดคุยกับนายกมลศักดิ์ ว่า ดีครับ เราดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งทางตำรวจก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จะครบแล้ว โดยอยู่ระหว่างการสอบขยายผล พร้อมขอให้คำยืนยันว่า เราอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน ซึ่งเราเชื่อว่า ความยุติธรรมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะก่อให้เกิดความสงบสุข และสันติสุข โดยเราต้องอำนวยความยุติธรรมให้ได้ก่อน

ขอโทษประชาชน กรณีแม่ทัพภาค 4

เมื่อถามถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ และให้กำลังใจอย่างไร นายกฯ ยอมรับว่า มีการพูดคุยกัน ซึ่งในเรื่องการปฏิบัติงานท่านก็ทุ่มเทเต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะในช่วงนี้ โดยตั้งแต่ที่ท่านเข้ามารับตำแหน่ง มีภัยพิบัติหรือมีเรื่องต่างๆ ท่านก็อยู่ที่หน้างานมาโดยตลอด และตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในช่วงหลังอาจจะมีสถานการณ์เยอะแยะไปหมด และท่านก็ถูกทั้งส่วนกลางและตนซักถาม เร่งรัดภารกิจต่างๆ ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์ในช่วงนี้ ทำให้ท่านพยายามจะตอบ แต่ตนขอยืนยันในใจของท่านไม่มีอะไร บางทีเวลาตอบ ภายใต้ภาวะที่ตึงเครียด ท่านก็มายอมรับว่า พูดไม่ครบถ้วนบ้าง พลาดไปบ้าง ตนก็ถามว่าท่านพร้อมจะขอโทษพี่น้องประชาชนหรือไม่ ท่านก็ตอบว่าพร้อม ซึ่งท่านก็ได้ขอโทษพี่น้องประชาชนด้วยความเต็มใจ

“ผมก็ต้องขอโทษประชาชนด้วย ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.สิ่งที่ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล วิตกห่วงใย วันนี้เรามาแก้ไข และจี้ไปทุกประเด็นจะพยายามทำในสิ่งที่กฏหมายกำหนด คนไหนมีความผิดเราจะดำเนินคดีไปถึงที่สุด ไม่ต้องกังวลว่าจะไปถูกตัดตอนตรงไหน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เชื่อทุกคนต้องการสร้างความสงบ

ส่วนกรณีที่สถาบันปอเนาะไม่สบายใจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้กล่าวกับผู้แทนของสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ นายขดดะรี บินเซ็น ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษา ศอ.บต. รับรองว่าคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้พูดว่าทุกที่เป็นอย่างนั้น อาจมีบางที่บางจุด เราเชื่อว่าทุกคน ต้องการสร้างความสงบที่จะอยู่ด้วยกัน อย่างที่บอกเวลาพูดภายใต้สภาวะกดดัน

“อย่างผมพูดติดๆ ขัดๆ ต้องระวัง แต่ในใจมีแต่ความรักความห่วงใย และความเชื่อมั่นสำหรับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกเชื้อชาติศาสนา ผมเห็นภาพแล้วประทับใจมาก ผมเคยไปอำเภอหนึ่งที่โรงพยาบาล เห็นพระสงฆ์นอนอยู่แล้วอิหม่ามมุสลิมนั่งบีบขา เห็นแล้วรู้สึกดี ภาพเหล่านี้เห็นความมั่นใจที่จะทำให้ดีขึ้น” นายกฯ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top