วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายกฯ มอบนโยบายความมั่นคงผู้นำท้องถิ่นภาคตะวันออก เปรียบในพื้นที่มีคนทำชั่วเหมือนโดนเท้าลูบหัว ปลุกต้องไม่ยอม ลั่น ใช้สัญญาลูกผู้ชายรบ.เป็นแบ็ก หนุนจนท.จัดเต็มสุดซอย ล่าคนทำลายประเทศ บอก มีคนกระซิบ นายอําเภอเอาจริง ยาเสพติดไม่เข้าหมู่บ้าน ชี้ ผู้ว่าฯ-ผบก.ภ.จว. ถูกกันหรือไม่ต้องทํางานร่วมกัน ถือเป็นKPI นำร่องโมเดล จัดสัมมนาระดับอำเภอ-ผกก.ภูธร
เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 ที่ห้องสัมมนาลอยฟ้า ฮอลล์ 1 สวนนงนุชพัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย “การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดชลบุรี” โดยมีพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง
นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการบริษัทนงนุชแลนด์สเคป แอนด์ การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด และนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กำนัน ผู้ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมด้วย
โดยนายกฯ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า การมาพบกันในวันนี้ถือว่าคุ้มค่ามากในการมาในสถานที่แห่งนี้ ในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทยไม่ได้มีเฉพาะ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดชลบุรี แต่มีข้าราชการที่มาจากจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราได้มาร่วมกันหารือและกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจความมั่นคงของรัฐบาลเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันภัยคุกคามต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากด้านความมั่นคงมีความซับซ้อนและมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน คุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดจนความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ การให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบ
จะเห็นได้ว่าเวลาที่ที่ท่านไปดำเนินการปราบปราม การกระทำผิดกฎหมายจับกุมสแกมเมอร์ทำลายบ่อนการพนัน ไม่เคยมีใครได้รับโทรศัพท์ลึกลับ ไม่เคยมีใครถูกถามว่ารู้ไหมว่าคนที่ท่านจับอยู่เป็นใคร โรคความจำเสื่อมหายไปหมดแล้วเพราะรัฐบาลให้ความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุน ถ้าภาษาวัยรุ่นอย่างพวกเราคือสุดซอยกับพวกที่กระทำผิดกฎหมาย ไม่เคารพกฎหมายเราจะเรียกตัวเราเองว่าเป็นข้าราชการของแผ่นดินเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นผู้คุ้มครองประเทศเป็นผู้รักษากฎหมายเป็นนักปกครองไม่ได้ถ้าเราปล่อยให้คนที่กระทำสิ่งที่ผิดกฎหมายลอยนวลหรือสามารถทำในสิ่งที่เขาต้องการทำโดยที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายทั้งที่พวกเรามีหน้าที่รักษากฎหมาย ถ้าพูดกันตรงๆ มาทำสิ่งชั่วร้ายบนหัวของพวกเรา ซึ่งเราไม่ยอมเด็ดขาด ประเพณีของเราใครมาจับหัวเราก็ไม่ยอมอยู่แล้ว ไม่ต้องทำความชั่วร้ายแต่นี่มาทำความชั่วร้ายอยู่บนพื้นที่ที่เราต้องรับผิดชอบดูแลทำผิดกฎหมาย อันนี้ไม่ใช่เอามือลูบหัวต้องถือว่าเขาเอาเท้าลูบหัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมได้เป็นอันขาด นึกสภาพว่าถ้าคนเอาเท้ามาโดนศีรษะเรา เราจะตอบสนองอย่างไร ฉะนั้นพวกผิดกฎหมายเหล่านีมันจะต้องเกรงกลัวแล้วจะต้องไม่ทำสิ่งเหล่านั้นนี่คือวิธีการทำงานของรัฐบาลนี้ต่อผู้ที่คิดว่าจะทำผิดกฎหมายและท้าทายกฎหมาย
นายกฯ กล่าวต่อว่า จ.ชลบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวเป็นเมืองเศรษฐกิจเงินสะพัด ประชาชนในจังหวัดมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมให้ลูกหลานมีการศึกษาที่ดี ไม่ใช่ว่าจะมีกลไกสีดำ สีเทาบางอย่างคอยทำให้รายได้ของพวกเขาเหล่านี้ถูกเจียดออกไปแล้วทำให้อนาคตของพวกเขามีความลำบาก ฉะนั้นเรื่องนี้ตนต้องขออนุญาตเราต้องรักษามาตรการและยกระดับในเรื่องของความปลอดภัยและการป้องกันอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่ต้องถือว่าเป็นต้นแบบให้ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศ ย้ำว่ารัฐบาลพร้อมอย่างเต็มที่แล้วสนุกด้วยที่จะเห็นท่านไปทำการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนจัดเต็มสุดซอย สำหรับคนที่ทำลายประเทศชาติ คนที่ไม่เคารพกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่เคารพกฎหมายในยุคที่พวกท่านถือกฎหมาย
ฉะนั้นสิ่งนี้คือสิ่งที่รัฐบาลขอร้องขอให้ท่านได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ตนให้การรับประกัน ตนไม่ใช่คนที่มีอำนาจสูงสุด มีบารมีมากที่สุด หรือมีอิทธิพลสูงสุดในประเทศนี้ คนสูงสุดในประเทศนี้มีอีกเยอะ แต่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล ฉะนั้นตนคิดว่าในระดับที่ตนรับผิดชอบรัฐบาลนี้ ตนให้คำยืนยันว่าการกระทำต่างๆของท่าน เพื่อปราบปรามป้องกันไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้เกิดขึ้นในเขตความรับผิดชอบของท่าน จะไม่มีเหตุใด สิ่งใดที่จะทำให้หน้าที่การงานของท่านตำแหน่งของท่าน สถานะของท่านจะได้รับผลกระทบ ถ้าจะทำให้ได้รับผลกระทบคือกระทบให้สูงขึ้นจากการปฎิบัติหน้าที่ที่ทุ่มเทเสียสละเพื่อประชาชน ถือว่าวันนี้เรามามีสัญญาลูกผู้ชายต่อกัน ทุกท่านที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ถือกฎหมายทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุขพิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล สโลแกนที่เราตกลงกันไว้มีความชัดเจน ไม่ต้องแปลความไม่ต้องกลับมาถามว่าทำได้แค่ไหน เพราะวันนี้ทุกคำที่ตนได้มอบหมายให้กับท่านในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาลก็คือจัดเต็มและสุดซอยกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย
นายกฯ กล่าวอีกว่า ดังนั้นนโยบายในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชนมีอยู่ 3 มิติสำคัญ คือ 1.มิติด้านการป้องกันขอให้ผวจ.และผู้การตำรวจภูธรจังหวัด เดี๋ยวคนก็ตีความว่านายกฯพูดแต่จ.ชลบุรี ภาคใต้ไม่เกี่ยว อีสานไม่เกี่ยวแต่พูดตรงนี้ขอให้เป็นนโยบายครอบคลุมไปทั่วประเทศให้เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการทำงานแบบทีมจังหวัดบูรณาการรวบรวมความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเชื่อมโยงข้อมูลวิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนการปฏิบัติเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้ภาคีเครือข่ายในทุกที่เป็นกำลังในการเฝ้าระวังแจ้งเตือนสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยาเสพติด เรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและกลุ่มผู้มีอิทธิพลเพื่อป้องกันและสกัดกั้นปัญหาตั้งแต่ต้นทาง โดยยึดถือเป้าหมายสำคัญในการปฏิบัติงาน
นายกฯ กล่าวต่อว่า 2.มิติด้านการปราบปรามทุกหน่วยงานจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังเด็ดขาดและต่อเนื่อง และความเสมอภาคทางกฎหมาย ยึดหลักนิติธรรมเราไม่ทำอะไรนอกเหนือกฎหมาย ความจริงกฎหมายเรามีเพียงพอถ้าเราใช้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่หวั่นเกรงต่ออิทธิพล เราไม่ต้องการให้ใครดวลปืนหรือใครมายิงกันหรือเอาชีวิตกัน แต่เราต้องการให้เขา ได้อยู่ภายใต้กฎหมาย เมื่อเขาไม่เคารพกฎหมายท้าทายกฎหมายเขาก็จะได้รับโทษภายใต้กฎหมายเท่านั้นตนไม่ขออะไรมากกว่านี้ ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องทำมากกว่านี้ ถ้าเขาได้รับโทษานุโทษจากการกระทำของเขาภายใต้กฎหมายแล้วนั้นเราก็ต้องถือว่าเราได้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักนิติธรรมแล้ว
นายกฯ กล่าวต่อว่า 3. การช่วยเหลือประชาชน ให้ทุกหน่วยยกระดับการให้บริการประชาชน โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นกลไกหลักในการรับเรื่องร้องเรียนและติดตามการแก้ไขปัญหา พร้อมยกระดับการให้บริการของสถานีตำรวจทุกแห่ง เพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุ การจัดกำลังสายตรวจ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นภารกิจจะตกหนักอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นสำคัญ เพราะท่านคือผู้ที่มีหน้าที่ประสานงานท่านจะบอกว่าหน้าที่เป็นของตำรวจทหารและอัยการหรือกรมศุลกากรถูกต้องแต่ท่านต้องมีหน้าที่ไปทำให้เขาได้ใช้กฎหมายอย่างเต็มที่นี่คือสิ่งที่ตนอยากจะเน้นย้ำในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ทั้งนี้มาตรการปราบยาเสพติด 90 วันพิฆาตยาเสพติด ผ่านปฏิบัติการ Operation 90 Days พิฆาตยาเสพติดตัดวงจรการค้า การลำเลียง การเสพยาเสพติด ขอให้จังหวัดทำงานร่วมกันเหมือนกับเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล
“มีคนกระซิบผมถ้านายอำเภอเอาจริงเอาจังยาเสพติดไม่มีทางเข้าไปในอำเภอ หมู่บ้าน ตำบลได้ ผมเชื่อ ถ้าแค่นายอำเภอเอาจริงเอาจังอย่างเต็มที่ทำความเข้าใจกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของท่านชุมชนเหล่านั้นเป็นตำบลสีขาวยังไงก็ลดลง และการประชุมระหว่างผวจ. และผู้บังคับการตำรวจภูธรเป็นส่วนหนึ่งของเคพีไอด้วยต้องทำงานร่วมกัน เพราะถือเป็นหน้าที่ ไม่ว่าจะถูกกันหรือไม่ถูกกัน แต่เมื่อสวมใส่เครื่องแบบและเข้ารับหน้าที่ผวจ.แล้วและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด แล้วไม่มีทางเลือกอื่นต้องรวมตัวกันทำงานเพื่อประชาชน โดยหลังจากนี้ผมจะขยายความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครองกับตำรวจกับตำรวจจากเดิมในระดับจังหวัดจะให้ไปถึงระดับอำเภอทั้ง 8,000กว่าอำเภอ โดยจะจัดสัมมนานายอำเภอและผู้กำกับการตำรวจภูธรในพื้นที่ โดยแบ่งเป็นแต่ละภาค“นายกฯ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี