พรรคส้มในเงื่อนไขใหม่ สมการต่ำร้อยไม่ใช่แค่คำทำนาย

พรรคส้มในเงื่อนไขใหม่ สมการต่ำร้อยไม่ใช่แค่คำทำนาย

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นศึกเลือกตั้งที่ พรรคประชาชน หรือ พรรคส้ม ต้องเผชิญกับเงื่อนไขใหม่แทบทั้งหมด บรรยากาศทางการเมืองเปลี่ยน คู่แข่งเตรียมตัวมากขึ้น และสนาม สส. เขตกลับมาอยู่ภายใต้การคุมเกมของบ้านใหญ่และฐานการเมืองเดิมอย่างชัดเจน

คำว่า “ต่ำ 100 ที่นั่ง” จึงถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองมากขึ้น ไม่ใช่ข้อสรุปล่วงหน้า แต่เป็น สมการทางการเมือง ที่ถูกใช้ประเมินสนามเลือกตั้งรอบนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างไปจากปี 2566 อย่างมีนัยสำคัญ


การเลือกตั้งปี 2566 พรรคส้มชนะเป็นอันดับหนึ่ง ได้ สส.รวม 151 ที่นั่ง ตัวเลขนี้แยกเป็น สส. เขต 112 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 39 ที่นั่ง จากคะแนนรวมทั่วประเทศกว่า 14.4 ล้านเสียง

ผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดจากจังหวะทางการเมืองที่เอื้ออย่างมาก และไม่ใช่เงื่อนไขที่จะเกิดซ้ำได้ง่าย

บรรยากาศในปี 2566 ถูกขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกอิ่มตัวทางการเมืองที่สะสมต่อเนื่องหลายปี ชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลายเป็นศูนย์รวมความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก

กระแส “ไม่เอาลุง” ทำหน้าที่เป็น พลังทางการเมือง สำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่เมืองใหญ่

คำขวัญ “มีเราไม่มีลุง” จึงสื่อสารได้ง่าย เป้าหมายชัด และเชื่อมโยงอารมณ์ของคนจำนวนมากเข้าไว้ด้วยกัน

ผลที่ตามมา คือคะแนนถล่มในหลายเขต รวมถึงการเจาะพื้นที่ใหม่ในภาคใต้ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในลักษณะนี้มาก่อน

การเลือกตั้งปี 2569 สภาพแวดล้อมทางการเมืองเปลี่ยนไป

ไม่มีผู้นำจากรัฐบาลทหารเป็นศูนย์กลางอารมณ์ ไม่มีฉากหลังรัฐประหารให้โยงความรู้สึก และไม่มีแรงผลักของการลงคะแนนเพื่อต่อต้านอำนาจเดิมอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2566

เมื่อเงื่อนไขทางอารมณ์ลดลง เกมเลือกตั้งจึงถูกดึงกลับเข้าสู่ สมการใหม่ ที่วัดกันด้วยการจัดทัพ ความพร้อมของคู่แข่ง และฐานการเมืองในพื้นที่ มากกว่าพลังทางอารมณ์แบบครั้งก่อน

ในสนามเช่นนี้ ความผิดพลาดเล็กน้อยหมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้นทันที

พรรคส้มปรับกรอบการสื่อสารด้วยสโลแกน “มีเราไม่มีเทา”

ปัญหาที่ถูกตั้งคำถามไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำ แต่อยู่ที่การไม่ขยายความทางการเมืองให้ชัด ว่า “เทา” หมายถึงพรรคใด กลุ่มใด และหลังการเลือกตั้งจะไม่ร่วมมือกับใครบ้าง

เมื่อทิศทางหลังเลือกตั้งไม่ถูกวางให้เห็นเป็นรูปธรรม สโลแกนจึงทำหน้าที่ได้ในระดับอารมณ์ แต่ยังไม่ตอบโจทย์เชิงอำนาจที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากต้องการคำตอบ

ในศึกที่การจัดตั้งรัฐบาลถูกจับตาตั้งแต่ยังไม่เปิดหีบ คำถามเรื่องแนวร่วมและแนวไม่ร่วมเลี่ยงไม่ได้

การไม่บอกให้ชัดว่า “จะจับมือกับใคร” และ “จะไม่จับมือกับใคร” ไม่ใช่การเก็บทางเลือก แต่คือการผลักความเสี่ยงไปให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรับแทน

ในปี 2566 อารมณ์ทางการเมืองยังแรงพอจะกลบคำถามเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ในปี 2569 คำถามเดียวกันกลับถูกนำมานับรวมอยู่ใน สมการทางการเมือง ทันที และกลายเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

พลังทางการเมืองของพรรคส้มยิ่งถูกกัดกร่อน เมื่อเกิดกรณีผู้สมัคร สส. บางพื้นที่ถูกจับกุมในคดีฟอกเงินและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ต่อให้เปลี่ยนตัวผู้สมัครอย่างรวดเร็ว ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับบุคคล แต่ลามไปถึงภาพรวมของพรรคที่เคยตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานของผู้อื่นมาโดยตลอด

เรื่องลักษณะนี้ไม่จบลงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ทิ้งคำถามต่อความเชื่อมั่นในระยะยาวอย่างชัดเจน

ในสนามที่ทุกคะแนนมีราคา ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนย่อมสะท้อนผลลัพธ์

หากพิจารณาโครงสนามเลือกตั้ง ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุดอยู่ที่สนาม สส.เขต

การเลือกตั้งปี 2566 บ้านใหญ่จำนวนหนึ่งประมาทกับกระแสพรรคส้ม เปิดช่องให้คะแนนกระจาย และเปิดทางให้ผู้สมัครหน้าใหม่แทรกชนะ

การเลือกตั้งปี 2569 ภาพแบบนั้นลดลงอย่างมาก

หลายจังหวัดจัดทัพล่วงหน้า วางตัวผู้สมัครไม่ให้ชนกันเอง และลดการแตกคะแนนอย่างเป็นระบบ จังหวัดอย่างชลบุรีสะท้อนการตั้งรับของบ้านใหญ่ได้ชัด และชี้ว่าศึกเขตรอบนี้หนักกว่าเดิม

เมื่อมองในภาพรวม พรรคส้มยังมีโอกาสทำคะแนนบัญชีรายชื่อได้ดี ฐานคะแนนระดับประเทศยังมีอยู่ และมีแนวโน้มอยู่ในกลุ่มอันดับต้น

แต่สนาม สส.เขตกลับถูกห้อมล้อมด้วยพรรคการเมืองที่มีฐานอำนาจเดิม ทั้ง พรรคภูมิใจไทย และ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเตรียมตัวกันอย่างรอบคอบกว่าเดิมมาก

เสียงสะท้อนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนที่เคยเลือกพรรคส้มในปี 2566 เริ่มเปลี่ยนท่าที

บางคนไม่สบายใจกับท่าทีต่อกองทัพ

บางคนรู้สึกว่าพรรคสื่อสารประเด็นขัดแย้งมากเกินไป และบางคนยังไม่มั่นใจทิศทางประเทศในระยะยาว

เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน การเลือกตั้งปี 2569 จึงเป็นสนามที่พรรคส้มยังแข่งขันได้ แต่ไม่เอื้อให้เกิดการกวาดที่นั่งแบบเดิม

จำนวน สส. เขตมีแนวโน้มลดลง แม้คะแนนรวมทั้งประเทศอาจยังดูแข็งแรง

“ต่ำ 100 ที่นั่ง” จึงไม่ใช่คำทำนาย แต่คือ สมการทางการเมืองของศึกเลือกตั้ง 2569 ในสนามที่ทุกฝ่ายรู้ทันเกม และไม่เปิดช่องให้พลังทางอารมณ์พาไปเหมือนครั้งก่อน.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top