วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
"ชัยวุฒิ-เจษฏ์"ตำหมากเอาชัยไหว้"ย่าโม" ปลื้มวัยรุ่นเต้นโคปเวอร์รักชาติ พร้อมดันนโยบาย"บัตรใบเดียวกู้ได้"แก้หนี้นอกระบบ ประกาศปกป้อง"รธน.ปราบโกง"
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ที่ จ.นครราชสีมา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงในพื้นที่ โดยเริ่มต้นกิจกรรมด้วยการเข้าสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การทำพิธี "ตำหมากสดถวายย่าโม" เพื่อขอพรให้พรรครักชาติประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูป พูดคุยให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้น ทีมพรรครักชาติได้ลงพื้นที่ตลาด อาร์.เอ็น.ยาร์ด (RN Yard) เพื่อเดินแนะนำตัว นายปริวรรต ศรีอัศวิน ผู้สมัครเขต 2 โดยเน้นการเดินเท้าเข้าหาประชาชนและกลุ่มเยาวชนที่มาจับจ่ายใช้สอย เพื่อรับฟังปัญหาปากท้องและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นกันเอง โดยมีกลุ่มเยาวชนวัย 18 ปี ที่มาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้า ได้เข้ามาทักทาย เพราะจำทีมพรรครักชาติได้จากคลิปเต้นไวรัลในโซเชียล พร้อมชวนแบทเทิลโชว์สเต็ปเต้นอย่างสนุกสนาน ตามคลิปของพรรคอีกด้วย พร้อมกับรับฟังนโยบายบันเทิงไทยไปบันเทิงโลก แนวคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมเยาวชนที่มีความสามารถ และกล้าแสดงออกในการฝึก เป็น T-POP
ก่อนจะปิดท้ายกิจกรรมของวันด้วยการเปิดเวทีพูดคุยภายใต้หัวข้อ "รักชาติเริ่มที่การรับฟัง" ชูนโยบายเศรษฐกิจ "บัตรประชาชนใบเดียวต้องกู้ได้" ซึ่ง นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ทีมเศรษฐกิจ ได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินและเพิ่มโอกาสให้คนตัวเล็ก โดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า "เงินกู้ในระบบดอกเบี้ยปีละ 8% แต่เงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยสูงถึงปีละ 50% วันนี้เราต้องเลือกว่าจะให้ประชาชนกู้อย่างไร กติกาของพรรครักชาติคือทำง่ายๆ "บัตรประชาชนใบเดียวต้องปล่อยกู้ได้" เพื่อให้โอกาส SMEs และคนตัวเล็กได้มีทุนไปตั้งตัว"
นายเอกพิทยา ยังกล่าวถึงข้อกังวลเรื่องหนี้เสียว่า "หลายคนกลัวว่าทำแบบนี้หนี้เสีย (NPL) จะเพิ่มขึ้นไหม ยอมรับว่าอาจจะเพิ่มขึ้น แต่เป็นการเพิ่มขึ้นที่ไปหักลบจากกำไรของธนาคาร ซึ่งไม่ได้ทำให้สังคมพัง แต่กลับช่วยให้คนตัวเล็กมีแต้มต่อและยืนอยู่ได้ โดยนโยบายนี้จะใช้ชั่วคราวเป็นเวลา 3 ปี เพื่อประคองเศรษฐกิจฐานราก"
นอกจากเรื่องปากท้อง ยังได้เปิดรับฟังปัญหาภัยคุกคามทางออนไลน์ โดยแม่ค้ารายหนึ่งในตลาดได้สะท้อนปัญหาว่า "ตนเองตั้งใจจะขายเสื้อผ้าออนไลน์หารายได้ แต่กลับถูกมิจฉาชีพหลอกให้ทำตามขั้นตอน อ้างเป็นระบบการขาย สุดท้ายกลายเป็นการหลอกโอนเงิน เสียหายกว่า 20,000 บาท กว่าจะรู้ตัวก็สายไป"
ทั้งนี้ นายเจษฎ์ ได้ตอบรับปัญหาดังกล่าวทันที ด้วยมาตรการที่ว่า "ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือต้องรับผิดชอบ ตรวจสอบและแจ้งเตือนประชาชนให้ชัดเจน ระบบต้องเตือนได้ทันทีว่าเป็น 'มิจฉาชีพ' หรือ 'สงสัยเป็นมิจฉาชีพ' ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องบล็อกเบอร์กันเองในขณะที่ค่ายมือถือรับกำไร"
นายเจษฎ์ ยังได้ฝากข้อคิดเรื่องการต่อต้านการทุจริตว่า "การแก้โกงต้องเริ่มที่ตัวเราตั้งแต่วันเลือกตั้ง หากยังมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ก็เท่ากับเริ่มต้นด้วยการรับสินบน และนักการเมืองที่จ่ายเงินเข้ามาก็ต้องไปถอนทุนคืน การรับเงินจึงเท่ากับเราได้ร่วมมือกับเขาโกงประเทศไปแล้ว ดังนั้นถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องหยุดวงจรนี้ที่ตัวท่านเอง"
ขณะที่ นายชัยวุฒิ ได้ประกาศจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้ ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับประชาชน มาตราไหนที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนนั้นไม่มี มีแต่กลุ่มนักการเมืองขี้โกง นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ หรือพรรคที่ถูกยุบเพราะล้มล้างการปกครองเท่านั้นที่เดือดร้อนและอยากจะแก้ ซึ่งการจะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ต้องใช้เงินนับหมื่นล้านบาทและทำประชามติถึง 3 รอบ ซึ่งสิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ สู้เอาเงินส่วนนี้ไปแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชนดีกว่า จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันแสดงพลัง "ไม่เห็นชอบ ไม่ฉีกรัฐธรรมนูญปราบโกง" เพื่อหยุดความขัดแย้งและเดินหน้าประเทศ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี