วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
กกต. จับมือ TikTok สื่อสาร ปชช. เข้าถึงข้อมูลเลือกตั้ง - ออกเสียงประชามติ ที่ถูกต้อง เชื่อจะเกิดการแข่งขันเป็นธรรม ลดใส่ร้ายป้ายสี
วันที่ 14 มกราคม 2569 ที่สำนักงานกกต. ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ สำนักงาน กกต. และบริษัท TikTok ประเทศไทย แถลงข่าวความร่วมมือ ในการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนางชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ หรือ Director of Public Policy TikTok Thailand
โดยนายแสวง กล่าวว่า สำนักงาน กกต. มีภารกิจสำคัญในฐานะผู้รับผิดชอบการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย โดยต้องบริหารจัดการ และการกำกับดูแลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ซึ่งจะมีขึ้น ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ โลกยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาและทุกภาคส่วน ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ
นายแสวง กล่าวว่า กกต. มุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้การทำงานด้านการศึกษาประชาสัมพันธ์ถูกต้อง รวดเร็ว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ที่สำคัญ คือ เพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ให้ประชาชนเชื่อมั่นและได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องครบถ้วน โดย แพลตฟอร์มติ๊กต๊อกเป็นการสื่อสารทางโซเชียลและเป็นที่นิยม มีจุดเด่นที่เป็นการสร้างวิดีโอสั้น หรื คลิปให้ความรู้ เชิญชวนสร้าง Content สนุกสนาน เฮฮา รวมทั้งการทำ Challenge ต่างๆ เพื่อการโฆษณาและแชร์บนโลกออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็กต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างกันจะเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติให้มีความทันสมัย และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนในยุคดิจิทัล
ด้านนางสาวชนิดา กล่าวว่า TikTok เชื่อการปกป้องความสุจริต โปร่งใสของการเลือกตั้งปี 2569 คือ ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน โดย TikTok เป็นพื้นที่ที่คนไทยหลายล้านคนใช้แสดงความคิดเห็น ซึ่งสิ่งสำคัญจะต้องดูแลความปลอดภัย และทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงความจริงได้ง่ายและรวดเร็ว โดยมี กกต. เป็นผู้ถือกติกา และเป็นเจ้าของข้อมูลที่ถูกต้อง อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูล ที่ถูกต้องเหล่านั้นไปสู่ประชาชน จึงเตรียมเปิดศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้ง หรือ Election Center อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 15 มกราคมนี้ เพื่อทำหน้าที่นำผู้ใช้ไปยังเนื้อหาเนื้อหาที่เป็นทางการ และผ่านการตรวจสอบโดยตรงจาก กกต. ขณะเดียวกัน ยังมีเทคโนโลยีในการติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI พร้อมกับมีเครื่องมือที่สามารถให้ผู้ใช้รายงานข้อมูลที่เข้าใจผิดได้ นอกจากนี้ ยังมีการอบรมออนไลน์ให้กับนักการเมือง เพื่อสร้างความเข้าใจในการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ด้วย
นายแสวง บอกว่า สิ่งที่อยากจะเห็นจากความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวไปเร็วมาก การศึกษาการสื่อสารถึงประชาชน ขณะนี้ประชาชนแทบจะเป็นผู้สื่อข่าวเอง ซึ่งในคลิปวิดีโออาจจะมีทั้งข้อเท็จจริงและความรู้สึก อาจทำให้เกิดบรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้นจนเลยเถิดไปได้ ทำให้ต้องใช้เครื่องมือแบบนี้ในการสร้างบรรยากาศการแข่งขัน เพื่อปกป้องการแข่งขันให้เป็นธรรมและปกป้องผู้สมัครก่อนจะถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ส่วนแนวทางในการป้องกันการใส่ร้ายป้ายสีนั้นทางแพลตฟอร์ม TikTok มีคนดูแลชุมชนของแพลตฟอร์มอยู่แล้ว คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบเรื่องที่เป็น Fake News หรือกล่าวใส่ร้าย และคาดว่าเรื่องเหล่านี้จะลดน้อยลง หรืออาจไม่มีเลยก็ได้
ด้านนางชนิดา กล่าวเสริมว่า TikTok มีหลักเกณฑ์ชุมชนให้ผู้ใช้งาน และมีการตรวจสอบและมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจำกัดการแพร่กระจายข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อกระบวนการเลือกตั้งอยู่แล้ว ยืนยันว่า จะมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และหากบัญชีผู้กระทำความผิดอยู่ในต่างประเทศ ก็มีกลไกในการตรวจจับและดำเนินการกับผู้ใช้บัญชีนั้นนั้นอยู่แล้ว
///////////////
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี