วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
"ยศชนัน"นำทัพลุยโคราช อ้อนขอเป็น"นายกฯคนที่ 33" มั่นใจแลนด์สไลด์ 16 เขต เมินผลโพลไม่รับเป็นอันดับ 3 ลั่นเพื่อำทยเป็นที่ 1 มาตลอด
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่อาคารเอนกประสงค์ เทศบาลตำบลโนนสูง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงให้ นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 5 เบอร์ 1 โดยมี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร่วมเวที มีประชาชนมารอรับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่
นายยศชนัน ขึ้นปราศรัย อ้อนขอเป็น "นายกฯ คนที่ 33" จากการเลือกตั้ง พร้อมย้ำจุดยืนของพรรคว่า เพื่อไทยสืบเนื่องมาจากไทยรักไทย หัวใจเป็นของประชาชนเสมอ การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่ใช่แค่วันเลือกตั้ง แต่เป็นวันแห่งความหวังที่จะเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง โดยชูนโยบายหลัก การล้างหนี้, นโยบายคนไทยไร้จน, การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% รวมถึงการยกระดับคมนาคม
"หลายคนบอกว่าผมคือประชานิยม แต่ผมไม่สน เพราะประชาชนเลือกผมแล้ว ประชาชนนิยม ทำไมผมถึงจะไม่ทำ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่หาเงินเข้าประเทศได้มากที่สุดตั้งแต่สมัยไทยรักไทย ถ้าวันนี้สามารถแบ่งเงินมาช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน คืนศักดิ์ศรีความเป็นคนให้ประชาชนลุกขึ้นยืนได้ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ" นายศชนัน กล่าว พร้อมย้ำว่า ความจนไม่ใช่ความผิด แต่เป็นความผิดของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปแก้ไข
นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ ตั้งแต่ จ.สระบุรี และ จ.นครราชสีมา มีความมั่นใจว่าที่ สส.ซึ่งเป็นผู้สมัคร ก็มีขวัญกำลังใจดี และได้รับการตอบรับจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี แต่ละเวทีที่มาทุกคนจะพูดถึงเรื่องของความหวัง กำลังใจ และเรื่องนโยบายที่สามารถตอบโจทย์ประชาชนทุกคนได้ หากจะให้คาดเดา รอบนี้ก็ขอทั้ง 16 เขต
เมื่อถามกรณีที่มีผู้สมัครย้ายไปพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ผลที่จะเปลี่ยนคือ นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่เป็นผล เพราะว่าบุคคลที่เราส่งลงไปเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถไม่แพ้กัน น่าจะทำให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้น
ส่วนโพลที่ออกมาส่วนใหญ่ เพื่อไทยในภาคอีสานยังเป็นรองอยู่ ต้องเร่งเครื่องหรือปรับยุทธศาสตร์อย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ยังมีเวลา โพลก็คือการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง เราก็พร้อมปรับปรุง แต่เราก็มีการหยั่งเสียงภายใน ซึ่งทำให้พวกเราชุ่มชื่นหัวใจมาก หลายเขตที่โพลภายนอกออกมา อาจไม่ตรงกับโพลที่เราเห็น หลายคนยังมองว่าพรรคเพื่อไทยยังเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนอยู่เหมือนเดิม มั่นใจว่าโพลของเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนที่ว่าผลโพลที่ออกมททำให้นักวิเคราะห์มองว่า 2 สี ที่จะต้องแข่งขันกันในการจัดตั้งรัฐบาล คือสีน้ำเงินกับสีส้ม นายยศชนัน กล่าว เรายังไม่เคยยอมรับ เรามองไปข้างหน้าว่าเราจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่การทำงานต้องทำงานร่วมกัน ปัจจุบันประเทศไทยบอบช้ำมาเยอะแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือในปีต่อไป ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องมีความสมัครสมานสามัคคีกัน สำหรับพรรคเพื่อไทย ตอนนี้ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนหรือสื่อมวลชนจัดอันดับเราเป็นอันดับ 3 เพราะโดยส่วนตัวเรานับตัวเองเป็นอันดับ 1 มาโดยตลอด และในเรื่องภาพความขัดแย้ง เราจะไม่มองอดีต แต่จะมองไปที่นโยบายใน และการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต มองคนที่ทำงานได้ และที่แน่นอนที่สุดคือ เราไม่เอาคอร์รัปชัน ไม่เอาเรื่องเทาๆ หากเราเลือกคนมาทำงาน คนคนนั้นต้องเป็นคนสุจริตครับ
เมื่อถามถึงเรื่องการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายยศชนัน กล่าวว่า เราพูดถึงจุดยืนตรงนี้มาโดยตลอดว่า การที่เราจะทำให้ต่างประเทศหรือทุกคนมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย รัฐธรรมนูญควรจะเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และสิ่งสำคัญที่สุด 3 ข้อ ที่จำเป็นต้องยึดถือและต้องปรับ เพื่อทำให้ได้รับการยอมรับ คือ ข้อที่ 1 การบริหารราชการแผ่นดิน ข้อที่ 2 เรื่องเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ข้อที่ 3 เรื่องของความเหลื่อมล้ำ เกี่ยวกับการศึกษาและสาธารณสุข แต่ที่แน่ๆ เราขอไม่แตะต้องหมวด 1 หมวด 2
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี