วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
“พรรครักชาติ” เปิดนโยบายเศรษฐกิจเพื่อ “คนตัวเล็ก” “Smart Card Max” บัตรประชาชนใบเดียวจบทุกปัญหา ยืนยัน แก้ปากท้องสำคัญกว่าการแก้รัฐธรรมนูญ
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ทีมนโยบายเศรษฐกิจ บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 , นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 , นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 , นายณัฏฐกรณ์ ทวีรักษา รองหัวหน้าพรรค บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5 , นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 , นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8, นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9, นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค, นายปณิธิ บวรวนิชยกูร ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 5 เบอร์ 5 และนายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 13 เบอร์ 9 ลงพื้นที่หาเสียง ณ ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยเน้นการพูดคุย รับฟังเสียงสะท้อนปัญหา เจาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนทั่วไป เพื่อนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจฐานราก
โดยทีมพรรครักชาติ ได้จัดกิจกรรม "รักชาติเริ่มที่การรับฟัง" นำเสนอนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือ "คนตัวเล็ก" หรือผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มทุนใหญ่ได้
ซึ่งนายเอกพิทยา ทีมนโยบายเศรษฐกิจ ได้กล่าวถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยตั้งคำถามชวนคิดว่า "แม่ค้าในตลาดจะไปสู้คนตัวใหญ่ (นายทุน) ได้อย่างไร?" พร้อมเสนอแนวคิดใหม่ที่พรรคต้องการผลักดัน คือการให้โอกาสและ "ให้เครดิตคนตัวเล็ก" เพื่อให้คนรากหญ้าสามารถมีที่ยืนที่มั่นคงในสังคมได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่วาทกรรม พร้อมประกาศจุดยืนที่สวนกระแสการเมืองยุคปัจจุบัน อย่างชัดเจนว่า "นโยบายของพรรครักชาติ จะไม่มีการแจกเงิน"

ด้านณัฏฐกรณ์ รองหัวหน้าพรรค ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนในการเป็น "พรรคไซส์เล็ก" ที่เข้าใจปัญหาปากท้องของประชาชนรากหญ้า พร้อมเปิดตัวนโยบายเศรษฐกิจชุดใหม่ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยชู "บัตรประชาชน Max" เปลี่ยนบัตรใบเดียวให้เป็นกระเป๋าเงินและสวัสดิการ ซึ่งเป็นการยกระดับบัตรประชาชนแบบ Smart Card เดิม ให้สามารถใช้งานได้จริงในทางเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญคือ:
• ลดภาระค่าครองชีพ: ใช้บัตรในการช่วยลดค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทาง
• ระบบสะสมแต้มแลกสิทธิประโยชน์: เปลี่ยนรูปแบบการให้เปล่า เป็นการสร้างแรงจูงใจ โดยประชาชนสามารถสะสม "แต้ม" เพื่อนำไปลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ผ่านการเข้าร่วม "หลักสูตรส่งเสริมพัฒนาอาชีพ" และการ "ดูแลสุขภาพ" หากประชาชนแข็งแรงและมีทักษะดี ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจตอบแทน
• เปลี่ยนวิธีคิดภาครัฐ: ประกาศจุดยืนเปลี่ยนจาก "รัฐสงเคราะห์" (เน้นการแจกจ่าย) ให้กลายเป็น "รัฐส่งเสริม" (มอบเครื่องมือทำมาหากิน) เพื่อให้ประชาชนยืนได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน
• แก้โจทย์ "ทุน" และ "ต้นทุน" ให้รายย่อย
• และนโยบายแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของพ่อค้าแม่ขาย (SMEs) ที่มักติดขัดเรื่องเอกสารและการตรวจสอบเครดิตบูโรจากธนาคารพาณิชย์ โดยเสนอให้ "แบงก์รัฐ" เข้ามามีบทบาทเป็นตัวกลางในการ:
• รวมพลังซื้อ (Collective Buying): รัฐจะเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบในปริมาณมหาศาล เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ถูกลงเทียบเท่ากับห้างร้านขนาดใหญ่ (คาดการณ์ลดต้นทุนได้ 15-25%) ทำให้ร้านค้ารายย่อยมีแต้มต่อในการแข่งขัน
• สนับสนุนเงินทุน: เติมทุนให้ผู้ประกอบการรายเล็กโดยดูจากศักยภาพจริง ไม่ใช่แค่เอกสารทางบัญชี

ขณะที่ นายเจษฎ์ ได้ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดย ตีแผ่กลไก "ธุรกิจการเมือง" รับเงิน 1,000 บาท แลกกับความเสียหายระดับชาติ ซึ่งตรรกะทางเศรษฐกิจของการซื้อเสียง โดยเปรียบเทียบนักการเมืองทุจริตเป็นเหมือน "นักลงทุน" ที่หากมีการหว่านเม็ดเงินเพื่อซื้อเสียง (เช่น หัวละ 1,000 บาท เป็นจำนวนหมื่นคน คิดเป็นเงินหลักสิบล้าน) เมื่อคนเหล่านี้เข้าไปมีอำนาจ ก็ย่อมต้องหาทางถอนทุนคืนพร้อมกำไรมหาศาล ซึ่งผลกรรมจะตกอยู่ที่ประชาชน ทำให้เศรษฐกิจไม่มีทางดีขึ้นได้หากยังยอมรับเงินเหล่านี้
ส่วน นายชัยวุฒิ หัวหน้าพรรค กล่าวทิ้งท้ายว่า การเมืองไทยจมอยู่กับวังวนเดิมๆ มากว่า 20-30 ปี ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนผู้เล่น เปลี่ยนนักการเมือง เพื่อให้ประเทศเดินหน้า
"การเปลี่ยนแปลง" ต้องเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่การเปลี่ยนด้วยทัศนคติ "ชังชาติ" ที่มองเห็นแต่ข้อเสียของบ้านเมือง หรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศ
"วันนี้หลายคนอยากเปลี่ยนประเทศ แต่เปลี่ยนด้วยความรู้สึกชังชาติ... สร้างปัญหาให้ทุกเรื่อง จนคนกังวลว่าถ้าการเมืองเดินไปแบบนี้ ประเทศจะอยู่ไม่ได้"
นอกจากนี้ นายชัยวุฒิ ยังเผยถึงที่มาของชื่อ "พรรครักชาติ" ว่าต้องการสื่อสารถึงอุดมการณ์ที่ต้องการให้นักการเมืองรุ่นใหม่ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และมีหัวใจที่พร้อมจะดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง
ในช่วงท้าย นายชัยวุฒิ กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำจุดยืน "แก้ปากท้อง ดีกว่าแก้รัฐธรรมนูญ" เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหา ความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญ มีแต่นักการเมืองที่ทำเพื่อตัวเอง "นักการเมืองที่มีแผล" (ถูกยุบพรรค, ทุจริต, ผิดจริยธรรม) ต้องการแก้กติกาเพื่อเปิดทางให้ตัวเองกลับมามีอำนาจและโกงกินได้สะดวกขึ้น ไม่ใช่เพื่อประชาชน
ทั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันดีอยู่แล้ว เพราะออกแบบมาเพื่อ "กันคนไม่ดีออกจากการเมือง" การร่างใหม่และการทำประชามติต้องใช้งบประมาณมหาศาลนับหมื่นล้านบาท และสร้างภาระค่าเดินทางให้ประชาชน รัฐบาลควรเอาเวลาและงบประมาณไปมุ่งเน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญกว่ามาก
สำหรับนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ที่เปิดตัว ประกอบด้วย
-หยุดหนี้นอก ดอกโหด คนตัวเล็ก ต้องกู้ในระบบได้ โดยการเปลี่ยนหนี้นอกระบบที่มีดอกมหาโหด เป็นดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ต่อลมหายใจให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย หรือคนตัวเล็ก หยุดวงจรกู้หมื่น จ่ายแสน
-Bank รัฐเติมทุน คนตัวเล็ก โดยธนาคารภาครัฐ ต้องเป็นประตูแห่งโอกาส ไม่ใช่กำแพงของหลักประกัน เป็นการเติมทุนให้คนทำมาหากิน
-เสริมแกร่งตลาดหุ้นไทย สู่ตลาดโลก โดยส่งเสริมให้ SMEs ไทยก้าวเข้าสู่ Global Champion หากมีทุนต่างชาติเข้า คนไทยต้องได้ จากผู้รับเป็นผู้กำหนดกติกา ทุกการเจรจาต้องทิ้งเทคโนโลยีและความมั่งคั่งให้คนไทย
-อัพเกรด บัตรประชาชน หรือ "บัตรประชาชน Max (Smart Card)" รวมทุกสวัสดิการในใบเดียว โดยรวมสวัสดิการต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างโอกาสให้เราได้พัฒนาตัวเอง
-เงินออมไรเดอร์ ยิ่งขยัน ยิ่งได้ เปลี่ยนจากการแจกเงินเฉย ๆ มาเป็นการให้แต้มพิเศษ ถ้าพัฒนาตัวเอง ก็จะได้แต้มในบัตรเพิ่มขึ้น แล้วแต้มพวกนี้เอาไปใช้ลดค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าเดินทางได้ เหมือนเป็นเงินออมที่ได้มาจากการที่เราขยันพัฒนาตัวเอง
-60 คืนสู่เยาว์ เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยช่วยให้ผู้สูงอายุได้ Reskill และ Upskill เพื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน หรือสร้างรายได้เสริมได้อีกครั้ง
โดยสรุปแล้ว นโยบายเศรษฐกิจทั้งหมดของพรรครักชาติ ออกแบบมาเพื่อให้ "คนตัวเล็ก" มีที่ทำกิน มีวัตถุดิบราคาถูก และมีเงินทุนหมุนเวียน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี