วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
"กองทัพ"โต้เอกสารโจมตีไทย ชี้วิเคราะห์ฝ่ายเดียว-บิดเบือนข้อเท็จจริง ย้ำยึดกม.มนุษยธรรม-เดินหน้ากลไกสันติ
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวชี้แจงกรณีเอกสารชื่อ “Thailand-Cambodia Conflict: Incursions, IHL Violations, and Scam Networks” ซึ่งจัดทำโดยผู้เขียนฝ่ายเดียวและเผยแพร่ในลักษณะงานวิเคราะห์ โดยมีข้อสังเกตสำคัญดังนี้
1.เจตนาและลักษณะของเอกสาร
เอกสารดังกล่าวเป็นการนำเสนอข้อมูลและข้อกล่าวหา จากมุมมองฝ่ายเดียว มิได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบจากกลไกอิสระหรือสถาบันที่เป็นกลาง และมีลักษณะมุ่ง ชี้นำความรับผิด มากกว่าการแสวงหาข้อเท็จจริงร่วมกัน จึงไม่อาจถือเป็นเอกสารอ้างอิงเชิงสากลได้
2.ขาดความสมดุลและละเลยข้อเท็จจริงสำคัญ เอกสารดังกล่าว
- ไม่นำเสนอข้อมูลหรือกล่าวถึงบทบาทของผู้นำฝ่ายกัมพูชา ที่นำไปสู่การเปิดฉากใช้กำลังต่อทหารไทย
- ไม่นำเสนอข้อมูลหรือกล่าวถึงกรณีการวางและใช้ทุ่นระเบิดโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นเหตุให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ
- และไม่สะท้อนการปฏิเสธหรือไม่ให้ความร่วมมือ ต่อกลไกทางการทูตและกลไกทวิภาคี/พหุภาคีที่มีอยู่ ทั้งที่เป็นช่องทางสากลในการลดความตึงเครียด
การละเลยข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เนื้อหาไม่ครบถ้วน และไม่สอดคล้องกับหลักการนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นธรรม
3.การกล่าวหาโดยไร้หลักฐานที่ตรวจสอบได้ ข้อกล่าวหาว่าไทย “ยิงก่อน” “ทำร้ายพลเรือน” หรือ “ใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร” เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง แต่ ไม่มีหลักฐานจากผู้สังเกตการณ์อิสระ หรือการตรวจสอบภาคสนามจากกลไกสากลรองรับ การกล่าวหาเช่นนี้จึงเป็นการ บิดเบือนความจริง และไม่เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
4.ข้อเท็จจริงตาม Fact Sheet และการชี้แจงข่าวบิดเบือน (Fake News Clarification) ของฝ่ายไทย เพื่อให้ประชาคมระหว่างประเทศได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ขอเน้นย้ำข้อเท็จจริงที่ได้จัดทำและเผยแพร่อย่างต่อเนื่องในรูปแบบ Fact Sheet และ การชี้แจงข่าวบิดเบือน ดังนี้
- ไทยยึดหลักการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยมุ่งป้องกันตนเองและคุ้มครองอธิปไตย ไม่มุ่งทำร้ายพลเรือน
- ไทยไม่ใช้และไม่กำหนดเป้าหมายทางทหารในโบราณสถานหรือสถานที่ทางวัฒนธรรม และยึดพันธกรณีตามอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด
- ข่าวกล่าวหาว่าไทยโจมตีพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านมนุษยธรรมโดยเจตนา เป็นข่าวบิดเบือน ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่และหลักการปฏิบัติของฝ่ายไทย
- การคงกำลังทหารของไทยเป็นไปตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดความตึงเครียด มิใช่การยึดครองดินแดน
- ฝ่ายไทยให้ความร่วมมือกับกลไกทางการทูตและกลไกทวิภาคีมาโดยตลอด ทั้งในระดับทวิภาคี อาเซียน และเวทีสากล เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
- การบิดเบือนข้อมูลในสื่อและเอกสารบางฉบับ โดยละเลยบริบทและข้อเท็จจริงที่ฝ่ายไทยได้ชี้แจงแล้ว เป็นการซ้ำเติมความเข้าใจผิดและไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ
5.เรียกร้องความจริงใจและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย
- ยุติการสื่อสารที่บิดเบือนหรือกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐาน
- ใช้ข้อมูลจาก Fact Sheet และการตรวจสอบที่เป็นกลาง เป็นฐานในการสื่อสาร
- แสดงความจริงใจในการใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่
- คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนทั้งสองประเทศ เป็นศูนย์กลาง
“การกล่าวหาแบบฝ่ายเดียวไม่ช่วยลดความตึงเครียด หากแต่ยิ่งซ้ำเติมความไม่ไว้วางใจ การร่วมกันยึดข้อเท็จจริง ตรวจสอบได้ และแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ คือหนทางที่รับผิดชอบและเป็นประโยชน์ต่อสันติภาพ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนของภูมิภาคอย่างแท้จริง” ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย - กัมพูชา กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี