เพราะลงมือทำจึงรู้จริง ชาวเน็ตแห่ชื่นชม ศุภจี ดีเบตสต็อกข้าว สอนมวย ไหม

เพราะลงมือทำจึงรู้จริง ชาวเน็ตแห่ชื่นชม ศุภจี ดีเบตสต็อกข้าว สอนมวย ไหม

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.24 น.

หลังการดีเบตกันในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ระหว่างนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กับนส.ศิริกัญญา ตันตระกูล แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ดำเนินรายการโดยนายสรยุทธ์ สุทัศนจินดา เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมาโดยเฉพาะประเด็นใบอนุญาตส่งออกข่าวที่มีเงื่อนไขต้องมีสต็อกข้าวไม่ต่ำกว่า 100 ตัน จึงจะได้รับใบอนุญาต ซึ่ง นส.ศิริกัญญา เห็นว่าต้องยกเลิก เพื่อให้รายย่อยสามารถส่งออกข้าวได้ แต่นางศุภจี ได้ชี้แจงว่า มีความจำเป็นเพราะหากมีออเดอร์เข้ามาแล้ว ไม่มีข้าวส่งออกตามกำหนดจะเกิดความเสียหายไปถึงชื่อเสียงของประเทศ และปริมาณ 100 ตันไม่ใช่จำนวนมาก ถ้าส่งออกแค่ไม่ถึง 100 ตัน ขนาดส่งกันในประเทศก็ไม่คุ้มค่าขนส่ง จนนส.ศิริกัญญา ต้องบอกอีกครั้งว่าหมายถึงเฉพาะข้าวพิเศษเท่านั้นไม่ใช่ข้าวพันธุ์ทั่วไป

ปรากฎว่าหลังจากนั้น ได้มีกระแสในโซเชียลมีเดีย ยกย่องนางศุภจี ว่าสามารถชี้แจงได้โดยมีข้อมูลชัดเจน มีความรู้จริง เช่น เฟซบุ๊ก Kwanchanok Wutthikul อดีตผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า "ถ้าไม่เคยปลูกข้าว เกี่ยวข้าว ฝัดข้าว และสั่งซื้อข้าวจากเกษตรกรมาก่อน คุยเรื่องข้าวกับ ‘คุณศุภจี’ ยากอยู่นะคะพี่แต๋มทำมาหมดแล้ว ตั้งแต่เป็น CEO ดุสิตธานีค่า ตอนนั้นแหละที่คุณแต๋มคิดเรื่องปลูกข้าวที่ดุสิตธานี หัวหิน ทั้งขายด้วย ทั้งเพื่อการท่องเที่ยวด้วย หลังจากนั้น ดุสิตธานีก็ทำข้อตกลงกับชาวนาที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เพื่อขอซื้อข้าวมาเสิร์ฟที่โรงแรมในเครือทั้งหมดหลักของการเป็นผู้บริหารที่สำคัญ คือ เป็นผู้ที่เคยทำมาก่อนด้วยตนเอง ไม่อย่างนั้นก็ได้แต่ "มโนจินตนาการ" แค่นั้น ทั้งนี้ ทั้งสองเฟสบุ๊ค ได้ลงภาพนางศุภจี ในนาข้าวในโครงการของเครือดุสิตธานี


ศุภจี

หลังจากโพสตนั้นถูกเผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นานนัก เฟซบุ๊ก Rujira Chabplan ก็ได้ออกมาโพสต์หนุนอดีตผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจพร้อมภาพเพิ่มเติมและ ระบุว่า "ต้องขอยืมคำนี้มาใช้กับคุณแต๋มอีกรอบ You know me little go. รู้จัก ซุปเปอร์ จี ของเราน้อยไปแล้ว ถ้าไม่เคยปลูกข้าว เกี่ยวข้าว ฝัดข้าว  และสั่งซื้อข้าวจากเกษตรกรมาก่อน  คุยเรื่องข้าวกับ ‘คุณศุภจี’ ยากอยู่นะบอกเล ยคุณแต๋มทำมาหมดแล้ว ตั้งแต่เป็น CEO ดุสิตธานี ช่วงโควิด เครือดุสิตธานีมีโครงการทำนาเพื่อลดค่าใช้จ่ายสร้างรายได้ (การบินไทยขายปาท่องโก๋) คุณแต๋มทำทุกอย่าง เพราะต้องการรักษาพนักงานไว้ทั้งหมด โดยที่โรงแรมก็เปิดให้บริการไม่ได้"

ศุภจี

ซึ่งในช่วงที่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดำรงตำแหน่ง CEO ดุสิตธานี ช่วงโควิด มีการทำโครงการข้าวอินทรีย์ สั่งตรงข้าวจากเกษตรกรทุ่งกุลาร้องไห้ นำมาปรุงอาหารที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ พร้อมทั้งลงทุนซื้อโรงสีข้าวเพิ่มกำลังผลิตหนุนชุมชนสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และยังชู ดุสิตธานีหัวหิน นำร่องโมเดลใช้ชีวิตวิถีใหม่ พัฒนาแหล่งกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเน้นธรรมชาติ โดยได้นาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประเดิมปลูกข้าวดังภาพที่ปรากฎบนโลกออนไลน์

ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งแนวโน้มความคิดเห็นของชาวเน็ตส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความชื่นชม เช่น

"CEO ที่บริหารงานเก่งต้องเห็นและลงมือทำเองแล้วนำมาเสนอต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

"พูดดีภาพลักยิ่งสุดยอดมาก"

"เยี่ยมวิธีจับกระด้งฟัดข้าว ดีกว่าผมซึ่งเป็นลูกชาวนา เยี่ยม"

"นิ่งมาก กริยาท่าทางทั้งการพูดจา คือสุดมาก"

"ช่างเป็นภาพที่สวยงามเหลือเกินคำนี้ไม่เกินจริง You know me little go.รักคุณค่ะท่านศุภจี"

"เห็นด้วยอย่างยิ่งในคำมี่ว่าการเป็นผู้บริหารที่ดีต้องเก่งทางทฤษโรและปฏิบัติ ต้องมีประสพการณ์มาก่อน"

"ท่านผ่านมาหมดแล้ว ทำด้วยใจ ทำด้วยมือ ทำด้วยคำพูด"

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ศุภจี

ศุภจี

ศุภจี

ศุภจี

ศุภจี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Kwanchanok Wutthikul, เฟซบุ๊ก Rujira Chabplan 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top