วันนี้ 17 มกราคม พ.ศ. 2569 ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกับการสั่งสอนพรรคประชาชน โดยมีข้อความระบุว่า "สงครามสั่งสอน มีคนตั้งข้อสังเกตุว่า ผมโพสต์ถึงพรรคประชาชนทุกวัน บางวัน 2 โพสต์ มีนัยยะอะไรแอบแฝง? อย่าได้แปลกใจ เพราะนี่คือ “การสั่งสอนพรรคประชาชน“ มันเป็นเรื่องอะไรของผมที่ต้องไปสั่งสอน ผมเก่งอะไรนักหนา? นั่นเพราะมีบรรดาอาจารย์นักวิชาเกินแบกส้มไว้เต็มสมอง โดยไม่มีความเข้าใจใน ”โลกการเมืองจริง“
สาเหตุของผมง่ายๆ ชัดเจน เพราะพรรคประชาชนกำลังหลงระเริงกับคะแนนครั้งที่แล้ว ที่บวมขึ้นด้วยกระแส “มีลุง ไม่มีเรา” ทำให้พรรคประชาชนที่ผมเลือกมากับมือได้เปลี่ยนจุดยืน ไม่ว่าผู้ช่วยหาเสียงบรรดาศักดิ์อย่างธนาธร ที่ท่องคาถาว่า “ทุกคนในพรรคเท่าเทียม เราไม่เทา ไทยเท่าทัน” แต่เกิดอาการ ”พลิกลิ้น“ อยู่หลายรอบ และรอบสำคัญคือ เอาคะแนน 14.4 ล้านเสียง ที่ประชาชนมอบให้ไปบรรณาการเซ่นพรรคภูมิใจไทย จนทำให้เติบโตเป็นพรรคอันดับหนึ่งอย่างทุกวันนี้
.jpg)
เบื้องหลังของ ”ดีลลับ“ ที่ยันว่าไม่มี เพียงแค่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น ดันเป็นธนาธรคนเดิมไปดีลกับอนุทินเอง คนเดียวกับที่ไปดีลทักษิณที่ฮ่องกงก่อนการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยคราวที่แล้ว เมื่อพรรคส้มเป็น ”การเมืองใหม่“ ที่จะรื้อการเมืองเก่า สร้างชุดความเชื่อเสนอทิศทางใหม่ในการบริหารประเทศด้วยมืออาชีพและการปฏิรูประบบอย่างถอนรากถอนโคนออกจากวังวน “การเมืองเก่า” แต่การเปลี่ยนแปลงต้องเป็นไปด้วยวิธีการที่ประนีประนอม เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความแตกแยกครั้งแล้วครั้งเล่า
ชูวิทย์ก็เป็น ”ราษฎรใหม่“ ที่จะรื้อการเมืองที่นำเอาเรื่องล่อแหลมต่อศรัทธาของคน แบ่งแยกความคิด แบ่งชนชั้นให้คนเชื่อ สร้างความแตกแยกบาดลึกแก่สังคมและพรรคการเมืองนั้นคือ “พรรคประชาชน” ราษฎรใหม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมืองได้อย่างเสรี มีเหตุผล และต่อต้านอย่างแข็งขัน เมื่อไม่เห็นด้วยกับนโยบายต่างๆ รวมถึงการนำบ้านเมืองไปในทิศทางสุ่มเสี่ยง อย่างเช่นในครั้งก่อน เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผมต่อต้าน “กัญชาเสรี” ของพรรคภูมิใจไทย ผมต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวในฐานะราษฎร จนถูกพรรคภูมิใจไทยฟ้องนับสิบคดี ผมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผลออกมายกฟ้องทุกคดี เพราะศาลเห็นว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างชอบธรรมตามสิทธิที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
.jpg)
แต่พรรคประชาชนกลับนำคะแนนที่ราษฎรโหวตให้ไปยกให้พรรคภูมิใจไทยด้วยข้อเสนอสุดประหลาด ให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และตัวเองยอมไปเป็นฝ่ายค้าน (ฝ่ายค้ำ) ความหลงผิดนี้เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ จำต้องถูกลงโทษโดยราษฎรที่เคยให้คะแนน การสั่งสอนพรรคประชาชนที่บอกว่าเป็นการเมืองใหม่ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องชอบหรือเชียร์การเมืองเก่า แต่เราเบื่อ “ราษฎรเก่า“ ที่หลงมัวเมากับทุกพรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ที่อ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติ ยึดมั่นถือมั่นเพียงภาพลวงตาของนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง พรรคใดพรรคหนึ่งอย่างหัวปักหัวปำ ไร้เหตุผล ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง
พรรคทำผิดพลาดแล้วกลับมาขอโอกาสซ้ำๆ อีกด้วยนโยบายใหม่ อันจะทำให้พรรคหลงกับอำนาจที่ราษฎรมอบให้ทุกครั้งด้วยโอกาสของราษฎรเพียงแค่หนึ่งครั้งในวันเลือกตั้งเท่านั้น หลังจากนั้นพรรคการเมืองจะทำอย่างไรกับราษฎรก็ได้ ผมจึงขอใช้โอกาสนี้เปิดการ “สั่งสอน“ พรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยในครั้งที่แล้ว เราไม่ได้เป็นศัตรูทางการเมือง และไม่สนับสนุนอย่างไม่ลืมหูลืมตา เพราะไม่ได้เป็นนักการเมือง หรือมีแรงปรารถนาทางการเมืองในอนาคตราษฎรทั้งหลายจะเลือกพรรคใดนับเป็นสิทธิของท่าน มีถึง 50 พรรค ในการแข่งขันหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ และผมจะไม่ชี้นำ หากพรรคประชาชนได้พิสูจน์ปรับปรุงตัวในครั้งหน้า ไม่ว่าจะได้เป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ในการนำความเชื่อมั่นกลับมาสู่ราษฎรพวกเราอาจจะกลับมาโหวตให้ท่านอีกก็ได้

แต่ในครั้งนี้ ต้องให้ท่านได้รับการลงโทษจากการทำงานการเมืองที่ผิดพลาดของตัวพวกท่านเองก่อน เพราะทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งพวกท่านก็หันมาหาเรา เพื่อให้ลงคะแนนสนับสนุนด้วยการหาเสียงที่ฉาบฉวย หากราษฎรไม่เข้มแข็ง ไม่รู้เท่าทัน ไม่ร่วมมือกัน จะถูกนักการเมืองหลอกใช้เรื่อยไป ไม่ว่านักการเมืองเก่าใหม่สีเทาทั้งหลาย เราเป็น ”คนสุดท้ายในห่วงโซ่การเมือง“ ที่ต้องรับชะตากรรมต่อการลงคะแนนให้พรรคการเมืองเพียงครั้งเดียว ดังนั้นไม่ว่าการตัดสินใจใดๆ ของพรรคการเมือง จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นอย่างจริงใจ และระวังตัวไม่ทำตามอำเภอใจอีกต่อไป ผมในฐานะ ”ราษฎรใหม่“ จะรณรงค์สุดความสามารถเพื่อสั่งสอนบทเรียนนี้ให้แก่พรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้"
ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันมากมายกับโพสต์ของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กับ สงครามสั่งสอน เมื่อความไว้วางใจถูกแทนที่ด้วยเกมอำนาจ เช่น
"เหมือนกันค่ะ จากคนเคยเลือก 1 ครั้ง"
"ลุงไม่ต้องหวังดีกับส้มมากก้อได้ครับ แค่หวังดีกับประเทศชาติให้มากๆก้อพอ"
"ถ้ายังไม่ตาย สมัยหน้าลงสมัคนะลุง ลุงเก่ง ลุงฉลาดที่สุดในโลกแล้วค่ะ"
"อยู่ให้ถึงวันเลือกตั้งก๊อนนน"
"เฮียอธิบายมาจนผมเข้าใจแล้วครับเฮีย...ผมจะเลือกส้มทั้ง3ใบ เพื่อเฮียคนเดียวเลยครับ (ดูแลสุขภาพด้วยนะครับเฮีย)"
"ขอสักพรรคในใจครับ พรรคไหนดีสำหรับลุง 5555
"ลุยต่อครับ ในยุคที่มนุษย์เชื่อว่าโลกแบน พอมีคนเสนอทฤษฎีโลกกลมพร้อมหลักฐานข้อพิสูจน์ กลับถูกต่อต้านและหนักมากด้วยครับ สุดท้ายก็เปลี่ยนแปลงมาได้อย่างทุกวันนี้ เปลี่ยนโครงสร้างประเทศนี้น่ะยากหน่อย ประชากรบางส่วนยังไม่พร้อมพัฒนาเพราะกลัวการออกจาก safe zone แต่ผมก็เชื่อว่าสักวันต้องเปลี่ยนได้ ส้มมีพลังมากพอ อย่าหลุดจากอุดมการณ์นี้ก็พอ ไปกันต่อครับ"

.jpg)
.jpg)


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี