วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
"จุลพันธ์"ย้ำ"พท."ต่อสู้เพื่อประชาชนมายาวนาน ชวนชาวร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ เข้าคูหากา"เพื่อไทย" ได้"ยศชนัน"เป็นนายกฯแน่นอน "จิราพร"เย้ยผลงานชิ้นโบว์แดง ภท.แค่โยกย้าย ขรก.-คดีฮั้ว สว.ไม่คืบ-รธน.ก็ไม่ได้แก้
เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2568 พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด ได้แก่ นายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ เขต 1 เบอร์ 4 นายฉลาด ขามช่วง เขต 2 เบอร์ 4 นายแทนรัฐ สุจารี เขต 3 เบอร์ 5 น.ส.จิราพร สินธุไพร เขต 5 เบอร์ 6 โดยมีการปราศรัยที่ตรงข้ามวัดบ้านเหล่างิ้ว อ.จังหาร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการร้อยเอ็ด อ.เมือง และโรงเรียนโพนทองพัฒนาวิทยา อ.โพนทอง จากนั้น นายจุลพันธ์ และคณะ ลงพื้นที่ปราศรัยที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยมรผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ ได้แก่ นายวิรัช พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 6 นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร สส.เขต 4 เบอร์ 4 นายทินพล ศรีธเรศ ผู้สมัคร สส.เขต 5 เบอร์ 1 โดยมีการปราศรัยที่โรงเรียนนามนราษฎ์สงเคราะห์ อ.นามน
น.ส.จิราพร กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ ก็เพราะพรรคประชาชนเป็นคนขานชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นฝ่ายค้ำให้กับรัฐบาล ซึ่งเป็นรัฐบาลภาคพิสดารในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะไม่เคยมีรัฐบาลเสียงข้างน้อยเกิดขึ้นมาก่อน การเข้ามามีอำนาจของพรรคภูมิใจไทย ทำให้การดำเนินคดีสำคัญของประเทศหยุดไป อย่างคดีฮั้ว สว. พยานในคดีกลับคำให้การจากเดิม ทำให้ไม่มีความคืบหน้าของคดี ผลงานชิ้นโบว์แดงของพรรคภูมิใจไทย คือการโยกย้ายข้าราชการกว่า 400 คน รวมถึงการบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ทำไม่ได้อย่างที่พูด รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้แก้
"ถ้าไม่อยากให้นายอนุทินกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ ให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค ให้ชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พี่น้องไม่ได้เลือกแค่ สส.เขต แต่ยังเลือก นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยด้วย" น.ส.จิราพร กล่าว
ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เมื่อคืนภายหลังการดีเบต โพลความนิยมของ อ.เชน ยศชนัน เป็นอันดับที่ 1 เพราะเป็นคนไม่ทะเลาะกับใคร เหมาะกับการเป็นผู้นำประเทศ ออกจากความขัดแย้ง พรรคการเมืองอื่นสาดโคลนใส่กัน อ.เชน ยศชนัน นำเสนอนโยบายที่เป็นทางออกของประเทศ จะนำเอาเทคโนโลยีนวัตกรรมมาช่วยเหลือชีวิตของประชาชน นโยบายล้างหนี้ประชาชน จะช่วยปลดโซ่ตรวนของประชาชนครั้งใหญ่ ให้กลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง โดยจะให้ธนาคารของรัฐปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ยปีละไม่เกิน 3% เอาไปปิดหนี้นอกระบบ หรือจ่ายเพียง 10% ของยอดหนี้ในธนาคารของรัฐไม่เกิน 200,000 บาท ก็ปิดหนี้ได้เลย ส่วนพี่น้องเกษตรกร เราพร้อมเดินหน้าพักหนี้ 3 ปี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นโยบายการประกันกำไรราคาสินค้าเกษตร 30% จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรกลับมายืนได้อย่างมีศักดิ์ศรี ปลดหนี้สิน เดินหน้าชีวิต เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคง พร้อมกับมีนโยบายคูปองเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย เพื่อช่วยลดต้นทุนปัจจัยการผลิต พี่น้องจะได้มีกำไร มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น
"เราผ่านการต่อสู้ด้วยกันมา เปิดตู้เสื้อผ้ามามีเสื้อแดงทุกตู้ เราผ่านการเดินทางมายาวนาน วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะนำความเจริญ นำงาน ลดความเหลื่อมล้ำให้พี่น้องเราเติบโต มีงานมีอาชีพได้“ นายจุลพันธ์ กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี