'โอ๊ค-เอม'เยี่ยม'ทักษิณ' บอก'พ่อ'พร้อมทำตามระเบียบ หวังพักโทษ พ.ค.นี้

'โอ๊ค-เอม'เยี่ยม'ทักษิณ' บอก'พ่อ'พร้อมทำตามระเบียบ หวังพักโทษ พ.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

"โอ๊ค-เอม"เยี่ยม"ทักษิณ" บอก"พ่อ"พร้อมทำตามระเบียบคุมขังให้ครบกำหนด เพื่อพิจารณาพักโทษ พ.ค.นี้ ด้าน"ทนายวิญญัติ"ระบุ"ทักษิณ"แสดงความประสงค์ขอพักโทษทั่วไป เหตุเข้าเงื่อนไขอายุเกิน 70 ปี และคุมขังครบ 8 เดือน ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ย้ำชัดไม่เคยล้วงลูกอำนาจข้าราชการกรมราชทัณฑ์เพื่อขอใช้สิทธิเหนือผู้ต้องขังทั่วไป ส่วนสถานที่คุมประพฤติหลังพักโทษยังคงเป็น"บ้านจันทร์ส่องหล้า" แย้มมั่นใจคดี 112 ไม่เป็นผลกระทบต่อการพักโทษ

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร ระหว่างการเดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 33 ภายหลังถูกคุมขังครบ 4 เดือน เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา


การเข้าเยี่ยมครั้งนี้มี นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร , น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือ ติ๊ก ภรรยาของนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ พร้อมด้วย นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ หรือ พงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา บุตรเขยนายทักษิณ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ โดยเดินทางมาพร้อมกับ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน และกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่มาปักหลักรอให้กำลังใจอยู่ด้านหน้าเรือนจำฯ

ทั้งนี้ ภายหลังครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ ประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ ชินวัตร ได้ออกมาเปิดเผยว่า การพูดคุยกับคุณพ่อวันนี้เป็นไปด้วยดี คุณพ่อมีการปรับตัว เนื่องด้วยก็อยู่ด้านในมา 4 เดือนกว่าแล้ว ส่วนกรณีที่ในเดือน พ.ค.นี้ มีรายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์ ว่านายทักษิณอาจได้รับการพิจารณาพักโทษทั่วไป น.ส.พินทองทา ระบุว่า ตนได้คุยกับคุณพ่อในเรื่องนี้ คุณพ่อก็บอกเพียงว่า ขอให้เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกติกาเลย จะได้จบถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยคุณพ่ออายุเกิน 70 ปีแล้ว ท่านก็ควรได้สิทธิพิจารณาในส่วนนี้ตามระเบียบ

ด้าน ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี เผยว่า กรณีที่มีข่าวว่านายทักษิณจะได้รับการพิจารณาพักโทษทั่วไปตรงกับช่วงเดือน พ.ค.นี้ ตนเชื่อว่ามันเป็นกรอบระยะเวลาที่เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขังก็เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่เมื่อคำนวณหรือนับแล้ว การคุมขังของท่านทักษิณ จะครบ 8 เดือน ในวันที่ 8 พ.ค.69 และการคุมขังครบ 8 เดือน ก็จะอยู่ในเกณฑ์ตามระเบียบและข้อหมายของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว ที่หากคุมขังมาแล้ว 2 ใน 3 และเหลือโทษจำคุกเพียง 1 ใน 3 ดังนั้น 2 ใน 3 มีเกณฑ์อย่างไร ทางกรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำก็จะมีการสำรวจผู้ต้องขัง ซึ่งท่านทักษิณ ก็เป็น 1 ในจำนวนที่จะถูกสำรวจว่าเข้าเกณฑ์พักโทษ และเมื่อเป็นไปตามนี้ เรือนจำฯ ก็จะสอบถามผู้ต้องขังว่าอยากใช้สิทธิพักโทษหรือไม่ ซึ่งมันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนอยากใช้สิทธิพักโทษ แต่ในกรณีของท่านทักษิณ เมื่อเรามีสิทธิที่จะใช้สิทธิพักโทษได้ เราก็ต้องแสดงความประสงค์ แสดงความจำนงในการพักโทษ และการพักโทษก็เป็นการปล่อยตัวคุมประพฤติ หมายความว่า การปล่อยตัวคุมประพฤติก็ต้องมีเงื่อนไขการปล่อยตัว เช่น ให้อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในความอุปการะของผู้อุปการะ อาทิ เป็นบ้านเรือนที่ใด ภูมิลำเนาที่ใด หากจะออกนอกพื้นที่ก็ต้องมีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ เป็นต้น หรืออาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมนอกจากนี้ก็เป็นได้ ฉะนั้น ตนจึงเชื่อว่ากรณีที่สื่อมวลชนสอบถามว่าจะมีการพักโทษท่านทักษิณในเดือน พ.ค.จริงหรือไม่ ตนก็เชื่อว่าน่าจะมี ถ้าเป็นไปตามกฎหมาย และตนก็เชื่อว่าท่านควรได้รับสิทธินี้

ทนายวิญญัติ เผยต่อว่า ส่วนจะต้องมีการทำเรื่องขอพักโทษ หรือเรือนจำเป็นผู้ดำเนินการสำรวจนั้น ปกติแล้วเรือนจำฯ จะเป็นผู้สำรวจเพราะมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดี ฐานข้อมูลนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบจากหลายฝ่าย เมื่อสำรวจแล้วก็ต้องมีการถามไปยังผู้ต้องขัง และถ้าผู้ต้องขังแสดงความจำนงแล้ว ก็จึงจะมีการเอาคุณสมบัติเหล่านี้ของผู้ต้องขังเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพักการลงโทษต่อไป ซึ่งกรณีคุมขังมาแล้ว 8 เดือนแล้วได้พักโทษ ก็จะต่างจากการคุมขังมาแล้ว 6 เดือนแล้วได้พักโทษ ตรงที่จะไม่ต้องมีการประเมินเรื่องของคะแนน หรือการประเมินการเจ็บป่วย การช่วยเหลือตัวเอง ว่าได้หรือไม่ได้ เพราะการคุมขังมาแล้ว 8 เดือน และได้พักโทษก็เป็นไปตามกฎหมาย และท่านทักษิณก็อายุ 70 กว่าปีแล้ว มันก็ควรเป็นเช่นนั้น

"มันเป็นสิทธิของผู้ต้องขัง ท่านไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์เหนือใคร หรือไปบีบราชการให้สิทธิท่าน ส่วนสถานที่คุมประพฤติจะเป็นบ้านจันทร์สองหล้า ดังเดิมหรือไม่นั้น กระบวนการนี้จะต้องดูว่าบุคคลใดจะเป็นผู้อุปการะ โดยถ้าหากผู้อุปการะมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด สถานที่คุมประพฤติก็จะต้องเป็นที่แห่งนั้น ซึ่งครั้งที่แล้วในช่วงที่ท่านทักษิณไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ สถานที่คุมความประพฤติก็เป็นบ้านของท่านในปัจจุบัน คาดว่าครั้งต่อไปคงจะเป็นเช่นนั้น เพราะว่ามีความสะดวก ส่วนกรณีที่คนเสื้อแดงยังคงรอคอยการกลับมาของท่านทักษิณ หลังทราบว่าจะได้พักโทษทั่วไปในเดือน พ.ค.นี้ เรื่องนี้ท่านทราบและท่านก็ดีใจ ก็เหมือนผู้ต้องขังทุกคนที่นั่งนับวันนับคืน แต่อย่างที่บอกว่ากำลังใจของท่านดี และยังมีกำลังใจจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนที่เป็นห่วงเป็นใยท่าน ไม่ใช่เพียงคนเสื้อแดง แต่ยังรวมถึงประชาชนทั่วไปที่ได้ติดตามข่าวสารของท่าน ก็เป็นกำลังใจสำคัญให้ท่านอย่างมาก ท่านก็อยู่ได้และปรับตัวได้ สุขภาพก็พยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในหลายวันมานี้ ท่านก็รับทราบและได้ฝากแสดงความเสียใจมาด้วย" ทนายวิญญัติ ระบุ

ทนายวิญญัติ เผยด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าคดีมาตรา 112 ที่ท่านทักษิณถูกอัยการสูงสุดคนปัจจุบันมีคำสั่งอุทธรณ์ให้ฟ้องนั้น หากย้อนไปช่วงก่อนปีใหม่ 2569 ราว 26 ธ.ค.2568 ตนได้ยื่นหนังสือไปยังอัยการสูงสุด และเชื่อว่าคงมีการมอบหมายอัยการที่เกี่ยวข้อง หรือสำนักงานอัยการสูงสุดจะต้องเป็นคนตอบหนังสือของตน ซึ่งถ้าไม่มีการตอบ ตนก็คงยื่นทวงถามอีกครั้ง ซึ่งการยื่นที่ผ่านมานี้เรายื่นเพื่อขอความเป็นธรรม และมันเป็นการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เป็นการใช้อำนาจด้วยดุลพินิจที่ไม่สมเหตุสมผล และมันก็เคยมีกรณีตัวอย่างมาแล้ว ดังนั้น การจะดำเนินการต่อไปนั้น แม้อัยการยื่นอุทธรณ์แล้ว และศาลมีหมายสำเนาอุทธรณ์มาให้ท่านทราบในเรือนจำฯ และตนก็อยู่ระหว่างการที่จะยกร่างประชุม เพื่อแก้อุทธรณ์ เราก็พยายามทำให้อยู่ในกรอบเวลา แต่ถ้าไม่ทันก็ขอขยายเวลาได้ ส่วนเรื่องที่ตนได้ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดคนปัจจุบัน ตนก็อยากให้ท่านได้พิจารณาว่าการใช้อำนาจของท่านชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะตอนนั้นท่านก็เป็นรองอัยการสูงสุดและยังนั่งเป็นประธานคณะทำงานพิจารณาคดีมาตรา 112 แสดงว่าเรื่องเหล่านี้มีกฎหมายแต่งตั้งขึ้น ก็ต้องเคารพกติกาและมติในที่ประชุมหรือไม่ แม้ท่านจะอ้างว่าไม่ได้ร่วมลงมติก็ตาม แต่ตนเชื่อว่าความเห็นของแต่ละคนที่ลงมติไว้ ตนจะขอคัดมาเพื่อนำเสนอต่อศาลให้ได้พิจารณาด้วย และตนจะขอใช้สิทธิทุกประการในการขอคัดเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เมื่อถามว่า การอุทธรณ์คดีมาตรา 112 ของอัยการสูงสุดต่อคดีของนายทักษิณ จะมีผลต่อการได้พักโทษทั่วไปในเดือน พ.ค.นี้หรือไม่ เพราะมีข้อกังวลว่าอาจมีการขออายัดตัวต่อเนื่องนั้น ทนายวิญญัติ เผยว่า ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันว่าท่านทักษิณ ต่อสู้คดีนี้ตามข้อกล่าวหา และศาลก็ได้ยกฟ้องว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีความผิด ดังนั้น กลับกันหากท่านถูกพิพากษาว่ามีความผิด จะถูกโทษจำคุกอย่างไรก็ตามแล้วปล่อยชั่วคราว แบบนี้อาจจะมีการขออายัดหรือขอออกหมายขังต่อได้ ด้วยการอ้างว่าอาจมีเหตุเพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ก็อาจมีหลักเกณฑ์ที่บางคนจะยกขึ้นมา แต่กรณีของท่านทักษิณ ท่านเป็นคนผู้บริสุทธิ์เพราะศาลยกฟ้องไปแล้ว แม้มีการอุทธรณ์โดยอัยการสูงสุดก็เป็นแค่กระบวนการอุทธรณ์ และท่านทักษิณก็ไม่ต้องถูกอายัดตัวหรือไปยื่นขอประกันตัวอีกแล้ว ตนเชื่อว่ากระบวนการนี้เป็นหมายของศาล หรือหมายเขียว ดังนั้น ถ้าไม่มีหมายเขียวจากศาล จะอายัดตัวท่านด้วยเรื่องอะไร สรุปว่า ตนเห็นว่าไม่น่ามีผลกระทบต่อการพักโทษของท่าน

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top