รมว.ธรรมนัส ลงพื้นที่สระแก้ว รับฟังปัญหาโครงการโคบาลบูรพา

รมว.ธรรมนัส ลงพื้นที่สระแก้ว รับฟังปัญหาโครงการโคบาลบูรพา

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.47 น.
Tag :

“รมว.ธรรมนัส”ลงพื้นที่สระแก้ว ย้ำชะลอหนี้โคบาลบูรพา ก่อนเสนอ ครม. พักชำระหนี้ทั้งระบบ ชี้เกษตรกรไม่ผิด ปัญหาหลักมาจากโคด้อยคุณภาพ

วันที่ 19 มกราคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามความคืบหน้าและแนวทางแก้ไขปัญหาโครงการโคบาลบูรพา หลังเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความเดือดร้อนจากภาระหนี้สินจำนวนมาก โดยยืนยันชัดเจนให้ชะลอการติดตามหนี้และการดำเนินคดีไว้ก่อน ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาพักชำระหนี้อย่างเป็นทางการ


การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมคณะ เพื่อพบปะรับฟังปัญหาจากตัวแทนกลุ่มโคบาลบูรพาในพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดสระแก้ว ได้แก่ อำเภอวัฒนานคร อำเภออรัญประเทศ และอำเภอโคกสูง ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี 2560 รวมทั้งสิ้น 6,100 คน แบ่งเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโค 6,000 คน และผู้เลี้ยงแพะ 100 คน

นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวต้อนรับพร้อมรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนทั้ง 4 อำเภอของจังหวัดสระแก้วว่า ปัจจุบันสถานการณ์โดยรวมอยู่ในภาวะปกติ อยู่ระหว่างการเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังสำรวจความเสียหาย เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

ด้านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อติดตามข้อเรียกร้อง 6 ประเด็นของกลุ่มเกษตรกรโคบาลบูรพา ซึ่งได้ยื่นเรื่องร้องเรียนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 หลังสิ้นสุดสัญญาและถึงกำหนดชำระหนี้ แต่เกษตรกรไม่สามารถชำระคืนได้ อันเนื่องมาจากความล้มเหลวของโครงการ

ข้อเรียกร้องดังกล่าวประกอบด้วย การขอให้ชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีกับสหกรณ์และเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ การพักชำระหนี้เงินกู้ทั้งหมด การยกเลิกสัญญาเงินกู้ยืมและสัญญาการเลี้ยงโคที่ไม่เป็นธรรม การให้กรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบค่าเสียหายจากกรณีโคด้อยคุณภาพ โคเป็นหมัน หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงการขอให้รัฐเยียวยาเกษตรกรที่ขาดทุนจากการเลี้ยงโค และให้หน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

รองนายกรัฐมนตรีฯ ยกตัวอย่างปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับโครงการโคบาลในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งพบว่าเกษตรกรได้รับโคที่มีสภาพผอม ป่วย ติดโรค และตายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตลูกโคตามเงื่อนไขในสัญญาได้ อีกทั้งยังต้องแบกรับภาระหนี้จากการกู้เงินลงทุนสร้างโรงเรือน โดยจากการสำรวจข้อเท็จจริงพบว่าสาเหตุหลักของความล้มเหลวเกิดจากโคด้อยคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่ความบกพร่องของเกษตรกร

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า จะนำปัญหาโครงการโคบาลบูรพาเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบในการพักชำระหนี้ โดยในระหว่างนี้ได้สั่งการให้ชะลอการติดตามทวงหนี้และการดำเนินคดีกับเกษตรกรไว้ก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน

ภายหลังการประชุมที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางต่อไปยังสวนกาญจนาภิเษก ร.9 เพื่อพบปะและให้กำลังใจสมาชิกโครงการโคบาลบูรพาจากทั้งสามอำเภอ ซึ่งเดินทางมารอรับฟังความชัดเจน โดยยืนยันต่อหน้าเกษตรกรว่า รัฐบาลจะเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่ดีในช่วงเริ่มต้น แต่กระบวนการดำเนินงานไม่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระหนี้สินยาวนานต่อเนื่องถึงกว่า 8 ปี

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ เน้นย้ำว่า หากรัฐสามารถทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงและแก้ไขอย่างตรงจุด โดยยอมรับข้อเท็จจริงว่าเกษตรกรได้พยายามเลี้ยงโคอย่างเต็มความสามารถ แต่โคที่ได้รับการสนับสนุนมีปัญหามาตั้งแต่ต้น ย่อมจะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาอย่างเป็นธรรม และช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วในระยะยาว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top