วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
เพื่อไทยเดินหน้า
รณรงค์ทั่วทุกภาค
กาบัตรประชามติ
หนุนแก้ไขรธน.
“จาตุรนต์” ชงกกต. 6 ข้อ จี้แจงปชช.โทษการไม่ไปออกเสียงประชามติ จะทำให้เสียสิทธิ “เพื่อไทย” เดินหน้ารณรงค์ทุกภาคเห็นชอบแก้รธน. ด้านพี่ศรีสุวรรณยื่นกกต.สอบ “จาตุรนต์” ปมดึงแข้งเยาวชน “หมอนทองวิทยา” ร่วมรณรงค์ ยันผิดกม.ชัด โดยเฉพาะพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ขณะที่เลขาฯกกต.ระบุขอเวลาตรวจสอบก่อน ส่วนจะถูกบังคับหรือถูกหลอกให้พูดยังบอกไม่ได้ ต้องรอให้ตั้งสำนวนสอบสวนก่อน
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะกรรมการรณรงค์ประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทยแถลงชี้แจงกิจกรรมที่รณรงค์ประชามติฯและนำเสนอข้อเสนอ คำแนะนำและข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า คณะกรรมการฯมีกิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้วและจะทำต่อจากนี้ ทั้งในส่วนคณะกรรมการรณรงค์และส่วนพรรค รวมถึงการร่วมมือกับองค์กรภาคประชาชน โดยกิจกรรมที่จัดไปแล้ว เริ่มตั้งแต่วันรับสมัครสส.บัญชีรายชื่อ ยืนยันจะรณรงค์ในทางที่ให้ประชาชนเห็นชอบ และร่วมประชุมภาคีสองครั้งระหว่าง 7 พรรคการเมืองกับ 14 องค์กรภาคประชาสังคม ร่วมประชุมพรรคการเมือง 9 พรรคที่ยืนยันเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
พท.เดินหน้ารณรงค์ทำประชามติทุกภาค
นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา พรรคเราร่วมกิจกรรมกับภาคประชาสังคม กลุ่ม Constitution for All และจัดกิจกรรมบางจังหวัด จัดรถแห่ แจกบัตรตัวอย่างบัตรประชามติ รวมถึงร่วมเวทีปราศรัย หาเสียงทั่วไป ส่วนที่กำลังเตรียมดำเนินการ เตรียมอุปกรณ์จัดกิจกรรม รวมถึงบัตรตัวอย่างประชามติ «คู่มือประชาชน» เพื่อชี้แจงและให้ข้อมูลประชาชนใช้ทำกิจกรรมรณรงค์หรือเข้าร่วมเวทีต่างๆ จะมีเนื้อหา เหตุผล และข้อกฎหมายที่ชัดเจน โดยจะเผยแพร่คู่มือประชาชนทางออนไลน์ ให้ผู้สมัครของพรรคทั้งหมด พร้อมจัดพิมพ์เป็นเอกสารส่งตามไป เพื่อใช้รณรงค์จนถึงวันเลือกตั้ง รวมถึงคณะกรรมการฯจะไปจัดกิจกรรมรณรงค์ทุกภูมิภาค และร่วมเวทีของกกต.วันที่ 27 มกราคม ร่วมกิจกรรมรณรงค์ใหญ่กับภาคประชาชนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ด้วย
ยื่น6ข้อจี้กกต.ย้ำปชช.ต้องไปลงประชามติ
นายจาตุรนต์ยังกล่าวถึงข้อเสนอต่อกกต. 6 ข้อว่า 1.ขอบคุณกกต.ที่ให้ความชัดเจนว่า พรรคการเมืองและผู้สมัครสามารถรณรงค์ประชามติได้เสรี ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยกกต.จัดเวทีและเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วมฟังการชี้แจงและแสดงความเห็น แต่มีเพียงเวทีเดียวเท่านั้น 2.เอกสารใหม่ที่แก้เรื่องไม่มีเครื่องหมายกากบาท ควรพิมพ์ส่งถึงบ้าน ระบุถึงผู้มีสิทธิและชี้แจงผ่านสื่อให้มากกว่านี้ เพราะประชาชนอาจไปออกเสียงผิดวิธี 3.กกต.ควรย้ำขอบเขตเนื้อหาและวิธีทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยู่ในขั้นตอนต่อไปหลังประชามติ ไม่ใช่ขั้นตอนทำประชามติครั้งนี้
4.ขอให้กกต.ชี้แจงให้ประชาชนที่ไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต แต่ไปลงทะเบียนออกเสียงเลือกตั้งสส.ล่วงหน้าไว้วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จำเป็นต้องกลับไปออกเสียงประชามติที่ภูมิลำเนาของตนเองเท่านั้น จะได้ไม่เสียสิทธิ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ อยากให้ กกต.ประชาสัมพันธ์และชี้แจงให้มากกว่านี้ 5.ขอให้ กกต.กำชับคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้จัดหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ให้เป็นเส้นทางเดียวตั้งแต่ต้นจนออกมาไม่ควรแยกกัน ป้องกันคนไปใช้สิทธิลืม จะทำให้เสียสิทธิทางการเมืองหลายประการตามกฎหมายประชาธิปไตย และ6.เสนอขยายเวลาลงทะเบียน จัดเวทีแสดงความคิดเห็น ให้โอกาสทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน
สมชัยแจงผลประชามติกาช่องไหนได้อะไร
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ชี้แจงการใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติว่า บัตรประชามติสีเหลือง มีช่องให้ตัดสินใจกา 3 ช่อง คือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และ ไม่แสดงความคิดเห็น หากผลออกเสียงช่องใดได้เสียงข้างมากแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ หนึ่ง ถ้าประชาชนเสียงข้างมาเห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เดินหน้าต่อไป โดย ครม.ชุดใหม่สามารถเสนอให้รัฐสภาใหม่หยิบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ค้างในวาระ 2 ของรัฐสภาชุดที่แล้วมาพิจารณาต่อภายใน 60 วัน นับแต่มีการประชุมรัฐสภาชุดใหม่ครั้งแรกได้ หากผ่านวาระ 2 และ 3 จะทำประชามติ คำถามที่ 2 เกี่ยวกับวิธีและสาระสำคัญที่จะแก้
นายสมชัยกล่าวต่อว่า ถ้าเสียงข้างมากไม่เห็นชอบ แนวคิดจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับจะยุติลง หากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อบกพร่องเรื่องใด ให้ใช้กลไกรัฐสภาแก้รายมาตรา แต่ต้องยอมรับสภาพเงื่อนไขว่า การแก้รายมาตราทุกเรื่อง ต้องมีสว.ร่วมเห็นชอบ 1 ใน 3 หรือ 67 คนขึ้นไป ในวาระที่ 1 และ 3 ทุกครั้ง และหากแก้ 4 เรื่องคือ เรื่องที่ 1 แก้หมวด 1 หมวด 2 เรื่องที่ 2 แก้คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆตามรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ 3 แก้หน้าที่อำนาจของศาลและองค์กรอิสระ และ 4.แก้วิธีการแก้ ต้องทำประชามติทุกครั้ง และถ้าผลลงคะแนนประชามติออกมาว่า เสียงข้างมาก ไม่แสดงความคิดเห็น เท่ากับการทำประชามติคราวนี้ยังไม่มีข้อยุติ คำตอบที่ต้องการทราบยังไม่มีคำตอบ เงินที่ทำประชามติสูญเปล่า หากยังต้องการคำตอบ ต้องทำประชามติใหม่อีกครั้ง
พี่ศรียื่นกกต.สอบคลิปจาตุรนต์
เวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้ตรวจสอบกรณีการนำนักฟุตบอลเยาวชนทีมโรงเรียนหมอนทองวิทยา มาทำคลิปวิดีโอรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าอาจเป็นการหลอกลวงและใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งมีต้นเรื่องจากคลิป «8 กุมภา กาเห็นชอบ» ซึ่งเหตุการณ์นี้เริ่มจากวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคการเมืองชื่อดัง โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะลงพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นภาพ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ (โค้ชสกล) นำกลุ่มนักฟุตบอลเยาวชนโรงเรียนหมอนทองวิทยา ตะโกนคำขวัญ «8 กุมภา กาเห็นชอบ» พร้อมโบกธงสีเขียวที่มีสัญลักษณ์กากบาท หลังโพสต์คลิปดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนักถึงความเหมาะสม ซึ่งนายศรีสุวรรณยื่นหลักฐานให้กกต.ตรวจสอบ 3 ประเด็นหลัก 1.สอบว่าหลอกลวงหรือจูงใจเด็กให้ร่วมคลิปโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงหรือไม่ 2.เอาผิดผู้ประสานงานและผู้ว่าจ้างที่ดึง สถาบันการศึกษาเข้ามาข้องเกี่ยวกับการเมือง และ3.วินิจฉัยว่าการกระทำของนายจาตุรนต์ ขัดระเบียบรณรงค์ประชามติที่กกต.กำหนดไว้หรือไม่
แม้นายจาตุรนต์จะลบคลิปไปแล้ว แต่ทางกฎหมายถือว่าความผิดสำเร็จ จึงมาร้องเรียน กกต.สอบ
เลขาฯกกต.ขอตรวจสอบก่อน
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ให้สัมภาษณ์การร้องเรียนให้สอบคลิปของนายจาตุรนต์ว่า ต้องดูข้อเท็จจริงกฎหมายการออกเสียงเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติว่าเข้าข่ายหลอกลวงใส่ร้ายหรือไม่ ต้องดูว่าเจตนาพิเศษอะไรหรือไม่ตามองค์ประกอบกฎหมาย ส่วนที่ระบุเด็กแสดงความเห็นว่าเห็นชอบแก้รัฐธรรมนูญนั้น เป็นเสรีภาพการแสดงความเห็นหรือรณรงค์ให้เห็นชอบหรือไม่ก็ได้ แต่เบื้องหลังจะมีอะไรต้องไปสอบสวนอีกที เบื้องต้นยังเป็นสิทธิ์แสดงความเห็นรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งกฎหมายให้ประชาชนทำได้ ส่วนเป็นการถูกบังคับหรือหลอกให้พูดยังบอกไม่ได้ ต้องรอให้ตั้งสำนวนสอบสวนก่อน ตอนนี้มีแต่ข่าวและต่างคนต่างพูด ส่วนที่นายศรีสุวรรณยื่นให้กกต.สอบสวนกรณีดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายออกเสียงประชามติ 2568 และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 หรือไม่ เป็นสิทธิของนายศรีสุวรรณ ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นความผิดหรือไม่ เพราะทุกคนมีสิทธิพูด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี