วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
19 มกราคม 2569 ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต.มหาชัย จ.สมุทรสาคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยบนเวที จ.สมุทรสาคร ตอนหนึ่งว่า มีคำสบประมาท ว่าพรรคจะสูญพันธุ์ ตนจึงต้องกลับมา มีคนบอกว่าเอาให้รอดก็พอ แต่เมื่อลงพื้นที่หาเสียง ไม่ได้เอาแค่รอด เพราะจะให้เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เมื่อตนได้กลับมา ตั้งโจทย์ 2 ข้อให้กับตัวเอง คือ ไม่ได้ทำให้พรรคฟื้นเท่านั้น แต่ต้องเข้มแข็งเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้ ซึ่งตนขอบคุณคนที่มาเสริมกำลังในวันที่พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำ คือ นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นางรัดเกล้า สุวรรณคิรี รองหัวหน้าพรรค ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่แค่ฟื้น แต่มองอนาคตไปข้างหน้า
“เรามองปัญหาความย่ำแย่ของการเมือง ที่เริ่มจากทุจริตและทุนเทา วันนี้ผมอยากมาสมุทรสาคร แต่ไม่อยากมาพระรามสอง เพราะเราเชื่อหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำแล้วเป็นอุบัติเหตุล้วน ผมไม่เชื่อ เพราะปัญหาโยงใยไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น เหมือนที่ทุกคนเชื่อ เพราะเกิดแล้วเกิดอีก แต่ไม่ชัดเจนว่าใครที่ต้องรับผิดชอบ นอกจากพระรามสองแล้วยังมี ตึก สตง. และ ที่โคราช ที่เป็นเพราะทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงปัญหาทุนเทาที่มาหลอกลวงเอาเงินประชาชนไม่กี่วินาที ซึ่งมีสารคดีชี้ว่าศูนย์กลางหลอกลวงอยู่รอบประเทศไทย และเงินที่ซื้อสส. ไม่กี่สิบล้านบาท แจกเงินซื้อเสียง จะมีธุรกิจไหนที่มีเงินมาก นอกจากธุรกิจสีเทา เราปล่อยต่อไปไม่ได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าปัญหาที่แก้ไขช้า เพราะคนที่อยู่อำนาจไม่ทำจริงจัง เพราะอาจมีผลประโยชน์ร่วมกัน ดังนั้นต้องต่อสู้เพื่อสร้างการเมืองสุจริตอีกครั้ง ตนไปดีเบตทุกวัน ทุกคนทุกพรรคพูดเหมือนกัน คือ ไม่เอาทุนเทา ไม่เอาคอร์รัปชั่น จะทำให้สุจริต แต่หลายปี และหลายพรรคอยู่ในอำนาจ พิสูจน์และเอาจริงกับความซื่อสัตย์สุจริต หลายคนพูดได้ หากให้โอกาสเขาก็ไม่ต้องห่วงไม่ทุจริต ตนไม่สามารถกล่าวหาสบประมาทว่าทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยสำหรับตนมีประวัติเป็นเครื่องพิสูจน์ เวลา 30 ปี ไม่เคยมีข้อกล่าวหาว่าเอาตำแหน่ง อำนาจไปแสวงหาประโยชน์ให้ตนเอง
“หากผมไม่ทำตอนอายุ 27 ปี แต่จะไปทำตอน 61 ปี คงไม่ทำเพราะอยู่ไม่นานแล้ว ความซื่อสัตย์สุจริตและการรปราบปราทุจริต ผู้นำสำคัญสุด หากผู้นำส่งสัญญาณชัดสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ยาก ผมได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค ให้เริ่มที่การเลือกตั้ง หากมีคนของประชาธิปัตย์ทุจริตจะจัดการ และวันที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี มีเพื่อนที่เป็นรัฐมนตรี ต้องออกไปก่อน หลีกไปก่อน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะเอาจริง ไม่ได้อวดอ้างผู้นำสุจริต แต่ได้เตรียมเครื่องมือจัดการการทุจริต คือ ให้ประชาชนตรวจสอบการประมูล จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซื้อขายตำแหน่ง โดยเที่ยวนี้จะสะสางการแต่งตั้งให้โปร่งใส ทั้งนี้นักการเมืองต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ต้องเปิดเผยรายละเอียด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับแก้ปัญหาทุนเทา ภายใน 90 วันต้องไม่มีคนมีอำนาจกีดขวางการปราบปราม และออกกฎหมายให้อายัดทรัพย์หากอธิบายที่มาไม่ได้ เปิดเผยการทำธุรกิจทองคำ คริปโต และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงตรวจจับเส้นทางการเงิน ขอให้มั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้ไม่ทนทุนเทาเดินหน้าได้ ทั้งนี้ตนขอให้มั่นใจว่าหากเลือกประชาธิปัตย์ ทำงานให้เศรษฐกิจดี ต่อสู้ทุนเทา และคนที่มีหัวใจดูแลมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย
“ต่อให้เราไม่ใช่พรรคที่ใหญ่ที่สุด แต่หากเลือกพอ จะเป็นตัวแปร ตอนนี้เชื่อว่าจะไม่มีพรรคที่ได้เสียงเด็ดขาด และเขาต้องแข่งขันจัดตั้งรัฐบาล จะมีคนมาชวนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหากเลือกพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปมากพอจะเป็นหลักประกัน ที่ปัญหาทุนเทา คอร์รัปชั่น ความแตกแยก เพราะนโยบายที่ละเอียดอ่อนจะไม่เกิด สุดท้ายผมยังกังวลเหลือเวลาอีกไม่มาก เข้าสู่ช่วงคนที่ไม่สนกระแส แต่สนกระสุน ที่ตะโกนบอกไม่เอาทุนเทา แต่หากกระสุนสีเทามาเป็นชุด เริ่มมีเสียงแตก ผมบอกเลยหากใครเอากระสุนสีเทามา บอกเลยว่าไม่เอา เพราะเลือกการเมืองสุจริต” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี