ร.อ.ธรรมนัส ลั่นกลางเวทีโคราช พูดแล้วต้องทำ ประกาศยืนเคียงข้าง เกษตรกร-คนตัวเล็ก

ร.อ.ธรรมนัส ลั่นกลางเวทีโคราช พูดแล้วต้องทำ ประกาศยืนเคียงข้าง เกษตรกร-คนตัวเล็ก

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.07 น.

“ร.อ.ธรรมนัส”ลั่นกลางเวทีโคราช พูดแล้วต้องทำ ! ซัดทุนกดราคาอ้อย–มันสำปะหลัง กางแผนปฏิรูปที่ดิน แก้หนี้เกษตรกรทั้งระบบ ย้ำอโคราชคือประตูสู่อีสาน ถ้าคนฐานรากอยู่ไม่ได้ ประเทศก็ไม่รอด

เมื่อเวลา 18.30 น.พรรคกล้าธรรม จัดเวทีปราศรัย ที่โรงเรียนมัธยมด่านขุนทด ตำบลด่านขุนทด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีช่วยหาเสียงให้ นายมารุต ชุ่มขุนทด ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 15 เบอร์ 1 พรรคกล้าธรรม ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก


โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวโคราชที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่าโคราชเป็น ประตูสู่อีสาน หากเมืองนี้เข้มแข็ง มีความเจริญ การพัฒนาทั้งภาคอีสานก็จะเดินหน้าได้ พร้อมเปรียบเทียบว่าบ้านเมืองก็เหมือนบ้านคน หากรั้วมั่นคง บ้านย่อมอยู่ดีมีสุข แต่ถ้ารั้วพัง บ้านย่อมมีปัญหา เช่นเดียวกับการบริหารประเทศที่ต้องเริ่มแก้จากฐานราก จากนั้นได้กล่าวถึงปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ โดยเฉพาะข้อพิพาทระหว่างรัฐกับชาวบ้านในหลายอำเภอของโคราช ซึ่งประชาชนอยู่ในพื้นที่มานาน แต่กลับถูกดำเนินคดี

“ที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก. ต้องมีไว้เพื่อจัดสรรให้ผู้ไร้ที่ดินทำกินอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเครื่องมือเอื้อกลุ่มทุน ผมทำนโยบายการเปลี่ยนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรสำเร็จมาแล้ว และจะเดินหน้าผลักดันต่อยอดสู่โฉนดครุฑสีแดง เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของเกษตรกร”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึง ปัญหาภัยแล้งและน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ด่านขุนทด ซึ่งกระทบต่ออ้อย มันสำปะหลัง และข้าว โดยยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขระบบชลประทานอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่นโยบายสวยหรูที่ทำไม่ได้ พร้อมวิพากษ์นโยบายแจกเงินที่ไม่สร้างงานและไม่แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ในประเด็นราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะอ้อย ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ปีที่ผ่านมาเกษตรกรขายอ้อยได้ราวตันละ 1,300 บาท แต่ปีนี้ราคากลับลดลงเหลือเพียง 500–800 บาท ทั้งที่ราคาน้ำตาลในตลาดสูงขึ้น จึงตั้งคำถามถึงโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเปิดเผยว่า ได้เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้กระทรวงอุตสาหกรรมเรียกโรงงานน้ำตาลทั้งระบบมาหารือ เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน รวมถึงพิจารณาการกำหนดพื้นที่รับซื้อ ลดภาระค่าขนส่งของเกษตรกร และยืนยันว่ามาตรการเยียวยาไร่อ้อยยังต้องเดินหน้าต่อ

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาราคามันสำปะหลังในโคราช ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกสำคัญของประเทศ โดยระบุว่าได้สั่งการให้ตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาจกระทบต่อราคาภายในประเทศ พร้อมย้ำว่าผลผลิตของเกษตรกรไทยต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ให้กลุ่มทุนร่ำรวยบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน

ในช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและครู โดยยืนยันแนวคิดการตั้งกลไกกลางรับซื้อหนี้จากสถาบันการเงินในราคาที่เป็นธรรม แล้วนำมาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ลดภาระดอกเบี้ยให้คนฐานราก พร้อมตั้งคำถามถึงระบบการเงินที่ปล่อยให้เกษตรกรเป็นหนี้สะสม ขณะที่กลุ่มทุนกลับได้ประโยชน์ พร้อมกันนี้ยังวิพากษ์โครงสร้างราคาพลังงาน ไฟฟ้า และปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาผลผลิตของชาวบ้านกลับถูกกดต่ำ ย้ำว่าหากพรรคกล้าธรรมได้รับโอกาส จะเดินหน้าปฏิรูปกระทรวงเกษตรและโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง

ก่อนปิดเวที ร.อ.ธรรมนัส ฝากถึงประชาชนว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องออกมาใช้สิทธิ์ เลือกผู้แทนที่ “พูดแล้วทำ” เพื่อให้โคราชและภาคอีสานเดินหน้าอย่างมั่นคง พร้อมย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะยืนอยู่ข้างเกษตรกรและคนตัวเล็กตลอดไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top