จุลพันธ์ ปราศรัยเดือด! ฝากถึง เท้ง เลิกเอาประเทศมาทดลอง ย้ำเพื่อไทยคือของจริง

จุลพันธ์ ปราศรัยเดือด! ฝากถึง เท้ง เลิกเอาประเทศมาทดลอง ย้ำเพื่อไทยคือของจริง

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.19 น.

”เพื่อไทย“ บุกลานพาร์คพารากอน “แพทองธาร” มาด้วย “ยศชนัน” โชว์วิสัยทัศน์4ปี ขอเป็นนายกคนที่ 33 พาไทยเดินหน้าด้วยวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี “จุลพันธ์” เปิดนโยบายใหม่ “รวยทุกวัน คนละ 1ล้าน วันละ 9 คน” ”สุริยะ“ มั่นใจเป็นแกนนำตั้งรบ.

วันที่ 23 มกราคม 2569  เวลา 17.00 น. ที่ลานพาร์คพารากอน พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2  นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย  นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มาให้กำลังใจและร่วมฟังปราศรัยด้วย  มีแกนนำพรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกือ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ  ร่วมปราศรัย  แกนนำพรรค ผู้สมัคร สส.กทม. ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ มาร่วมฟังพร้อมเพรียง บรรยากาศมีประชาชนมารอฟังปราศรัยคึกคักเต็มลาน


โดยเวลา 18.20 น. นายสุริยะ ขึ้นปราศรัยว่า จากการลงพื้นที่ของนายยศชนัน ประชาชนต่างเรียกร้องอยากเจอนายยศชนันตัวเป็นๆ ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องปรับเปลี่ยนการลงพื้นที่จากวันละ 2 จังหวัด เป็นวันละ 4 จังหวัด ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น ทุกคนอยากเติมเชน การที่พรรคเพื่อไทยเดินทางมาถึงขนาดนี้ ต้องขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันสร้างพรรค แต่ย้ำว่าผู้สมัครห้ามประมาท สองอาทิตย์สุดท้ายจะเป็นตัววัดว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ 

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ตลอดเส้นทางการเมือง 25 ปีของตน ยิ่งลงพื้นที่พบประชาชน ก็ยิ่งมั่นใจว่าประเทศต้องการรัฐบาลที่ทำงานได้จริง ไม่ใช่พูดเก่ง แต่แก้ปัญหาไม่เป็น ตนเห็นความทุกข์ยาก ปัญหาปากท้อง หนี้สิน ภัยพิบัติ ประเทศต้องการรัฐบาลที่เข้ามาแล้วทำได้เลย พรรคเพื่อไทยเคยทำให้ประชาชนมีความหวัง ความทุกข์ยากของประชาชน พรรคเพื่อไทยทำได้ และจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นพรรคอันดับหนึ่ง และพร้อมจัดตั้งรัฐบาล ผลักดันให้นายยศชนันเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แล้วเป็นผู้เลือกว่าจะจับมือกับใครตั้งรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายของเราให้ถึงมือประชาชน ไม่มีจับมือหรือดีลล่วงหน้า ไปวัดกันที่คูหาเท่านั้น 

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมานักวิเคราะห์ชอบเรียกตนและนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นเข็มทิศชี้รัฐบาล บอกว่าตนอยู่ตรงไหน เป็นสัญญาณว่าจะไปเป็นรัฐบาล วันนี้ตนไม่ได้มายืนเพื่อเป็นเข็มทิศของใคร ตนและนายสมศักดิ์อยู่กับพรรคเพื่อไทย เพื่อบอกว่าเข็มทิศชี้ความหวัง เป็นเข็มทิศชี้นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของพรรคเพื่อไทยคือนายยศชนัน และตนเป็นวิศวะกรรู้ดีว่าเหล็กแท้ดีกว่าเหล็กชุบ 

“บางพรรคเล่นการเมืองสาดโคลน เสียงดังไม่เอาเทา แต่เทากว่าเพื่อน ตั้งพรรคมา 7-8 ปีเพิ่งรู้บริบทการเมือง ลดเพดานปรับนโยบาย พี่น้องลองดูนโยบาย เดินตามเรามาติดๆ เหมือนหลานตามลุง อีกพรรคอยู่มานาน 17 ปี ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจากส้มหล่น พอได้เป็นรัฐบาลก็เข้าทางโยกย้ายข้าราชการ ไม่อายฟ้าอายดินเอื้อผลประโยชน์ให้ตัวเองมากกว่า สองพรรคที่ผ่านมามีนโยบายอะไรที่ประชาชนจำได้ว่าคิดเอง ทำเองไม่ได้ลอกคนอื่น แต่เพื่อไทยเราของแท้ เรามีนโยบายเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้เห็นผลงานจริงผ่านการบริหารผ่านการทำงานจริง” นายสุริยะ กล่าว

สุดท้ายนายสุริยะ กล่าวถึง 3 เหตุผลที่อยากให้เลือกเพื่อไทย คือ เพื่อไทยมีประสบการณ์บริหารเศรษฐกิจเป็น มีนโยบายที่ทำได้จริง และเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน เราอยู่ตรงนี้เป็นความหวังให้ประชาชน อนาคตประเทศไม่ควรฝากไว้กับความบังเอิญ ต้องฝากไว้กับการตัดสินใจของประชาชนเพื่อไทยทำได้ 

เวลา 19.20น. นายยศชนันขึ้นปราศรัยถึง วิสัยทัศน์ที่จะทำในอีก 4 ปีข้างหน้า อยากเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงาม ลูกหลานเราอยากทำอะไรต้องได้ทำ โดยยกตัวอย่าง 3 ประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ขนาดเล็กกว่าประเทศไทยถึง 12 เท่า แต่สามารถส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่าสูงได้เป็นอันดับ 2 ของโลก และมีพื้นที่ประมาณ 20% ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และอีกกว่า 50% ของประเทศอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 1 เมตร แต่ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม 2. สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศเล็กขนาดใกล้เคียงกับเนเธอร์แลนด์ ประเทศนี้เปลี่ยนภูเขาสูง อากาศหนาวเหน็บ และพื้นที่ที่แทบไม่มีใครอยู่อาศัย ให้กลายเป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพของคนทั้งโลก สามารถสร้างอุตสาหกรรมสมุนไพรและยา ผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ดีที่สุดในโลก และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ทุกคนอยากไป ประชากรมีรายได้สูง และ 3. สิงคโปร์เป็นเกาะเล็ก ๆ มีประชากรที่มีรายได้สูง และเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม แต่กลับมีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันน้อยมาก เป็นผลจากรัฐบาลดิจิทัล สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความโชคดี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากพลังของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

”ประเทศไทยก็สามารถทำแบบนี้ได้ และพรรคเพื่อไทยจะทำให้ประเทศไทยทำได้ด้วยพลังของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้นำของโลกได้อย่างแน่นอน และผมจะทำให้ดู ผมพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย ที่จะเดินหน้าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี“ นายยศชนันกล่าว

นอกจากนี้ นายยศชนันกล่าวเพิ่มเติมว่า มี 3 เรื่องสำคัญที่ประชาชนกำลังรอคอย เรื่องแรก คือ ปัญหาน้ำท่วมที่ประเทศไทยเผชิญมาอย่างยาวนาน เราจะเข้าไปแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ โดยจำเป็นต้องศึกษาการป้องกันน้ำทะเลรุกล้ำในระยะยาว และเริ่มวางแผนเชิงระบบ การจัดการน้ำต้องเริ่มจากป่าต้นน้ำ ภาคเหนือของประเทศไทยมีแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ต้องฟื้นฟูป่าต้นน้ำทั่วประเทศ ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคอีสาน อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง พื้นที่ใดจำเป็นต้องรับน้ำ รัฐบาลจะทำสัญญาชัดเจน และบริหารจัดการทั้งระบบ ทำครั้งเดียวให้จบ พรรคเพื่อไทยพร้อมดำเนินการทันที เพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

เรื่องที่สอง คือ การยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ เพื่อสร้างรายได้ให้คนไทย ทั้งภาคบริการ เกษตร และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ประเทศไทยมีศักยภาพด้านบริการทางการแพทย์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากทั่วโลก สร้างองค์ความรู้ และดูแลสุขภาพคนไทยไปพร้อมกัน  เกษตรกรสามารถพัฒนาสมุนไพร เมื่อรัฐมีความต้องการและมีผู้มาใช้บริการ เราสามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมสมุนไพรและเกษตรมูลค่าสูง เพิ่มรายได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว วันนี้เรามีโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทำไมจะผลิตเครื่องมือแพทย์เองไม่ได้ นี่คืออธิปไตยทางการแพทย์ คนไทยต้องมีสุขภาพดีที่สุด และประเทศไทยต้องเป็นอันดับหนึ่งด้านการแพทย์

เรื่องสุดท้าย คือ การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องแก้ทั้งระบบ ทั้งข้อมูล กฎหมาย และโครงสร้างเราจะสร้างระบบความปลอดภัยไซเบอร์ พัฒนาทักษะประชาชนให้เข้าถึง AI ทุกช่วงวัย อย่างน้อยหนึ่งในสามของประเทศต้องเข้าใจและใช้ AI ได้ เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศ และเมื่อรวมข้อมูลจากทุกกระทรวง โดยเฉพาะข้อมูลด้านสุขภาพและสาธารณสุข แล้วเปิดให้เอกชนเข้ามาใช้ ประชาชนจะได้ประโยชน์โดยตรง 30 บาทรักษาทุกโรคจะพัฒนาเป็น “30 บาท AI” หมอรู้ข้อมูล คนไข้รู้ข้อมูล ประเทศไทยต้องเป็นที่หนึ่งด้านสุขภาพ

สำหรับภาคธุรกิจจะได้รับการสนับสนุน Made in Thailand, SME ไทย และสตาร์ทอัพไทยทุกรูปแบบเราจะพัฒนาระบบข้อมูลการท่องเที่ยวให้ทั่วโลกเข้าถึง ทำให้ทุกคนอยากมาเที่ยวประเทศไทยเมื่อข้อมูลเชื่อมโยงครบถ้วน เราจะปราบปรามคอร์รัปชันได้ทั้งระบบ และเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศ อีกทั้งประเทศไทยยังได้เปรียบด้านพลังงานสะอาด เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อากาศสะอาด สิ่งแวดล้อมต้องเป็นอันดับหนึ่ง

“นี่คือภาพรวมวิสัยทัศน์ในการพาประเทศไทยเดินหน้า ทั้งการแก้หนี้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจเดิม สร้างเศรษฐกิจใหม่ เสริมความมั่นคง สร้างโอกาส และปราบปรามคอร์รัปชันอย่างไม่หยุดยั้ง คอร์รัปชัน ยาเสพติด สแกมเมอร์ ต้องหมดไป การจัดการน้ำ สวัสดิการ และการศึกษาของลูกหลานต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ประเทศไทย 2030 พรรคเพื่อไทยทำได้ และยศชนันทำได้” นายยศชนันกล่าว

นายจุลพันธ์ ขึ้นปราศรัยปิดท้าย โดยกล่าวเปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นายกรัฐมนตรี คือ เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  พร้อมเปิดนโยบายใหม่ “รวยทุกวัน คนละ 1ล้าน วันละ 9 คน” แบ่งเป็น 5 กลุ่ม 1.เกษตรกร 2.อาสาสมัครที่ทำงานเพื่อสังคม 3.ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 4.ประชาชนที่ยื่นภาษีทุกคน และ 5.ประชาชนที่จับจ่ายมีใบเสร็จ สุ่มแจก 5 คนๆละ 1 ล้าน สร้างเศรษฐีเงินล้านทุกวัน วันละ 9 คน 

ช่วงท้ายนายจุลพันธ์ กล่าวฝากข้อความจากหนิมถึงหนู และเท้ง ว่า หลายคนคอยฟังว่าวันนี้หนิมจะพูดอะไรกับหนู แต่หนูไม่อยู่ในสายตาหนิมอีกต่อไป เพราะคุยกับหนูอย่างไรมันก็ไม่จบ เพราะข้างหลังหนูมันยังมี เน  วันนี้หนิมเลยจะฝากถึงใครอีกคน ที่ยืนเกาะประตูรั้วทำเนียบอยู่ เขาไม่ให้เข้า 

”เท้งเอ๊ย ฟังหนิมนะ หนิมจะบอกว่า เท้งมาว่าพรรคเพื่อไทย ว่าเพื่อไทยเป็นอีแอบ ถามอยู่นั่นว่าจะจับกับใคร ไม่จับกับใคร ถึงหนิมจะชอบกินขนม แต่จะมากินหนิมไม่มีทาง เพื่อไทยยืนยันว่า เราต้องฟังเสียงประชาชน ตอนที่เท้งจับกับหนู หนิมเตือนแล้ว เท้งไม่ฟัง วันนี้มาห้ามจับคนนั้น ห้ามจับคนนี้ ถ้ามันเทา มันดำ มันเทา มันดำ ตั้งแต่วันที่เท้งเลือกหนูเป็นนายกแล้ว พวกเราที่อยู่ที่นี่ต่อสู้กับอนุรักษ์นิยมมา 20 ปี เท้งคว่ำทั้งกระดาน เอา 14 ล้านเสียงไปใส่พานให้หนูมาเป็นนายก เท้งเอาเสียงประชาชนไปเล่นขายของ แล้วบอกว่าเป็นการทดลองที่ล้มเหลว หนิมอยากถามว่า ใครเป็นคนจ่ายราคาแห่งการทดลองที่ล้มเหลวนี้  เหตุการณ์ที่หาดใหญ่ การโยกย้ายข้าราชการ การจัดกีฬาซีเกมส์ การฮั้ว ส.ว. เขากระโดง ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น เราไม่มีเวลาให้ใครเอาประเทศไปทดลอง คนไทยไม่ใช่หนูทดลองของเท้ง“ 

และทิ้งท้ายว่า ”เลือกเท้งได้หนูมาทดลอง แต่เลือกเพื่อไทยได้ เชน ยศชนัน วงค์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้“

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top