จับจังหวะฟื้นปชป.  เลือกตั้ง69 ไม่ใช่เส้นชัย

จับจังหวะฟื้นปชป. เลือกตั้ง69 ไม่ใช่เส้นชัย

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับหลายพรรคคือสนามวัดพลัง แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ นี่คือสนามของการ “กลับมาอยู่ในภาพ” หลังจากหายไปจากเรดาร์การเมืองระดับประเทศอยู่นาน

ภาพที่เริ่มชัดขึ้นในช่วงโค้งท้าย คือบรรยากาศของพรรคที่ไม่เร่ง ไม่โวยวาย แต่คะแนนค่อย ๆ ขยับ กระแสค่อย ๆ เดิน และชื่อของพรรคถูกพูดถึงมากขึ้นในกลุ่มประชาชนที่เคยเมินไปเมื่อปี 2566


แรงขยับนี้มีจุดร่วมสำคัญ คือการกลับมามีบทบาทของ “อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรคและอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้กลับมาเพื่อช่วงชิงอำนาจ แต่กลับมาในฐานะตัวแทนภาพจำเดิมของประชาธิปัตย์ที่คนจำนวนไม่น้อยยังคุ้นเคย

สิ่งที่เห็นชัดคือ การตอบรับในหมู่ประชาชนที่ตัดสินใจทางการเมืองจากเหตุผลมากกว่าอารมณ์ เริ่มกลับมาฟัง กลับมามอง และเริ่มรู้สึกว่าพรรคนี้ยังมีที่ยืนในสนามการเมือง ไม่ใช่พรรคที่ต้องถูกตัดออกจากตัวเลือกอัตโนมัติแบบเมื่อสามปีก่อน

ความเปลี่ยนแปลงนี้สัมพันธ์โดยตรงกับพฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งรอบนี้ ที่เริ่มถอยห่างจากการเมืองแบบขั้วจัดและวาทกรรมรุนแรง ผู้คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้มองหาพรรคที่พูดดังที่สุด แต่มองหาพรรคที่ให้ความมั่นใจว่าจะทำงานได้จริงในสภา และไม่เพิ่มความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น

การเลือกตั้งปี 2566 คือจุดต่ำสุดของประชาธิปัตย์ ได้ สส. เพียง 25 ที่นั่ง ตัวเลขนั้นไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ทางการเมือง

แต่สะท้อนการหลุดจากใจประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มคนเมือง คนวัยทำงาน และฐานเดิมบางส่วนที่เคยเลือกพรรคอย่างต่อเนื่อง

แต่บรรยากาศปี 2569 ต่างออกไป พรรคไม่ได้พยายามแข่งด้วยอารมณ์ ไม่กระโดดเข้าไปในเกมขั้วจัด และไม่เร่งสร้างภาพลักษณ์แบบฉาบฉวย หากเลือกกลับไปยืนบนจุดแข็งของตัวเอง คือเหตุผล ความน่าเชื่อถือ และการทำงานในระบบรัฐสภา

ความเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการปรับจังหวะจากภายใน พรรคเลือกสื่อสารในสิ่งที่ถนัด ลดการตอบโต้ทางการเมืองที่ไม่จำเป็น และหันไปให้ความสำคัญกับพื้นที่เลือกตั้งจริงมากขึ้น การขยับเช่นนี้อาจไม่หวือหวา แต่ช่วยให้พรรคค่อย ๆ ฟื้นความเชื่อถือที่เคยเสียไป

บทบาทของอภิสิทธิ์ช่วยเติมภาพนี้ได้ชัดเจนขึ้น เพราะสารที่เขาสื่อสารบนเวทีหาเสียง ไม่ได้เน้นคำสัญญาหวือหวา แต่พูดถึงการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การจัดการทุนสีเทาผ่านเส้นทางการเงิน ความโปร่งใสของงบประมาณ และการทำงานของสภาที่ประชาชนตรวจสอบได้

สารเหล่านี้อาจไม่สร้างกระแสฉับไว แต่ไปถึงกลุ่มประชาชนที่ลังเลระหว่างการไม่เลือกใครกับการเลือกพรรคใหญ่แบบจำใจ และกลุ่มนี้เองคือกลุ่มที่เคยเป็นฐานสำคัญของประชาธิปัตย์ในอดีต

เมื่อพรรคเริ่มวางตำแหน่งตัวเองชัดขึ้น ไม่พยายามเป็นทุกอย่างในเวลาเดียวกัน และเลือกฟื้นฐานทีละจุด การเคลื่อนไหวจึงดูมั่นคงกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน

ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเคยเป็นหัวใจของพรรค การตอบรับเริ่มดีขึ้น การลงพื้นที่ของแกนนำและอดีตผู้นำพรรคได้รับการต้อนรับมากกว่ารอบที่ผ่านมา ขณะที่ในกรุงเทพฯ และเขตเมืองใหญ่ พรรคเริ่มถูกมองเป็นตัวเลือกของประชาชนที่เบื่อความขัดแย้งแบบขั้วจัด แต่ยังต้องการผู้แทนที่ทำงานในสภาอย่างจริงจัง

ทั้งหมดนี้ทำให้การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีความหมายมากกว่าจำนวนที่นั่งในสภา เพราะต่อให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็เพียงพอจะทำให้ประชาธิปัตย์กลับมาอยู่ในสมการการเมืองอีกครั้งอย่างเป็นรูปธรรม

จุดสำคัญคือ พรรคไม่ได้ผูกความหวังไว้กับตำแหน่งรัฐบาล แต่ผูกไว้กับการกลับมามีบทบาทในสภา การอภิปรายเชิงเนื้อหา และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พรรคมีประสบการณ์สะสม และยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนจำนวนหนึ่งยังให้คุณค่า

ในสภาพการเมืองเวลานี้ การรีบเข้าไปนั่งในรัฐบาลโดยไม่รู้ชัดว่าจะยืนตรงไหน อาจไม่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในระยะยาว ตรงกันข้าม การยืนในพื้นที่ที่ถนัดและสื่อสารจุดยืนให้ชัดตั้งแต่ช่วงหาเสียง อาจเป็นการสร้างความเชื่อถือที่มั่นคงกว่า

ชื่อของอภิสิทธิ์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวชิงอำนาจ แต่เป็นสัญลักษณ์เตือนความทรงจำว่า ประชาธิปัตย์เคยเป็นพรรคที่ทำงานเป็นระบบ เคยเป็นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ และเคยได้รับความเชื่อถือจากประชาชนในวงกว้าง

และเมื่อมองไปไกลกว่าการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 สนามการเมืองไทยยังเปิดกว้างสำหรับพรรคที่มีฐานมั่นคงและไม่เผาผลาญความเชื่อถือของตัวเองระยะสั้น หากประชาธิปัตย์รักษาจังหวะการฟื้นนี้ไว้ได้ การขยับสถานะในรอบถัดไปย่อมไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

หากกระแสฟื้นฐานเดินต่อเนื่องหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงการได้ สส. เพิ่มขึ้นในรอบนี้ แต่คือการปูฐานสำหรับการเลือกตั้งรอบถัดไป ซึ่งประชาธิปัตย์อาจขยับขึ้นมาเป็นพรรคที่มีโอกาสขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หรือขยับเข้าใกล้บทบาทพรรคอันดับหนึ่งได้อีกครั้งในสนามการเมืองระดับประเทศ

สำหรับประชาธิปัตย์ การเลือกตั้งปี 2569 อาจไม่ใช่เส้นชัย แต่คือจุดตั้งต้นที่สำคัญของการกลับมาอย่างมีความหมาย

ไม่ใช่ในฐานะผู้ชิงอำนาจ แต่ในฐานะพรรคที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยทั่วประเทศ พร้อมกลับมาเชื่อถือและให้โอกาสอีกครั้ง.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top