วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569
เปิดทรัพย์สิน"เอกนิติ" 207.7 ล้านบาท เงินลงทุน119ล.รายได้ต่อปี 51.3 ล้าน
วันที่ 27 มกราคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช)เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยนายเอกนิติและนางร้อยแก้ว คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 207,789,386 บาทและ มีหนี้สินทั้งสิ้น 1,905,850 บาท
แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายเอกนิติ 163, 861,913 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 17,995,542 บาท เงินลงทุนในพันธบัตร ,กองทุนเปิด และหุ้นต่างๆ 119,667,780 บาท ที่ดิน 3 แปลงในจังหวัดกรุงเทพฯ และกาญจนบุรีรวมมูลค่า 16,673,095 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังเป็นบ้านพักและห้องชุดในจังหวัดกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 7,580,496 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 150,000 บาทบาท ทรัพย์สินอื่น ได้แก่ นาฬิกา 3 เรือน รวมมูลค่า 1,750,000 บาท แจ้งมีหนี้สิน เป็นเงินกู้ธนาคารอาคารสงเคราะห์เมื่อ 25 ก.ย.55 สัญญาเงินกู้ 3 ล้านบาท และเหลือยอดหนี้คงเหลือ ณ วันที่ 24 ก.ย.68 รวม 1,905,850 บาท
นายเอกนิติ แจ้งว่ามีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 51,314,874 บาท ประกอบด้วย เงินเดือน/เงินประจำตำแหน่ง 1,678,517 บาท ค่าตอบแทนกรรมการ 16,215,637 บาทเบี้ยประชุม/ค่าบรรยาย/สอน 400,000 บาท ดอกเบี้ย/ เงินปันผล 3ล้านบาทขายรถยนต์ 1.8 ล้านบาท ขายหลักทรัพย์/กองทุน 18.5ล้านบาท การรับให้จากบุพการี 9,720,718บาท
แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 18.1 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวและอุปโภคบริโภค 2 ล้านบาท เบี้ยประกัน 150,000 บาท กิจกรรมสังคม 500,000 บาท ค่าผ่อนที่อยู่อาศัย 150,000บาท ค่ารักษาพยา บาล 1.5 ล้านบาท ค่าอุปการะบิดา มารดา 200,000 บาท ค่าเดินทางท่องเที่ยว 800,000 บาท เงินบริจาค 1.3 ล้านบาท ซื้อหลักทรัพย์และกองทุน 11.5 ล้านบาท
ส่วนนางร้อยแก้ว แจ้งมีทรัพย์สินรวม 43, 972,473 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 11,618,827 บาท เงินลงทุนในกองทุนเปิด 15,689,725 บาท ที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 6,695,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 หลังในจังหวัดกรุงเทพฯ 7,309,920 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 1.1ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นเช่น นาฬิกา แหวน สร้อยคอ เป็นต้น รวมมูลค่า 1,559,000 บาท
นางร้อยแก้ว แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 11,622,131 บาท ประกอบด้วยเงินเดือน/เงินประจำตำแหน่ง 4,065,046 บาท ดอกเบี้ย / เงินปันผล 500,000 บาท ขายหลักทรัพย์/กองทุน 1,057,085 บาท การรับให้จากบุพการี 6 ล้านบาท
แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 5.45 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวและอุปโภคบริโภค 2 ล้านบาท ค่าเบี้ยประกัน 50,000 บาท ค่ากิจกรรมสังคม 1 ล้านบาท ค่าอุปการะบิดามารดา 400,000 บาท ค่าเดินทางท่องเที่ยว 500,000 บาท เงินบริจาค 500,000 บาทซื้อหลักทรัพย์และกองทุน 1 ล้านบาท
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายเอกนิติ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีสรรพากร กรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.67 โดยนายเอกนิติและนางร้อยแก้ว แจ้งมีทรัพย์สินรวม 159,791,606 บาท แจ้งมีหนี้สิน 2,003,119 บาท ดังนั้น เมื่อเทียบกับปี 2567 พบว่านายเอกนิติและคู่สมรส มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 47,997,780 บาท หนี้สินลดลง 97,269 บาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี