วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
ทำไมถูกชี้ว่าทำผิด!  เพจดังสรุป 5 ข้อหาหนัก ทำ หมอสุภัทร เจอวิบากกรรมวินัย

ทำไมถูกชี้ว่าทำผิด! เพจดังสรุป 5 ข้อหาหนัก ทำ หมอสุภัทร เจอวิบากกรรมวินัย

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.19 น.

วันที่ 28 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก สมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  70 บาทคือราคาซื้อจริงของรพ.รัฐ  300 บาทคือค่าตรวจ ที่สปสช.จ่ายรพ. 250 บาท คือ ราคาซื้อของ รพ.จะนะ

นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ชี้แจงว่า คดีวินัยของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เป็นผลจากข้อเท็จจริงด้านการจัดซื้อและการบริหารงบประมาณสาธารณสุขที่ตรวจสอบได้ โดยสามารถแยกเป็นขั้นตอนชัดเจนดังนี้


ขั้นที่ 1 : ตั้งเงื่อนไข “WHO” โดยไม่จำเป็น
ในช่วงโควิดปี 2564 มีการกำหนดเงื่อนไขให้ ATK ต้องผ่านการรับรองจาก WHO เท่านั้น
ทั้งที่ในทางวิชาการ มาตรฐาน อย.ไทย เพียงพอและใช้กันทั่วไป
ผลที่เกิดขึ้นคือ
ผู้ขายถูกจำกัดเหลือเพียงไม่กี่ราย
เอกชนต่างชาติร้องเรียนว่าเป็นเงื่อนไขไม่เป็นธรรม
สังคมตั้งคำถามว่าเป็นการ “ล็อกสเปก” หรือไม่

จุดนี้ถูกมองว่า เป็นการใช้อำนาจกำหนดสเปกที่ไม่จำเป็นต่อคุณภาพ แต่มีผลต่อราคา

ขั้นที่ 2 : เมื่อไม่ล็อกสเปก รัฐซื้อได้ “ถูกจริง”
ต่อมา องค์การเภสัชกรรม ไม่เห็นด้วยกับการจัดซื้อแบบพิเศษ และตัดเงื่อนไข WHO ออก
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนคือ
ผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น
เกิดการแข่งขันด้านราคา
รัฐสามารถจัดซื้อ ATK ได้ในราคา ประมาณ 70.09 บาท/ชุด
ต่ำกว่าราคากลาง 120 บาท และต่ำกว่าราคาตลาด 200–300 บาท

จุดนี้สะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตลาด แต่เกิดจากการตั้งเงื่อนไขเอง

ขั้นที่ 3 : แต่ รพ.จะนะ กลับซื้อแพงกว่าเกือบ 3 เท่า
หลังจากรัฐพิสูจน์แล้วว่าสามารถซื้อ ATK ได้ในราคาต่ำ
โรงพยาบาลจะนะ ซึ่ง นพ.สุภัทร เป็นผู้บริหาร กลับจัดซื้อ ATK ในราคาประมาณ 250 บาท/ชุด
คำถามสำคัญคือ
หากรัฐบาลซื้อได้ 70 บาท เหตุใดโรงพยาบาลระดับอำเภอจึงต้องซื้อแพงกว่าเกือบ 3 เท่า
เป็นเพราะคุณภาพสูงกว่า หรือเป็นผลจากสเปกที่ตั้งไว้เฉพาะเจาะจง

จุดนี้เป็นหัวใจของข้อกล่าวหาเรื่อง ความไม่คุ้มค่าและความเหมาะสมในการใช้งบรัฐ

ขั้นที่ 4 : การสื่อสารที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด
นพ.เอกภพ ระบุว่า มีการอ้างต่อสาธารณะว่า
“โรงพยาบาลซื้อ ATK ถูกกว่ารัฐ เพราะรัฐซื้อ 300–400 บาท”
แต่ข้อเท็จจริงคือ
ตัวเลข 300–400 บาท ไม่ใช่ราคาซื้อ ATK ของรัฐบาล
เป็นเพียง ค่าบริการตรวจ ATK ที่ สปสช. จ่ายชดเชยให้โรงพยาบาล

การนำ “ค่าบริการ” มาเปรียบเทียบกับ “ราคาจัดซื้อ” ถูกมองว่าเป็นการ บิดเบือนข้อมูล ทำให้สังคมเข้าใจผิด

ขั้นที่ 5 : ความผิดไม่ใช่จุดเดียว แต่เป็น “พฤติกรรมต่อเนื่อง”
เมื่อพิจารณาร่วมกับประเด็นอื่น เช่น
การจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง
การแบ่งสัญญาไม่เกิน 1.99 ล้านบาท
การทำสัญญาก่อนหรือวันเดียวกับการประกาศซื้อ
อ.ก.พ.จึงมองว่า

 ไม่ใช่ความผิดพลาดเชิงเทคนิค

แต่เป็น พฤติกรรมการบริหารที่ขัดหลักความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง

สรุปในมุม “หมอเอกภพ”โควิดอาจเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินแต่การตั้งสเปก การใช้เงินรัฐ และการสื่อสารต่อสังคมต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบและนี่คือเหตุผลที่คดีนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้งแต่เป็นการลงโทษทางวินัยจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top