พรรคส้มสวนกลับ สธ. อัด อ.ก.พ.สธ. พิจารณาไม่ครบถ้วน ลั่นจะดำเนินคดี พร้อมยืนยัน "หมอสุภัทร"ยังมีสถานะผู้สมัครสส.ครบตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติดปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.เขต2 จ.สงขลา พรรคประชาชน ออกจากราชการกรณีจัดซื้อ ATK ตรวจโควิด ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ว่า สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อเช้านี้ กรณีการออกคำสั่งลงโทษทางวินัยร้ายแรงต่อนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส. จ.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ดังนั้นพรรคประชาชนมีความเห็น ดังนี้

1. พรรคประชาชนยืนยันอีกครั้งว่า นายแพทย์สุภัทรยังมีสถานะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ในจังหวัดสงขลา เขต 2 โดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ เพราะขณะนี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่มีการลงนามในคำสั่งปลดนายแพทย์สุภัทรตามมติ อ.ก.พ. และต่อให้ปลัดลงนามหลังจากนี้ นายแพทย์สุภัทรก็ยังเป็นผู้สมัคร สส. อยู่ ตราบเท่าที่ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งให้พ้นจากสถานะการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง
2. เมื่อเช้านี้ กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงว่า การมีมติของ อ.ก.พ. ที่ปลดนพ.สุภัทรออกจากราชการนั้น เป็นไปตามกระบวนการที่ชอบแล้วทุกประการ พรรคประชาชนเห็นว่า กระทรวงสาธารณสุขแถลงข้อเท็จจริงที่มีนัยสำคัญไม่ครบถ้วน กล่าวคือ พรรคได้รับทราบข้อเท็จจริงมาว่า ในการประชุมของ อ.ก.พ. เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการแจ้งข้อเสนอของคณะทำงานกลั่นกรองฯ ต่อ อ.ก.พ. ในกรณีนายแพทย์สุภัทรว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนยังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาความผิดวินัยร้ายแรง ดังนั้น จึงเห็นควรให้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ดังนี้
(1) การดำเนินการจัดซื้อ ATK อันมีลักษณะเป็นการแบ่งซื้อของนายแพทย์สุภัทร ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงอย่างไร และบริษัทผู้ขายได้ประโยชน์จากทางราชการอย่างไร
(2) จากการสอบสวนไม่พบข้อเท็จจริงว่ามีการเทียบเคียงข้อมูลการจัดซื้อของหน่วยงานอื่นหรือไม่ รวมถึงข้อมูลของบริษัทผู้ขาย ว่าได้จำหน่ายให้กับหน่วยงานใดบ้างหรือไม่ จึงขอให้หาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป แต่ปรากฏว่า อ.ก.พ. เสียงส่วนใหญ่ นำโดย รมว. กระทรวงสาธารณสุข กลับไม่ได้สนใจพิจารณาให้สอบสวนเพิ่มเติมใน 2 เรื่องดังกล่าว ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณาลงโทษวินัยร้ายแรงต่อนายแพทย์สุภัทร
3.ดังนั้น พรรคประชาชนจึงไมีความเห็นว่า หากปลัดกระทรวงสาธารณสุขลงนามปลดนายแพทย์สุภัทรโดยไม่ชอบธรรม พรรคจะดำเนินการทางกฎหมายทุกช่องทางในการปกป้องสิทธิของประชาชน จ.สงขลา เขต 2 ในการเลือกผู้แทนราษฎรที่ตนเองต้องการ รวมถึงปกป้องหลักธรรมาภิบาลในระบบราชการ และจะดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบอย่างถึงที่สุดด้วย

นายชัยธวัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อเท็จจริงมีเยอะเกี่ยวกับการซื้อ ATK สามารถไปสืบค้นได้ว่าการซื้อเป็นอย่างไร ATK แต่ละเกรดเป็นอย่างไร และตนขอเตือนให้ระวังการพูดเยอะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการตั้งข้อสงสัย ข้อสังเกตกับการสั่งซื้อ ATK ของบริษัทแห่งหนึ่งจากประเทศจีน ที่ผิดสังเกตของรัฐมนตรีสาธารณสุขในขณะนั้นด้วย และตนคิดว่าประชาชนสนใจเรื่องนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการซื้อ ATK รวมถึงการจัดซื้อวัคซีนในขณะนั้นด้วย ซึ่งคิดว่าเรื่องนี้ นพ.สุภัทร สามารถชี้แจงได้ แต่ประเด็นสำคัญคือคณะทำงานกลั่นกรอง เสนอต่อ อ.ก.พ. ว่าควรจะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงทำนองนี้ให้ชัดเจนก่อน ว่าการกระทำของนพ.สุภัทร นั้น มีการทุจริตจริงหรือไม่ และหรือทำให้ราชการเสียหายร้ายแรงหรือไม่ นอกจากจะพิจารณาแค่ระเบียบ เพราะถ้าจะลงโทษวินัยร้ายแรง ต้องมีข้อมูลชี้ให้เห็นว่าเหมาะสมเพียงพอที่จะลงโทษวินัยร้ายแรง ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขพูดไม่หมดเมื่อเช้านี้ ว่าทำไม อ.ก.พ. ถึงไม่พิจารณาดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมตามมติคณะทำงานกลั่นกรองเสนอเข้ามา
“ผมเข้าใจว่ากระทรวงสาธารณสุขคงถูกกระแสสังคมกดดัน และตั้งคำถามเรื่องนี้มาก จึงต้องรีบออกมาชี้แจง ผมจึงฝากสื่อมวลชนไปเรียนถามท่านปลัด รวมถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนั่งประชุมหัวโต๊ะ อ.ก.พ.เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ว่า ทำไมถึงไม่พิจารณาสอบสวนเพิ่มเติมตามที่คณะทำงานกลั่นกรองเสนอ ก่อนที่จะมีมติลงโทษวินัยร้ายแรง ซึ่งคณะทำงานกลั่นกองเห็นว่ายังไม่มีข้อมูลเพียงพอ และจริงๆแล้วเรื่องนี้ผมยังเห็นว่าและตามระเบียบ ปลัดกระทรวง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะที่เป็นประธาน อ.ก.พ. ยังสามารถที่จะทบทวนมติได้ และให้ไปดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มตามที่คณะทำงานกลั่นกรองเสนอได้"นายชัยธวัช กล่าว

นายชัยธวัช กล่าวด้วยว่าเมื่อเช้านี้กระทรวงสาธารณสุขพยายามที่จะบอกว่าได้ดำเนินการตามขบวนการถูกต้องทุกประการโดยเฉพาะ เมื่อคณะทำงานกลั่นกรองพิจารณาเสนอมาเสร็จแล้ว อ.ก.พ.ต้องรีบพิจารณาโดยเร็ว ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ระยะเวลาเท่านั้น ที่สำคัญคือพูดความจริงไม่หมด ว่าคณะทำงานกลั่นกรองเสนอให้ไปสอบสวนเพิ่มเติม ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ คือพูดความจริงไม่หมด ถูกแล้วคณะทำงานกลั่นกรองพิจารณาเสร็จแล้ว อ.ก.พ. ก็ต้องนำมาพิจารณาโดยเร็วต่อ แต่ทำไมไม่พิจารณาตามข้อเสนอของคณะทำงานกลั่นกรอง ซึ่งมีเหตุมีผล และเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับนพ.สุภัทร ท่านเดียว เรื่องนี้กระทบต่อระบบคุณธรรมของข้าราชการทั้งประเทศ
"ทั้งหมดควรจะต้องมีการพิจารณาสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีการไปหาผลประโยชน์หรือเปล่า มีพฤติกรรมที่เป็นการทุจริตหรือเปล่า เอกชนได้ประโยชน์ในลักษณะการทุจริตประพฤติมิชอบหรือเปล่า และทำให้ราชการเสียหายร้ายแรงจริงหรือเปล่า เรื่องพวกนี้ทั้งหมดขอย้ำว่าเป็นข้อเสนอที่คณะทำงานกลั่นกรองเสนอให้ไปสอบสวนเพิ่มเติม เพราะในการสอบสวนข้อเท็จจริง ในการลงโทษวินัยไม่ได้มีรายละเอียดตรงนี้เพียงพอที่จะให้ลงโทษว่าผิดวินัยร้ายแรง"นายชัยธวัช กล่าว

ส่วนที่ว่าจะเป็นเกมส์การเมืองหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า “เรื่องนี้พี่น้องประชาชนตัดสินใจได้ พิจารณาได้ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองหรือเปล่า แต่ทางพรรคประชาชนยังยืนยันว่าคุณหมอสุภัทร ยังมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส.โดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ตราบใดที่ศาลฎีกายังไม่ได้มีคำสั่งให้พ้นจากสถานะผู้สมัคร ซึ่งเรื่องนี้ยังมีอีกหลายขบวนการ ถ้าปลัดกระทรวงหลังจากนี้ลงนามตามมติ อ.ก.พ.แล้ว พรรคประชาชนสามารถที่ไปยื่นคำร้องคัดค้านต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งจ.สงขลาได้ รวมถึงในชั้นศาลฎีกาด้วย ตรงนี้ยังสามารถดำเนินการได้ในแง่ของผู้สมัคร ในแง่การปกป้องสิทธิ์ของข้าราชการก็ยังไปยื่นคำร้องต่อ ก.พ.ได้ ซึ่งมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค.อยู่ รวมถึงพรรคอาจจะพิจารณาดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในขบวนการออกคำสั่งปลดนพ.สุภัทร โดยชอบด้วยกฎหมายได้เช่นเดียวกัน ก็อยากฝากถึงปลัดและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ว่า ทุกท่านทราบดีว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ ก็ขอให้ระมัดระวังการใช้อำนาจโดยมิชอบ“ นายชัยธวัช กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี