วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
ไม่เปิดด่านแน่!
‘อนุทิน’ย้ำสถานการณ์เรียบร้อย
กองทัพมั่นใจไม่มีการคุกคาม
“นายกฯ”ย้ำกับชาวบ้านที่เรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุสถานการณ์เรียบร้อย ไม่ต้องกังวล มั่นใจไม่มีการคุกคาม ยืนกรานไม่มีเปิดด่าน ยึดตามข้อตกลง เดิมก่อนหยุดยิง ปลายเดือนธันวาคม“พล.ท.กนก”มองปะทะรอบ 3 มีแน่ แนะรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาต้องทำความเข้าใจกับกองทัพ
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า เป็นการหาเสียงแบบออร์แกนิก สิ่งที่ประชาชนสะท้อนเป็นเรื่องแรกคือ อยากให้แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อยากให้จัดการปัญหาให้เรียบร้อย จึงได้พูดคุยและยืนยันกับประชาชนว่าขณะนี้สถานการณ์เรียบร้อย ให้ไปดำเนินชีวิตตามแผนของตัวเองได้อย่างปกติ ไม่ต้องกังวลใดๆ รัฐบาลและกองทัพได้หารือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์หากมีเหตุการณ์ใดๆ ก็พร้อมรับสถานการณ์ และให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการคุกคามใดๆ เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวคิดแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างยั่งยืนหรือไม่ นายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยดี ไม่เคยรุกรานเขาก่อน จึงสามารถที่จะตั้งเงื่อนไขได้ ขณะเดียวกัน ยังสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ และดำเนินชีวิตได้ปกติไม่ได้เดือดร้อน และหากต้องพูดคุยกันหรือรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตในอนาคต ต้องมั่นใจว่าเงื่อนไขเราได้รับการปฏิบัติและได้รับการยอมรับจากคู่กรณี
เมื่อถามว่า ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งสัญญาณอะไรถึงผู้นำไทย หลังจากหยุดยิงบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องส่งสัญญาณอะไร เราอยู่ภายใต้สัญญาหยุดยิง ถ้อยแถลงที่ได้เซ็นไปเมื่อปลายเดือนธันวาคมทุกอย่างยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดิมที่ตกลงกันไว้ระหว่าง2 ประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากัมพูชาเรียกร้องให้มีการเปิดด่านหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี
ทบ.แจงเฟคนิวส์เขมรทิ้งคนป่วยเขตไทย
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ชี้กรณีการเผยแพร่ข่าวปลอมระบุข้อความ กัมพูชานำคนป่วยมาทิ้งชายแดนฝั่งไทย มัดมือชกให้โรงพยาบาลไทยรักษาแบบไม่ต้องจ่ายเงิน ไม่มีเอกสารส่งตัว ตำรวจจัดการตามขั้นตอนต่อไป พร้อมระบุเป็นแผนชั่ว ไม่ใช่เรื่องมนุษยธรรมอะไรทั้งนั้นว่า ตามข้อเท็จจริงเมื่อ 1 สิงหาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ส่งตัวทหารกัมพูชา ที่มีอาการป่วยกลับประเทศ 2 นาย ผ่านด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ ตามหลักมนุษยธรรม และขอให้ติดตามข่าวสารที่เป็นทางการจากกองทัพบกเท่านั้น เช่น เฟซบุ๊ก “กองทัพบก Royal Thai Army” “กองทัพภาคที่ 1” “กองทัพภาคที่ 2” “ทีมโฆษกกองทัพบก”
อดีตรองมทภ.2ชี้ปะทะรอบ3มีแน่
วันเดียวกัน พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชาชนมีความกังวลสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เสี่ยงปะทะกันรอบที่ 3 เนื่องจากกัมพูชาขุดคูเลต รวมถึงเสริมกำลังพลที่มั่นกำบังว่า รอบ 3 มีแน่ แต่ว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่ต้องดูด้วยว่าการที่เขาขุดคูเลตขึ้นมาเป็นการเตรียมการขั้นต้นในการตั้งรับ แต่คูเลตที่ขุดนั้นยังไม่แล้วเสร็จ หากขุดคูเลตเสร็จแล้วจะมีมูลดินอยู่ข้างหน้า เพื่อใช้สำหรับการป้องกันกระสุน ส่วนบังเกอร์ที่มีภาพออกมาลักษณะเป็นปูนหรือรูปสามเหลี่ยม ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จเช่นกัน ถ้าเสร็จจะมีดินมากลบที่บังเกอร์ โดยสังเกตว่าจะเป็นการสร้างที่มั่นให้แข็งแรงในที่สุด ซึ่งการที่จะรบกันต้องดูว่าจะตั้งรับตรงไหน รบตรงไหน ทั้งหมดเป็นการชี้ให้เห็นว่าการรบครั้งที่ 3 จะมี เพราะถ้าไม่มีเขาจะไม่ทำเช่นนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีบ้าน 3 หลัง เป็นพื้นที่โล่งยากหรือไม่เพื่อจะยึดคืน พล.ท.กนกกล่าวว่า ถ้าถามว่ายากหรือไม่ให้ไปดูกรณีบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ทำไมถึงยึดคืนกลับมาได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับหน่วยที่คุมพื้นที่ว่าจะทำอย่างไร เป็นเทคนิคทางยุทธวิธี ตนมั่นใจในพื้นที่นี้ เพราะเป็นพื้นที่ของนาวิกโยธิน ซึ่งเป็นหน่วยที่มีประสิทธิภาพทางการรบสูง
เขมรคุยสหรัฐ-จีนหวังหาประโยชน์2ฝ่าย
ส่วนกรณีกระแสข่าวการฝึกพร้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐและกัมพูชา ซึ่งเป็นที่สังเกตว่าการฝึกรบร่วมครั้งนี้หยุดฝึกเป็นเวลานานแล้ว แต่ก็กลับมาฝึกกันอีกครั้ง ตรงนี้เป็นสัญญาณบอกเหตุใดหรือไม่ พล.ท.กนกกล่าวว่า การฝึกรบร่วมกันระหว่างสหรัฐและกัมพูชา ต้องถามกลับไปว่าฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรียนที่ไหนมา ฮุน มาเนต สำเร็จการศึกษา ด้านการทหารจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกสหรัฐ West Point อาจมีเพื่อนหรือเครือข่ายเอามาฝึก หากถามว่าฝึกทำไมฐานทัพเรือเรียม ที่มีการร่วมด้วยกับจีน และปัจจุบันถูกจีนกดดันเรื่องสแกมเมอร์ จึงจำเป็นต้องดึงสหรัฐเข้ามา ตนมองว่าหลังจากนี้จีนจะไม่ไว้ใจและจะกดดันมากกว่านี้ ที่ผ่านมาฮุนเซน ได้พูดคุยกับจีนและฝั่งฮุน มาเนต
คุยกับฝั่งอเมริกา ทั้งหมดนี้มองได้หรือไม่ว่าเป็นการเข้าหาทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อมาโอบล้อมไทย เขาต้องการหาประโยชน์ทั้ง 2 ด้าน เช่น จีนต้องหาประโยชน์ในด้านการลงทุน สหรัฐก็ต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ต้องการมาคานอำนาจจีน ในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งต่างคนต่างแสวงหาประโยชน์ และกัมพูชาก็หาประโยชน์จากทั้ง 2 ประเทศ
แนะรบ.ใหม่ทำความเข้าใจกองทัพ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีอะไรฝากถึงรัฐบาลในอนาคตหรือไม่ ที่จะมาดูแลเรื่องความมั่นคง พล.ท.กนกกล่าวว่า หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถ้ามีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาแล้ว ขอให้เข้าใจเรื่องของกองทัพและสถานการณ์ชายแดนว่าต้องเติมเต็มอะไรให้กองทัพให้มีความพร้อมทำหน้าที่ป้องกันประเทศ เพราะนักการเมืองไม่ได้เรียนมาแบบทหาร ไม่รู้ว่าต้องรบแบบไหน ฉะนั้น ต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับผู้นำของกองทัพ โดยใช้วิธีเปิดอกคุยกันเพราะเราต้องเร็วกว่ากัมพูชา เพราะกองทัพของเราเดินได้ด้วยงบประมาณ ซึ่งต้องผ่านสภา เสร็จแล้วกระบวนการจัดหายุทโธปกรณ์ อยู่ที่การจัดซื้อจัดจ้างแต่กัมพูชาใช้เงินสแกมเมอร์ใช้ซื้อหาทางใต้ดิน ฉะนั้น หากการสู้รบครั้งต่อไป เราก้าวไม่ทันกัมพูชา เราจะเสียเปรียบ
นอกจากนี้ ปัจจุบันหลายพรรคการเมืองชูเรื่องทหารอาสา แต่ก็มีหลายพรรคการเมืองแย้งว่าทหารอาสาในหลายประเทศ ยกเลิกไปแล้ว เพราะเวลารบจริงกำลังพลไม่พอ พล.ท.กนกกล่าวว่า ต้องดูความเป็นจริง ทหารอาสามีมาสมัยตั้งแต่ตนเป็นผู้พัน เป็นระยะเวลา 30 กว่าปีแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาคือ คนที่อาสาเข้ามาแล้ว ก็อยากพัฒนาในหน้าที่ในอนาคตให้ก้าวต่อไป แต่ติดปัญหาเรื่องจัดระบบหน่วยของกองทัพ อย่างไรก็ตาม หากจะไม่ให้มีทหารขาขาดหรือมีทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ เราต้องคุมช่องทาง ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลต่อไปต้องทำความเข้าใจ และสนับสนุนทุกวิถีทางด้วยความรวดเร็ว กองทัพถึงจะเข้มแข็ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี