เอกนิติ เดินสายคุย เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ ตอกย้ำนโยบาย ไม่เน้นแจกเงินแล้วจบ

เอกนิติ เดินสายคุย เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ ตอกย้ำนโยบาย ไม่เน้นแจกเงินแล้วจบ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.58 น.

‘ภูมิใจไทย’ เดิยสายคุย ‘เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ’ ตอกย้ำนโยบายไม่เน้นแจกเงินแล้วจบ แต่ดันช่วยทำให้เติบโตไปแข่งขันในเวทีโลก

วันที่ 29 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำของพรรค อาทิ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงกทม. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียงกทม. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ น.ส.พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัครสส. กทม.เขตพญาไท-ดินแดง เบอร์ 13 โดยเป็นการมาล้อมวงพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ร้านมิตร อารีย์ 


นายเอกนิติ กล่าวว่า นโยบายที่เราทำพยายามส่งเสริมสตาร์ทอัพไทย เราไม่ได้แจกเงินให้ไปแล้วจบ แต่เป็นการเพิ่มทักษะ หาตลาดให้ เพราะเราเชื่อว่าสตาร์ทอัพไทยคือหัวใจสำคัญ ที่จะเชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่ และเมดอินไทยแลนด์ เอสเอ็มอีพลัสก็จะช่วยคนไทยจริงๆ พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เน้นแจก แต่เน้นช่วยธุรกิจให้เข้าถึงโอกาส จับมือกันให้ตลาดสตาร์ทอัพโตไปด้วยกัน

“ตัวเลขจีดีพีวันนี้ไตรมาส 4 คาดการณ์เดิม 0.3% ก็ขึ้นไปเป็น 1.8% เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2.2% ช่วยดันเศรษฐกิจไทยพ้นจากหล่ม หลังจากนี้เราจะติดอาวุธให้คนไทย ในเชิงการเพิ่มทักษะ เพิ่มโอกาสของคนไทยทุกอาชีพทุกระดับ อย่างคนละครึ่งพลัสถ้ากลับมารอบหน้าจะเน้นเพิ่มทักษะสอนขายออนไลน์ เพื่อจะได้ช่วยลดค่าครองชีพ หลักคิดโครงการคนละครึ่งพลัสของเราคือ เงินไปหมุนกับคนตัวเล็กตัวน้อย” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า เจตจำนงใครก็พูดได้ แต่เรามาพูดแล้วทำให้เห็น สิ่งสำคัญคือการมาฟังที่จะได้ฟีดแบ็กกลับมา ที่ผ่านมาพิสูจน์มาแล้วว่าสตาร์ทอัพไทยเก่ง และเราต้องลงมาทำกับเขาจริงๆ พูดแล้วทำพลัส คือการต่อยอดไปเรื่อยๆ ที่ถามว่าใช้เงินจากภาครัฐมาช่วยได้หรือไม่ ต้องบอกว่าระบบราชการตีกรอบเอาไว้ ถ้าเงินหายเพราะการโกงต้องจัดการ แต่เราต้องดึงออกมาบางส่วน การสร้างสตาร์ทอัพมีความเสี่ยง ดังนั้นต้องมีการตั้งกองทุนที่ต้องยอมรับว่าเสี่ยงและอาจจะไม่ได้คืน ซึ่งก็มีกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอยู่

นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมไทยนั้น เราเชื่อในศักยภาพของคนไทยว่าเก่งมาก ทั้งการดีไซน์ออกแบบ ไม่แพ้ใครในโลก จึงต้องตั้งกองทุนส่งเสริมให้เกมไทยเติบโตได้ เพราะใช้งบประมาณตรงๆ ไม่ได้  นอกจากส่งเสริมเรื่องเกม อีกมุมหนึ่งคือวัฒนธรรม ที่สามารถสร้างสรรค์เชิงท่องเที่ยวไปใส่ในเกม จึงเห็นด้วยในการตั้งกองทุนมาช่วยสร้างอุตสาหกรรมทั้งระบบ ต้องส่งเสริมและพัฒนาทักษะให้เด็กไทยที่ชอบเล่นเกมอยู่แล้ว นอกจากนี้ จากการได้เข้าไปคุยกับนักลงทุนที่จะมาลงทุนในไทยว่าติดปัญหาตรงไหน อย่างหนึ่งคือการมีระบบหลายขั้นตอน ซึ่งก็จะไปปลดล็อกให้ โดยจะเริ่มทำคือศูนย์ดูแลนักลงทุน มีระบบดิจิทัลดูแลอย่างฟาสพาร์ท และการแก้กฎหมายที่เป็นภาระซ้ำซ้อนในระยะยาว

จากนั้นช่วงเที่ยง นายเอกนิติ และแกนนำของพรรคภูมิใจไทยไปเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของช่วงพักกลางวันในตลาดนัดกระทรวงการคลัง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูป พร้อมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีเสียงเรียกร้องให้ทำโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ต่อ เพราะจากครั้งแรกช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ทำให้ตลาดคึกคัก 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top