วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
"ยศชนัน"บุกลำปางขอยกจังหวัด ชูพลิกโฉมท่องเที่ยว ดัน"ชามตราไก่ไปขายทั่วโลก" ด้าน"ณัฐวุฒิ"โต้กลับวาทกรรม"รักชาติ" ย้ำขอโอกาส"อ.เชน"เป็นนายกฯ แก้หนี้-ฟื้นเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 29 มกรารม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ปิดทริปเพื่อไทยออนทัวร์ ลงพื้นที่หาเสียง 4 จังหวัดภาคเหนือ เวทีปราศรัยสุดท้ายที่ จ.ลำปาง โดยคณะแกนนำชุดใหญ่ อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน , นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร 2 ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง ร่วมขอคะแนนเสียงยกจังหวัด 4 เขต ให้กับผู้สมัคร สส.ลำปาง นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เขต 1 , นายธนากร โล่สุนทร เขต 2 , นายบุญเลิศ แสนเทพ เขต 3 และนางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ เขต 4 ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน และคณะได้เข้ากราบสักการะมณฑปหลวงพ่อเกษม เขมโก ณ สำนักสุสานไตรลักษณ์ และขึ้นรถแห่เข้าสู่เวทีปราศรัย ที่มิวเซียมลำปาง มีประชาชนมารอต้อนรับและรอฟังปราศรัยแน่นเต็มลาน มีมอบดอกไม้พวงมาลัยของดีลำปางให้กำลังใจ

นายยศชนัน ปราศรัยมุ่งเน้นปั้นให้ลำปางเป็น "นครแห่งความสุข" และศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าของภาคเหนือตอนบน พร้อมย้ำวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะเป็นวันเปลี่ยนอนาคตหากชาวลำปางเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 4 เขต
"ผมมีความฝันที่อยากเห็นลำปางยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยเฉพาะเซรามิกตราไก่ที่ขึ้นชื่อ เราห้ามเก็บไว้แค่ในลำปาง แต่ผมจะนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปนำเสนอสู่สายตาชาวโลก เพื่อสร้างรายได้ให้พี่น้อง" นายยศชนัน กล่าว พร้อมทั้งได้ย้ำเรื่องการท่องเที่ยวว่า "เราจะไม่ยอมให้ลำปางเป็นเมืองผ่านที่นักท่องเที่ยวอยู่เพียงคืนเดียวแล้วจากไป พรรคเพื่อไทยจะพลิกโฉมการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก เพื่อให้ลำปางเป็นเมืองที่น่าอยู่และสร้างความสุขให้กับทุกคน"
นอกจากนี้ ยังได้ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ทั้งแก้หนี้แบบครบวงจร พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี และ ประกันราคาสินค้าเกษตร 30% เพื่อดึงประชาชนออกจากวิกฤตความยากจน

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นปราศรัยตอบโต้กรณีแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่ใช้วาทกรรม "เลือกพรรครักชาติ" มาหาเสียง โดยระบุว่า เป็นการสร้างสมมติฐานจากความเห็นส่วนตัวที่อาจสร้างความขัดแย้ง พร้อมฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้กำกับดูแลลูกพรรคไม่ให้ใช้วาทกรรมแบ่งแยกประชาชนเช่นนี้
"ในฐานะคนเสื้อแดงที่มีอุดมการณ์ต่อสู้ทางการเมือง ผมไม่เคยตราหน้าใครว่าไม่รักชาติ เพราะทุกคนต่างหวังดีต่อบ้านเมืองในมุมที่ต่างกัน แม้แต่กรณีที่ดินเขากระโดงหรือคดีฮั้ว สว. ผมก็ไม่เคยกล่าวหาว่าใครเกลียดชาติ" นายณัฐวุฒิ กล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ชี้แจงประเด็นกองทุนประกันสังคมว่า พรรคเพื่อไทยรับรู้ถึงปัญหามาตลอด แต่ที่ผ่านมาอยู่ในความดูแลของพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อเพื่อไทยเข้ามากำกับดูแลกระทรวงแรงงานเพียง 2 เดือน ก็ได้เร่งตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องทันที และให้คำมั่นว่าหากได้รับโอกาสเป็นรัฐบาล "จะยกเครื่องระบบประกันสังคมให้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน"
ในช่วงท้าย นายณัฐวุฒิ ได้ย้ำเตือนทิ้งท้ายถึงคู่แข่งทางการเมืองว่า "สีแดงไม่ใช่อาหารหนู" และหากพรรคเพื่อไทยคว้าชัยชนะเป็นอันดับ 1 ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียวคือ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เท่านั้น
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี