วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
"ยศชนัน-จุลพันธ์"นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด ขอคะแนนดันนายกฯ ลูกหลานคนเมือง
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.เชียงราย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วยขุนพลฝีปากกล้าอย่าง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนและช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.เชียงราย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เขต 2 เบอร์ 2 , นายชัยยนต์ ศรีสมุทร เขต 6 เบอร์ 4 และ นายสง่า พรมเมือง เขต 7 เบอร์ 8 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ขึ้นปราศรัยย้ำให้ชาวแม่จันและชาวเชียงราย เขต 2 ช่วยกันรักษาแชมป์ให้นางสาวปิยะรัฐชย์ พร้อมหยิบยกปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มทุนสีเทา ที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายทั้งยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (สแกมเมอร์) "มีบางพรรคการเมืองสุมหัวกันและกำลังมาแรงในเขตนี้ ขอพี่น้องอย่าหลงเชื่อและให้ระวังเรื่องการสวมสิทธิมาเลือกตั้งแทน ที่สำคัญอย่าเห็นแก่การซื้อเสียง เพราะเงินที่เขานำมาแจกเป็นเงินสกปรกจากขบวนการค้ายา เป็นเงินที่ฝังดินไว้แล้วขุดมาใช้ ถ้าพี่น้องได้รับมาลองดมดูจะรู้ว่ามีกลิ่นอับ ทางเดียวที่จะปราบปรามขบวนการนี้ได้ คือวันที่ 8 ก.พ. ต้องเลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย เมื่อเราได้เป็นรัฐบาลจะปราบปรามเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด"
นายจุลพันธ์ ยืนยันว่าผู้สมัครของพรรคทุกคนมี "ดีเอ็นเอเพื่อไทย" ที่ไม่เคยทิ้งประชาชน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ทั้งการผลักดัน พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ และการแก้ปัญหาน้ำท่วม จึงขอคะแนนเสียงชาวเชียงรายส่ง สส.เข้าสภา เพื่อโหวต ศ.ดร.ยศชนัน เป็นนายกรัฐมนตรี

นายจุลพันธ์ กล่าวถึงนโยบายด้วยว่า พรรคเน้นการเดินหน้าด้วยนโยบายสร้างสรรค์ ไม่สาดโคลน โดยเตรียมมาตรการล้างหนี้สินประชาชนทั้งในและนอกระบบ เกษตรกรจะมี "คูปองแลกปุ๋ย-กล้าพันธุ์ฟรี" และ "ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%" เป็นหลักประกันว่าทำเกษตรแล้วจะไม่ขาดทุน
นอกจากนี้ ยังประกาศชัยชนะเหนือความยากจนด้วยนโยบาย "คนไทยไร้จน" เติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยให้ครบ 3,000 บาทต่อเดือน (ครอบคลุม 3.4 ล้านราย) รวมถึงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน โดยการนำภาษีจากธุรกิจใต้ดินนับแสนล้านบาทขึ้นมาบนดินเพื่อพัฒนาประเทศ และเดินหน้ารัฐบาลดิจิทัลเพื่อขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน
"ถ้าคนเชียงรายยังมีหัวใจสีแดงอยู่ ขอโอกาสอีกครั้ง เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบให้ยกจังหวัด" นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ปราศรัยดุเดือดพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และนายอนุทิน ระบุว่า ทุกพรรคต่างก็รักชาติ แต่ประชาชนอาจไม่ได้รักผู้นำบางคน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท จัดงานโมโตจีพีบนที่ดินเขากระโดงที่มีปัญหาข้อพิพาท และการยุบสภาหลังทำงานเพียงไม่กี่เดือน ว่าเป็นเหมือน "รัฐบาลหนูทดลอง"
นายณัฐวุฒิ ยังเตือนนักการเมืองที่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ว่า หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะปราบปรามขั้นเด็ดขาด พร้อมอ้อนวอนชาวเชียงรายให้รวมพลังเลือกพรรคสีแดง อย่าเลือกผู้ที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ
"รวมพลังกันอีกทีเถอะพี่น้อง ครั้งนี้เราจะพลาดไม่ได้ ขอให้เลือกเพื่อไทยยกจังหวัด ส่ง ศ.ดร.ยศชนัน ลูกหลานคนเมืองเข้าไปเป็นนายกฯ" นายณัฐวุฒิ กล่าว

ปิดท้ายที่ นายยศชนัน ขึ้นเวทีปราศรัยด้วยภาษาคำเมือง โดยระบุว่า ตนเดินทางไปหาเสียงมาทั่วภาคเหนือ และตั้งใจกลับมารายงานตัวกับพี่น้องชาวเชียงราย เพราะมีความผูกพันจากการเคยเรียนที่นี่ถึง 3 ปี (อนุบาล 1 - ป.1) จึงถือว่าชีวิตนี้เป็นหนี้บุญคุณคนเชียงราย
"ถ้าเราได้นายกฯ เป็นคนเหนือ เวลาพูดจาก็สื่อสารกันง่าย เพราะเป็นภาษาเดียวกัน ผมเข้าใจปัญหาของพี่น้องดี จึงอยากขอโอกาสเข้ามารับใช้ และขอเหมา สส.ทั้ง 7 เขต เพื่อผลักดันเชียงรายให้เป็นเมืองแห่งความสุข สะอาด ปลอดภัย เป็นนครแห่งศิลปวัฒนธรรม การค้าสากล และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผมพร้อมเปลี่ยนความฝันของชาวเชียงรายให้เป็นความจริงและทำทันที" นายยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย

- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี