วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“ชูวิทย์” ออกโรงโต้ข้อกล่าวหาโจมตีพรรคส้มเพื่อเอื้อสีน้ำเงิน ยันโดนฟ้อง 7 คดี ยกฟ้องหมดโดยไม่มีบุญคุณต้องชดใช้ พร้อมเตือนแรงฝากถึง “ไอซ์-รักชนก ปมคดี ม.112 ระวังเส้นทางชีวิตจะเปลี่ยนจากดาวสภากลายดาวคุก ยกชะตากรรม3 นิ้วอย่าง”เพนกวิน-รุ้ง”ให้ดูเป็นตัวอย่าง
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นตอบโต้น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนที่กล่าวหาตนว่าโจมตีพรรคส้ม เพื่อทำให้พรรคน้ำเงินได้ประโยชน์ หรือเพื่อต่อรองคดีที่ถูกพรรคน้ำเงินฟ้อง
โดย นายชูวิทย์ กล่าวว่า หากน.ส.รักชนก มัวแต่ยุ่งเรื่องหาเสียง แล้วไม่ได้ดูที่ตนแถลงพูดถึงเรื่องนี้ก็จะบอกให้ทุกคดีที่พรรคน้ำเงินฟ้องตนเมื่อครั้งรณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรีศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจบมาก่อนแล้ว ทุกคดีพรรคภูมิใจไทยฟ้องผมทั้งหมด 7 คดี ยกฟ้องยันคดีสุดท้ายจบไปเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลอาญา รัชดา โดยทุกคดีพรรคน้ำเงินไม่มีการยอมความใดๆ ไม่มีการประนีประนอม ไม่มีบุญคุณต้องชดใช้ ต่างคนต่างต่อสู้ในศาลจนสุดทาง ศาลตัดสินยกคำร้องบ้าง ยกฟ้องบ้าง ด้วยเหตุผลว่าเป็นการวิจารณ์นโยบายของพรรคการเมือง เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ
“ดังนั้นการวิพากษ์วิจารณ์พรรคส้มจึงไม่ได้เป็นการช่วยให้พรรคน้ำเงินได้ประโยชน์เพื่อแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด กลับกัน พรรคส้มต่างหากที่เป็นคนเอาคะแนน 14 ล้านเสียงที่ประชาชนมอบให้ไปยกให้พรรคน้ำเงินจนเติบใหญ่มาแข่งกับพรรคส้มอย่างทุกวันนี้”นายชูวิทย์ ระบุ
อย่างไรก็ตามตนเป็นคนที่ผ่านอะไรมามาก ไม่ใช่แค่อายุมากเท่านั้น ตนจึงไม่เคยนำเอาเรื่องบ้านเมืองมาปะปนกับเรื่องส่วนตัว ตนรู้จักคุณอนุทิน แม้ต่างอุดมการณ์กัน เห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าความแค้นจะฝังใจ เพราะเป็นเรื่องการเมือง เมื่อเจอกันยังทักทายได้ กอดได้ ให้กำลังใจกันด้วยความเป็นผู้ใหญ่ ที่เด็กเพิ่งมีแสงอย่างไอซ์ยากจะเข้าใจ
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า เช่นเดียวกับไอซ์ที่ตนเคยให้กำลังใจเสมอ และไม่เคยว่าร้าย ทั้งๆ ที่ตนกำลังสั่งสอนพรรคส้มอยู่ การที่ไอซ์คิดว่าตนโจมตีพรรคส้มเพื่อแลกกับการถอนฟ้องคดี เพราะหากศาลลงโทษผมจะรอลงอาญาไม่ได้ ขอบอกให้ทราบว่า คนที่เคยติดคุกติดตะรางมา 3 รอบอย่างตน ยอมรับชะตาชีวิตและรับมือได้
“แต่ไอซ์ต่างหากที่ในระหว่างหาเสียงอยู่ตอนนี้ ยังต้องต่อสู้กับคดี ม.112 ที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกแล้ว 6 ปี อีกไม่นานจะไปถึงศาลฎีกา และจากสิ่งที่ไอซ์โพสต์ย่อมทำให้ศาลมองเจตนาเป็นอื่นไม่ได้บางทีวันหนึ่งไอซ์อาจต้องก้าวเท้าเข้าทัณฑสถานหญิงกลางทำให้ไอซ์เริ่มรู้จัก ชนชั้นในคุก ไม่ต้องนับถือเป็นรุ่นพี่ รุ่นพ่อ ม.ธรรมศาสตร์ แต่เป็นรุ่นพี่ในคุกแน่นอน”นายชูวิทย์ กล่าวย้ำ
นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังระบุด้วยว่า สำหรับคุกหญิงแน่นกว่าคุกชายมากนัก และคนปากแจ๋วในคุกมียิ่งกว่าไอซ์เยอะ จึงฝากสุภาษิตคุกไว้ให้ระลึกอยู่ให้เป็น (ในคุกหากอยู่ไม่เป็นปากจะมีสีได้) เย็นให้พอ (ถึงใจร้อนก็ออกจากคุกไม่ได้) รอให้ได้(รอวันที่ออกมาแต่แสงดับไปแล้ว)
“บทสรุปของไอซ์มีเส้นทางเดียวกันกับเยาวชน 3 นิ้ว อย่างเพนกวิน หรือรุ้ง ที่ต้องหนี หรือหมดสิ้นอิสรภาพซึ่งจะเป็นสิ่งเดียวที่ไอซ์โหยหาเช่นเดียวกับนักโทษทุกคนและเริ่มได้คุยกับตัวเองว่า ผลผลิตของ ม.112 มันคุ้มค่าหรือไม่ สังคมไทยยังเดินหน้าต่อไป ทุกคนยังไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและไม่กี่วันฟันเฟืองเล็กๆ อย่างไอซ์ก็จะถูกลืมในที่สุดแสงของ สส. จากดาวสภาจะกลายเป็นอดีต ถูกทดแทนกลายเป็นดาวคุก”นายชูวิทย์ กล่าวย้ำ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี