วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“ธรรมนัส–นฤมล” จับมือ “บิ๊กแจ๊ส” นำทัพกล้าธรรมเปิดศึกโค้งสุดท้าย ประกาศ พลิกปทุมธานีสู่ยุคใหม่ แก้น้ำท่วม–รถติด–หนี้ครูเกษตรกร ดัน 5 ผู้สมัครปักธงเขียวทั้งจังหวัด
1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.30 น. ที่ลานตลาดกินซ่า ตรงข้ามห้างสรรพสินค้า ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ปทุมธานี ของพรรคกล้าธรรมทั้ง 5 คน ได้แก่ เขต 1 นายนพพร ขาวขำ เบอร์ 2 ,เขต 2 นายชัยอนันต์ สิริเบญสานนท์ เบอร์ 9,เขต 4 นายชยุต สินพูนภักดิ์ เบอร์ 7, เขต 5 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ เบอร์ 8 และเขต 6 นางสาวพัชร์ชิสา พชิระธารีรัตน์ เบอร์ 4
ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประเทศ โดยพรรคยืนยันแนวทางการเมืองสุจริต ไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่โจมตีใส่ร้ายฝ่ายใด แต่มุ่งเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมให้ประชาชน พร้อมขอโอกาสเข้าไปทำงานเพื่อแก้ปัญหาปากท้องอย่างจริงจัง
หัวหน้าพรรค ระบุว่า กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษายังเผชิญภาระหนี้จำนวนมาก พรรคมีแนวทางช่วยปรับโครงสร้างหนี้และเพิ่มสวัสดิการให้เหมาะสม ขณะเดียวกันเกษตรกรก็ต้องได้รับการดูแลเรื่องต้นทุนการผลิตและการเข้าถึงตลาดอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้รับความเสี่ยงเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังผลักดันการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนในปทุมธานีให้เติบโต ควบคู่กับการพัฒนาเมือง
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปัญหาหลักของปทุมธานีไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นปัญหาโครงสร้างสะสม ทั้งน้ำท่วมซ้ำซาก น้ำแล้งในบางช่วง การจราจรติดขัด และการทำงานที่ไม่เชื่อมกันระหว่างหน่วยงานรัฐกับท้องถิ่น ซึ่งพรรคมองว่าต้องแก้แบบบูรณาการ จุดแข็งของพรรคคือการทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้จริง หากได้ผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ จะสามารถประสานงบประมาณและนโยบายลงพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อแก้ปัญหาระบบระบายน้ำ ทางน้ำ และโครงข่ายถนนที่เชื่อมโยงชุมชนกับเมืองหลัก
ในด้านเศรษฐกิจ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ปทุมธานีเป็นพื้นที่ใกล้ตลาดใหญ่ มีศักยภาพด้านเกษตรและการค้าพืชผล แต่เกษตรกรยังแบกรับต้นทุนสูง พรรคจึงเสนอแนวทางปฏิรูปภาคการเกษตร ทั้งการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต การสนับสนุนช่องทางตลาด และการช่วยเหลือจากภาครัฐแบบตรงจุด เพื่อให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจริง
“เป้าหมายของพรรคกล้าธรรมไม่ใช่เพียงชนะการเลือกตั้ง แต่ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตคนทั้งจังหวัดในระยะยาว ให้ปทุมธานีเป็นเมืองที่มีทั้งเศรษฐกิจเข้มแข็ง โครงสร้างพื้นฐานพร้อม และการบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ประชาชน”
ภายหลังเสร็จสิ้นเวทีปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยย้ำความมั่นใจว่าพรรคสามารถปักธงในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ได้แน่นอน และจะเข้ามาร่วมกันทำงานกับพี่ชายที่แสนดีอย่าง บิ๊กแจ๊ส ซึ่งปทุมธานีมีโจทย์ใหญ่ด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและช่วงน้ำแล้ง รวมถึงโครงข่ายคูคลองและทางระบายน้ำที่ต้องวางแผนร่วมกันระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น พร้อมชี้ว่าหากการประสานงานมีเอกภาพ ปัญหาจะคลี่คลายได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ในด้านการจราจร เขามองว่าปทุมธานีเป็นพื้นที่รอยต่อเมืองหลวง มีประชากรแฝงจำนวนมาก การขยายตัวของชุมชนรวดเร็ว แต่โครงสร้างถนนและระบบรองรับยังไม่ทัน จึงต้องผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานควบคู่การจัดระเบียบผังเมือง
ส่วนภาคเกษตร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปทุมธานียังเป็นแหล่งผลิตพืชผลสำคัญใกล้ตลาดใหญ่ แต่เกษตรกรแบกรับต้นทุนสูง พรรคมีแนวทางลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนปัจจัยการผลิต และเพิ่มช่องทางตลาด เพื่อให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ยอดขายเพิ่มแต่กำไรไม่เหลือ
“จุดแข็งของพรรคกล้าธรรม คือการทำงานเชื่อมระหว่างระดับชาติและท้องถิ่น หากได้ผู้แทนในพื้นที่ จะช่วยผลักดันงบประมาณและนโยบายลงสู่จังหวัดได้รวดเร็วขึ้น พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสกำหนดทิศทางพัฒนาปทุมธานีในระยะยาว”
เมื่อถามถึงบรรยากาศการแข่งขันช่วงโค้งสุดท้ายมีวาทกรรมรักชาติเกิดขึ้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนไทยทุกคนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยกเว้นพวกคนที่คิดร้ายกับแผ่นดินเท่านั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี