วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
พรรคอนุรักษ์นิยมร่วมสมัย! ‘นักวิชาการ’ ชี้ ‘อนุทิน’ นำ ‘ภท.’ รุกปราศรัยใหญ่สวนลุมฯทะลุเป้า ฉายภาพชัด3มิติโชว์ ‘เด็ดขาด-ตรงไปตรงมา-ภาวะผู้นำเข้มแข็ง’ วางยุทธศาสตร์รวมเสียงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง69
เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานครมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวให้ความเห็นต่อการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า เวทีดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน ทั้งในเชิงบรรยากาศและนัยทางการเมือง โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก สะท้อนการตอบรับจากฐานเสียงเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวต่อว่า หากพิจารณาเฉพาะคำปราศรัยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เวทีสวนลุมพินีมิใช่เพียงเวทีหาเสียงทั่วไป หากแต่เป็น “หมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนความพยายามจัดระเบียบใหม่ของขั้วอนุรักษ์นิยมไทย ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการเลือกตั้งใหญ่ เวทีนี้ไม่ได้มุ่งอธิบายนโยบายเชิงเทคนิค แต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างจงใจ เพื่อวางตำแหน่งพรรคในระยะยาว การเลือกสวนลุมพินีไม่ใช่เรื่องบังเอิญเนื่องจากเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของชนชั้นกลางกรุงเทพฯ ข้าราชการ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง เสถียรภาพ และความเป็นระเบียบของสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มที่แม้ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ แต่มีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองมาโดยตลอด การขึ้นเวทีในพื้นที่ดังกล่าวจึงเท่ากับการประกาศชัดว่าพรรคตระหนักดีว่ากำลังสื่อสารกับใคร และต้องการเป็นตัวแทนของใคร
ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวอีกว่า ลีลาของนายอนุทินมีความชัดเจนใน 3 มิติ ได้แก่ ความเด็ดขาด ความตรงไปตรงมา และภาพลักษณ์ความเข้มแข็งของผู้นำในภาวะวิกฤต ซึ่งสอดคล้องกับการเมืองแบบสร้างอารมณ์ร่วมและกำหนดฐานเสียงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการรับ “คำสั่งประชาชน” 4 ประเด็นหลัก คือ ความมั่นคงแห่งชาติ การปกป้องสถาบันกษัตริย์การนำศักดิ์ศรีไทยกลับสู่เวทีโลก และการสร้างเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพผ่านนโยบายคนละครึ่งพลัสต่อเนื่อง
สารดังกล่าวเป็นหัวใจของ “อนุรักษ์นิยมร่วมสมัย” ที่พยายามผสานความมั่นคงทางอุดมการณ์เข้ากับนโยบายเศรษฐกิจที่ประชาชนจับต้องได้ พร้อมทั้งตอกย้ำความไม่ไว้วางใจต่อพรรคคู่แข่งในอีกสองขั้ว และกำหนดกรอบความชอบธรรมทางศีลธรรมให้กับฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างชัดเจน
ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวด้วยว่า หัวใจสำคัญของเวทีนี้คือการส่งสารตรงถึงชาวอนุรักษ์นิยมไม่ให้เสียงแตก และรวมพลังลงคะแนนเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มโอกาสเอาชนะอีกขั้วทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความผูกพันทางอารมณ์กับอดีตผู้นำอย่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยังคงเป็นฐานเสียงสำคัญในตลาดเลือกตั้ง ขณะที่ในเชิงโครงสร้าง เวทีสวนลุมพินีทำหน้าที่ปูทางพร้อมกัน 3 ระดับ ได้แก่ การสร้างอัตลักษณ์พรรคในฐานะแกนหลักฝ่ายอนุรักษ์นิยม การดูดซับฐานเสียงที่ลังเลในขั้วเดียวกัน และการเตรียมความชอบธรรมเพื่อก้าวสู่การเป็นแกนนำรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง
“คำปราศรัยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปลุกใจ แต่เป็นการตอกเสาเข็มทางอุดมการณ์ ฐานเสียง และความชอบธรรมในการนำประเทศ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าภูมิใจไทยจะชนะหรือไม่ แต่คือฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะสามารถรวมศูนย์พลังได้จริงเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวแปรชี้ชะตาการเมืองไทยหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี