สพฐ สยบดรามา แจงปมรับเด็กไร้สัญชาติเข้าเรียน ยันทำตามหลักสากล

สพฐ สยบดรามา แจงปมรับเด็กไร้สัญชาติเข้าเรียน ยันทำตามหลักสากล

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.29 น.

วันที่ 2 ก.พ. 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2568 และมีเสียงสะท้อนถึงความกังวลในหลายประการ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และในพื้นที่ชายแดนอื่นๆ นั้น

สพฐ. ขอเรียนว่า การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย เข้ารับบริการทางการศึกษานั้น กระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ได้ปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นความร่วมมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยข้อมูลปี 2019-2025 ระบุว่า มีรัฐภาคีเข้าร่วมถึง 196 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย, กัมพูชา, ลาว, พม่า, เวียดนาม, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บรูไน และฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งประเทศมหาอำนาจและประเทศส่วนใหญ่ในเอเชีย, ยุโรป, แอฟริกา และอเมริกาใต้ เป็นต้น


สพฐ

ประกอบกับมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ที่กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการ ขยายโอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเดิมเคยกำหนดไว้เฉพาะบางกลุ่ม บางระดับการศึกษา เป็นการเปิดกว้างให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศสามารถเข้าเรียนได้ 

อีกทั้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กำหนดให้เด็กที่อายุไม่เกิน 18 ปี ที่อยู่ในเขตอำนาจของรัฐไทย ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน โดยห้ามเลือกปฏิบัติ เพราะเหตุเชื้อชาติ สีผิว ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ต้นกำเนิดทางชาติ ชาติพันธุ์ หรือสังคม ทรัพย์สิน ความทุพพลภาพ การเกิดหรือสถานะอื่น ๆ ของเด็ก ให้เด็กได้รับสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ รวมถึงการคุ้มครองเด็กให้ปลอดภัยจากความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งการให้นักเรียน นักศึกษาเหล่านั้นเข้าถึงการศึกษา จะส่งผลให้มีความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทย ช่วยลดปัญหาสังคมและอาชญากรรม ความปลอดภัยทางสาธารณสุข แก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน สร้างความตระหนักรู้กตัญญูต่อแผ่นดิน ส่งเสริมความมั่นคงของชาติในระยะยาว

สำหรับประกาศฉบับล่าสุด พ.ศ. 2568 ได้มีการปรับปรุงจากประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2562 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นให้สถานศึกษาใช้ระบบกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนเพื่อเข้ารับบริการทางการศึกษา สำหรับผู้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร (ระบบ G Code) กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อใช้แสดงตนในการเข้ารับบริการทางการศึกษาเท่านั้น 

ทั้งนี้ สพฐ. มีความห่วงใยเด็กและเยาวชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างครบถ้วน ไม่ว่าเชื้อชาติไหน สัญชาติใด ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสากลที่เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยไม่มีการทอดทิ้งหรือลิดรอนสิทธิของเด็กไทยแต่อย่างใด จึงได้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินการรับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ให้เป็นไปตามระเบียบ/ประกาศ/แนวปฏิบัติของส่วนราชการ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด ขอให้ผู้ปกครองและประชาชนมั่นใจว่า จะไม่มีการดำเนินการอันใดที่กระทบกับสิทธิด้านการศึกษาของเด็กไทย และจะมุ่งเสริมสร้างสิทธิเด็กให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืนต่อไป
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top