คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮา กับมาตรฐานพรรคส้ม

คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮา กับมาตรฐานพรรคส้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.03 น.

การปราศรัยของ พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ที่อำเภอหาดใหญ่ ในช่วงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกพูดถึงขึ้นมา ไม่ใช่เพราะนโยบาย แต่เพราะคำพูดที่เลือกใช้ “ที่มา” ของคน เป็นตัวตัดสินความเหมาะสมทางการเมือง

บนเวทีนั้น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.เขต 2 จังหวัดสงขลา พรรคส้ม พูดถึงคู่แข่งว่าเป็นคนอำเภอระโนด และบอกตรง ๆ ว่าคนระโนดควรไปเป็นผู้แทนระโนด ไม่ควรมาลงแข่งในหาดใหญ่


ประโยคนี้ไม่พูดถึงผลงาน ไม่พูดถึงความสามารถ และไม่สนใจว่าทำงานในพื้นที่มานานแค่ไหน

เหตุผลเดียวที่ถูกใช้คือ “คุณไม่ได้เกิดที่นี่” และเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

คำพูดลักษณะนี้คือการตัดความชอบธรรมของผู้สมัครด้วยชาติกำเนิด

ผลของคำพูดแบบนี้ไม่ได้จบแค่บนเวที แต่มันถูกส่งต่อไปยังคนฟังทั้งจังหวัด คนสงขลาเริ่มถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือคนหาดใหญ่ที่ถูกมองว่าเหมาะสม อีกฝั่งคือคนจากอำเภออื่นที่ถูกทำให้เป็นคนนอก

ทั้งที่เป็นจังหวัดเดียวกัน เป็นคนสงขลาเหมือนกัน และเป็นคนไทยด้วยกัน แต่การเมืองของพรรคส้มกลับบอกประชาชนว่า สิทธิในการถูกเลือกไม่เท่ากันตั้งแต่ต้น คนจากบางอำเภอถูกยกขึ้นโดยอัตโนมัติ ขณะที่คนจากอำเภออื่นถูกกันออกไปก่อนจะได้แข่ง

ตำแหน่งผู้แทนราษฎร ควรเป็นพื้นที่ให้ประชาชนตัดสินจากตัวเลือก แต่คำพูดแบบนี้ทำให้ตัวเลือกหายไปตั้งแต่แรก และความรู้สึกไม่เป็นธรรมก็เริ่มก่อตัวขึ้นในพื้นที่เดียวกัน

สิ่งที่ทำให้กรณีหมอสุภัทรน่าตั้งคำถามยิ่งขึ้น คือมาตรฐานของพรรคส้มเอง เพราะตรรกะเดียวกันนี้ไม่เคยถูกใช้กับผู้สมัครของพรรค

พรรคส้มมีผู้สมัครจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เกิดในพื้นที่ที่ลงสมัคร แต่เรื่องนี้ไม่เคยถูกยกขึ้นมาเป็นปัญหา

ตัวอย่างชัดเจนคือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคส้ม คนสงขลาโดยกำเนิด ที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร และไม่เคยมีใครในพรรคพูดว่า ควรกลับไปลงพื้นที่บ้านเกิด

พอเป็นคนของพรรคส้ม การเกิดที่ไหนไม่สำคัญ แต่พอเป็นฝ่ายอื่น การเกิดที่ไหนกลายเป็นเรื่องใหญ่

พื้นที่ถูกหยิบมาเป็นข้ออ้างเฉพาะตอนจะกีดกันฝ่ายตรงข้าม แต่ถูกเก็บเงียบทันทีเมื่อย้อนมาหาคนของพรรคส้มเอง

เมื่อคำพูดบนเวทีถูกวิจารณ์ หมอสุภัทรออกมาชี้แจงภายหลัง น้ำเสียงอ่อนลงทันที จากการพูดเรื่องที่มา กลายเป็นการพูดถึงวิกฤตหาดใหญ่ และย้ำว่าตนเองเข้าใจพื้นที่ พร้อมบอกว่าไม่ได้ตั้งใจดูถูกใคร

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายทีหลังไม่สามารถลบคำพูดแรกออกไปได้ เพราะสิ่งที่ประชาชนได้ยินไปแล้วคือ ประโยคที่ใช้ชาติกำเนิดเป็นเหตุผลกันคนออกจากสนาม

รูปแบบการสื่อสารเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพรรคส้ม พูดแรงตอนอยู่บนเวที แต่พอแรงตีกลับก็รีบปรับโทน แก้คำพูดให้ดูนุ่มลง โดยไม่แตะต้นตอของปัญหาจริง ๆ

การสื่อสารลักษณะนี้อาจช่วยเอาตัวรอดเฉพาะหน้า แต่แลกมาด้วยความน่าเชื่อถือที่ลดลงทุกครั้ง

คำพูดของหมอสุภัทรลดสิทธิทางการเมืองของผู้สมัครที่ไม่ได้เกิดในอำเภอหาดใหญ่ตั้งแต่ต้น คนจากอำเภออื่นในจังหวัดเดียวกัน โดยเฉพาะคนจากอำเภอระโนด ถูกทำให้มีสถานะต่ำกว่าในการถูกเลือก แม้จะยังไม่ทันถูกพิจารณาจากความสามารถ

เมื่อพรรคส้มยอมรับวิธีคิดแบบนี้ และใช้มาตรฐานคนละแบบกับพวกเดียวกัน ความไม่เท่าเทียมจึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการเลือกปฏิบัติตั้งแต่จุดเริ่มต้น

การเมืองที่เริ่มจากการให้สิทธิไม่เท่ากัน ย่อมไม่อาจอ้างความเสมอภาคได้เต็มปาก และพรรคที่ใช้วิธีคิดเช่นนี้ ก็ยากจะทำให้ประชาชนเชื่อได้ว่า ทุกคนมีค่าเท่ากันจริง.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top