กกต.พร้อมเลือกตั้ง ชวนคนไทยใช้สิทธิ์ ลุยสอบซื้อเสียง ยันไร้2มาตรฐาน

กกต.พร้อมเลือกตั้ง ชวนคนไทยใช้สิทธิ์ ลุยสอบซื้อเสียง ยันไร้2มาตรฐาน

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กกต.พร้อมเลือกตั้ง

ชวนคนไทยใช้สิทธิ์

ลุยสอบซื้อเสียง

ยันไร้2มาตรฐาน

 

ประธานกกต.เผยพร้อมจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ทั่วประเทศ ยันไม่มี 2 มาตรฐาน ตรวจสอบซื้อเสียง ดำเนินการทุกเรื่อง ด้าน รองเลขาฯ กกต.ชี้แจงผู้มีสิทธิเข้าใจคลาดเคลื่อน หลังโซเชียลแห่ให้ตรวจสอบสิทธิ์ เลือกตั้ง-ประชามติอยู่คนละที่ ส่วนสวมเสื้อบอลมีหมายเลขอยู่ที่เจตนา หากจูงใจอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ผู้แทนทูตและองค์กรระหว่างประเทศจาก 17 ประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้ง สส. ของไทย ด้าน “แสวง” โดดป้อง กปน. ยกเป็นผู้เสียสละ ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ “ศลต.ตร.” เปิดสถิติคดีเลือกตั้ง พุ่ง 119 คดี “ทำลายป้าย-ใส่ร้าย-คุกคาม”


เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ว่าในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา กกต. และกรรมการประจำหน่วย ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความบกพร่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการกรอกรหัสเขตที่หน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาดจนเป็นข่าวใหญ่โต แต่ตรวจสอบพบว่ามีเพียง 100 ซองเท่านั้น และมีการคัดแยกใหม่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะส่งไปพร้อมนับคะแนนในวันที่ 8 ก.พ.นี้ แต่ก็น้อมรับในเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และนำมาปรับให้การเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. มีความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะ ฉะนั้นยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง และขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันมาออกเสียงใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 17.00 น. พร้อมฝากถึงนักการเมืองและพรรคการเมือง ขอให้ดำเนินการหาเสียงอยู่ในกรอบของกฎหมาย

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิ์ขายเสียงทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและพื้นที่อื่นๆ นายณรงค์ กล่างว่า เรื่องนี้ กกต. ติดตามตลอดในภาพรวม แต่ไม่ได้ออกข่าว เพราะอยู่ในช่วงที่อาจจะมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ กกต. ก็รับดำเนินการทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อร้องเรียนหรือความปรากฏ ยืนยันว่า ไม่ได้เพิกเฉย

นายณรงค์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองหนึ่งออกมาต่อว่า กกต. เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลการซื้อสิทธิ์ขายเสียง 2 มาตรฐาน เพราะตรวจสอบเฉพาะเด็กที่ทำคลิป 2,000 บาท แต่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการเบิกเงินสดผิดปกติ 250 ล้านบาทกลับไม่ตรวจสอบนั้น ในข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ ยืนยันว่าตั้งแต่รู้ก็ได้ประชุม กกต. และขอความร่วมมือให้ธนาคารส่งข้อมูลมาให้ และให้สำนักงาน กกต. ตรวจสอบทุกเส้นเงินที่ได้รับข้อมูลมา พร้อมย้ำว่า กกต. ไม่ได้สองมาตรฐาน เพราะเป็นผู้รักษากติกา ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายทุกเรื่อง

ด้านว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงขั้นตอนหลังปิดหีบเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ว่า หลังจากปิดหีบในเวลา 17.00 น. จะมีการนับคะแนนพร้อมกัน 3 กระดาน ทั้งการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ สส.แบบแบ่งเขต และการออกเสียงประชามติ

โดยในส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีจุดนับคะแนนที่กำหนดไว้ แยกออกมา ส่วนบัตรออกเสียงประชามติ นอกเขตจะนับคะแนนรวมในหน่วยเลย ส่วนการจัดเลือกตั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย - กัมพูชา ก็ได้มีการประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ ซึ่งได้มีการควบคุมในแต่ละพื้นที่ โดยส่งกำลังเข้าไปดูแล ซึ่งเราได้กำชับกรรมการประจำหน่วย รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ดูแล เบื้องต้นยังไม่พบปัญหาอะไร สามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.ได้แน่นอน

ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดียให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากหน่วยที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับหน่วยที่จะไปออกเสียงประชามติอยู่คนละที่กันนั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ยืนยันว่า เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งแม้กฎหมายจะคนละตัวกัน แต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้ออกเสียงประชามติในวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง สส. ดังนั้น การลงคะแนนเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติจะอยู่ในหน่วยเดียวกัน กระบวนการจะไหลลื่นไปตามขั้นตอนในหน่วย โดยจะต้องเลือกตั้ง สส. ก่อนแล้วจึงไปออกเสียงประชามติ ยืนยันว่าไม่มีการแยกกัน

ส่วนกรณีมีข้อกังวลเกี่ยวกับการสวมใส่เสื้อฟุตบอลที่มีหมายเลขเข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงมติ จะสามารถทำได้หรือไม่นั้น รองเลขาธิการกกต. กล่าวว่า ต้องดูที่เจตนาว่าต้องการจะสื่ออะไร โดยทั่วไปหากไม่ได้ซื้ออะไรหรือแฝงอะไรก็สามารถสวมใส่ได้ แต่ถ้าเป็นการสื่อเพื่อจูงใจก็อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ย้ำว่าอยู่ที่เจตนา

วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) ร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด ร่วมปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร กระจายสู่ 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ด้วยรถขนส่งกว่า 1,200 คัน และเจ้าหน้าที่บริษัทไปรษณีย์ไทย 5,000 คัน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทาง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนับคะแนน พร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลังปิดลงคะแนนในเวลา 17.00 น. โดยได้เริ่มขนส่งบัตรเลือกตั้งไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ และในวันนี้เป็นการขนส่งบัตรเลือกตั้งไปในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยาและจังหวัดราชบุรี เป็นล็อตสุดท้าย

วันเดียวกัน ที่โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้ง พร้อมนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมกิจกรรมสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ของผู้แทนองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม ว่าวันนี้มีการประชุมชี้แจง ให้กับคณะทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ให้เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ซึ่งจัดในวันเดียวกัน เป็นหนึ่งในกิจกรรมสังเกตการณ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และกิจกรรมสังเกตการณ์เลือกตั้งได้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2544 รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 16 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และการชี้แจงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงให้เกิดความ รู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการดำเนินการ ออกเสียงประชามติ ซึ่งกำหนดให้การออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นครั้งแรกที่กฎหมายกำหนดให้ ทั้งสองกระบวนการเกิดขึ้นในวันเดียวกัน นับเป็นภารกิจที่สำคัญและท้าทายของ กกต.ที่ต้องเตรียมการและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยความเรียบร้อยโปร่งใสเป็นธรรมและต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมการสังเกตการณ์ฯ ทั้งหมด 44 คน จาก 17 ประเทศ และ 1 องค์กร เป็นผู้แทนจากองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐเบลารุส บรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐโคลอมเบีย จอร์เจีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สหรัฐเม็กซิโก มองโกเลีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต สาธารณรัฐตุรกี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ International IDEA

สำหรับกิจกรรมการสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ของผู้แทนองค์กรเราจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยที่จัดระหว่างวันที่ 5 – 9 ก.พ. 2569 ประกอบด้วยกิจกรรมดังนี้ 1.วันที่ 6 ก.พ. 2569 การบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2.วันที่ 7 ก.พ. 2569 การสังเกตการณ์การรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ 3.วันที่ 8 ก.พ. 2569 การสังเกตการณ์การเปิดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ การลงคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ และการปิดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ 4.วันที่ 9 ก.พ. 2569 การสรุปผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ

พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่ากิจกรรมในครั้งนี้เป็นเรื่องที่องค์กรจัดการเลือกตั้งระหว่างประเทศ และอีกหลายประเทศให้ความร่วมมือและสังเกตการณ์การเลือกตั้งของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลที่ประจำอยู่ในประเทศไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย เชื่อว่า การตอบรับเข้าร่วมสังเกตการณ์ขององค์การนานาชาติ สะท้อนถึงความสนใจการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและการออกเสียงประชามติของไทย ซึ่งการสังเกตการณ์เป็นไปตามหลักสากล และเป็นกระบวนการที่ทำขึ้น เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน เชื่อมั่นว่า จะเรียกความเชื่อมั่นการจัดการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติของ กกต. กลับมาได้

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.โพสต์ข้อความ ปกป้องความจริง กปน. อาสาสมัครเพื่อประชาธิปไตย ทำงานตรงนี้ งานแบบนี้ มีเพื่อน คือ กฎหมายและความจริง เท่านั้นจริงๆ กฎหมาย คือ ต้องทำให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเที่ยงตรง ความจริง คือ สิ่งที่ทำไป ทำอย่างไรก็ได้รับผลตามนั้น งานตรงนี้ มีคนที่จะมาทำให้เกิดผลสำเร็จ คือ กปน. หรือ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เป็นอาสาสมัคร หรือผู้มีจิตอาสา กปน. เป็นประชาชนในเขตเลือกตั้ง ความรู้ ความสามารถก็เหมือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เราๆ ท่านๆ โดยทั่วไป แต่ที่ต่างจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปคือ จิตใจที่เป็นอาสา ถือเป็นอาสาสมัครเพื่อประชาธิปไตยเลือกตั้ง ไม่มี กปน. การเลือกตั้งจะสำเร็จไม่ได้เลย

ในการเลือกตั้ง สส. แต่ละครั้ง ต้องใช้จิตอาสามาเป็น กปน.ร่วมเกือบ 2 ล้านคน คนจำนวนขนาดนี้ใช้ใจจิตอาสา ในการทำงาน มาทำงานบริการให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 53 ล้านคน คนมาเจอกันขนาดนี้เกือบทั้งประเทศ ย่อมมีความผิดพลาดอยู่บ้าง ที่ผ่านมามีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 1 แสนหน่วย ก็จะมีข้อผิดพลาดไม่เกิน 50 หน่วย ทั้งที่ทำงานท่ามกลางแรงเสียดทาน และทำเป็นระยะเวลานานกว่า 15 ชม. ติดต่อกันโดยไม่มีเวลาพักเลย

แต่การกล่าวหาคนทำงานที่เป็นจิตอาสาอันปราศจากความจริง ย่อมไม่เป็นธรรมกับผู้มีจิตอาสา อย่างแน่นอน กระทบถึงความรู้สึกและจิตใจคนทำงาน ที่เขาทำงานถูกต้อง และยังให้แสดงความรับผิดชอบต่อข้อกล่าวหาที่ตั้งขึ้น ทั้งที่ยังเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีข้อเท็จจริงมารองรับ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น เรามีหน้าที่ปกป้องความจริง และปกป้องคนทำงาน พอตรวจสอบเบื้องต้นแล้วออกมาชี้แจงความจริงว่าไม่มีเรื่องตามที่มีการกล่าวหาก็เบี่ยงเบนประเด็นไปเป็นเรื่องอื่น กลับไม่แสดงความรับผิดชอบต่อการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เปิดสถิติคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2569 ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2568 ถึงวันที่ 5 ก.พ.2569 โดย ศลต.ตร. พบว่า การกระทำความผิดในหลายข้อหาทั้งทำลายป้ายหาเสียง, ใส่ร้ายด้วยความเท็จ, ทำให้เกิดความกลัว, ร้องเรียนลักทรัพย์, หมิ่นประมาท, ร้องเรียน กกต.ดูหมิ่นซึ่งหน้า, จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวมทั้งหมด 119 คดี โดยแบ่งเป็นกองบัญชาการตำรวจนครบาล 15 คดี กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 22 คดี, ภาค 2 จำนวน 7 คดี, ภาค 3 จำนวน 8 คดี, ภาค 4 จำนวน 15 คดี, ภาค 5 จำนวน 15 คดี, ภาค 6 จำนวน 4 คดี, ภาค 7 จำนวน 20 คดี รวมคดีที่นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย และผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 5 เบอร์ 3 พรรคภูมิใจไทย แจ้งความตำรวจ สภ.สังขละบุรี เอาผิดคนปล่อยคลิปเสียงที่เหมือนเป็นเสียงตนเองคุยกับนักการเมืองท้องถิ่นให้ช่วยเหลือเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.69, ภาค 8 จำนวน 9 คดี และภาค 9 จำนวน 4 คดี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top