วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
จากนั้น เวลา 19.55 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ปราศรัยว่า “การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับบางคนอาจเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต สำหรับหลายคน อาจเป็นเพียงการเลือกตั้งอีกครั้ง แต่สำหรับผม การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การหย่อนบัตร ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางการเมือง เพราะผลของมันจะเปลี่ยนประเทศไทยไปอีกยาวนาน“
ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ปีที่แล้ว ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเป็นอีกครั้ง ที่นายกรัฐมนตรีของเราถูกปลดด้วยอำนาจที่ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชนและการเมืองไทยยังคงบิดเบี้ยวเมื่อพรรคประชาชนที่มีจำนวน สส. มากที่สุดในสภากลับไปยกมือให้พรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยซึ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างมากมายมหาศาล แต่พรรคการเมือง ซึ่งเข้าร่วมอยู่ใน MOA กลับลอยตัว ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
.jpg)
ความบิดเบี้ยวและสัญญาณอันตรายนี้ ไม่ได้อยู่ตรงที่พรรคเพื่อไทย ต้องกลายมาเป็นฝ่ายค้าน แต่เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อยสร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประชาธิปไตยถอยหลังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
สิ่งที่เราเห็นคือการเปิดทางให้การเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมกลับมาแข็งแรง เราเห็นการโยกย้ายข้าราชการอย่างขนานใหญ่เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง คดีสำคัญ อย่างฮั้ว สว. เขากระโดงถูกบิดเบือน การเอื้อประโยชน์ด้านงบประมาณ เช่น เรื่อง MotoGP สื่อ นักวิชาการและฝ่ายค้านผู้เลือกเขาเข้ามากลับเลือกปิดปากอย่างยินยอมพร้อมใจ อำนาจอนุรักษ์นิยมเติบโตแผ่ซ่าน วันนี้อนุทินใช้ความรักชาติ มาแบ่งแยกประชาชน “หนิมจะบอกหนูว่า ประขาชนทุกคนรักชาติ เพียงแต่คนส่วนใหญ่ เค้าไม่ได้รักหนู คนที่รักหนูจนสุดใจมีแต่พรรคประชาชนเท่านั้นแหล่ะหนู”
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า หลังจากมีการยุบสภา เพื่อนร่วมทางของเราบางคนเลือกที่จะเดินจากไป พรรคเพื่อไทยถูกตราหน้าจากสังคม บางคนบอกว่าพรรคเพื่อไทยเลือดจะไหลหมดตัว บางคนบอกว่า เราจะกลายเป็นพรรคเล็กมี สส. ไม่ถึง 100 คน บางคนถึงกับบอกว่าถ้ามีการเลือกตั้งอีกครั้งพรรคเพื่อไทยจะสูญพันธุ์
ในวันที่พรรคกำลังลำบากที่สุด ผมได้รับความไว้วางใจจากพรรค ให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค และยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย การได้เป็นหัวหน้าของพรรคเพื่อไทย คือเกียรติและความรับผิดชอบสูงที่สุดที่ ผมเคยถามตัวเองว่า ผมจะพาพรรคกลับมาแข็งแกร่งและลบทุกคำสบประมาทได้หรือไม่และในที่สุด ผมก็ได้คำตอบครับ คำตอบนั้นเรียบง่ายมาก 'นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราโดนกระทำ' แต่เราลุกขึ้นได้ทุกครั้งด้วยพลังของประชาชน
.jpg)
ตลอดเวลากว่า 20 ปี ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาถึงพรรคเพื่อไทย พวกเราโดนรัฐประหาร เราโดนยุบพรรค เพื่อนของเราโดนสังหารกลางถนน เราโดนนิติสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งเราต้องยอมถอย เราต้องกลืนเลือด เราต้องทำ แม้จะต้องเผชิญกับการถูกต่อว่า แม้ต้องอยู่ภายใต้กติกาที่บิดเบี้ยว แต่เราไม่เคยถอยออกนอกเส้นทางการต่อสู้ เรายังคงสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง สู้อย่างที่เราทำมาตลอด เหมือนที่ “เชน-ยศชนัน” เคยพูดว่า “เราแค่ต้องไม่ตาย”
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่มีทางลัด เรารู้ว่า ความหวังจะมีค่า ประชาธิปไตยจะมีความหมายก็เมื่อประชาชน กินอิ่ม นอนหลับ มีงานทำ มีรายได้ เศรษฐกิจมั่งคั่ง ประเทศมั่นคง ประชาชนจะต้องแข็งแรง ภาพของประชาชนทั่วประเทศไม่เคยจางหายไปจากหัวใจของพวกเราเลย เรารู้ดีว่าประชาชนไม่เคยทิ้งเรา และพรรคเพื่อไทยก็จะไม่มีวันทิ้งประชาชน บางพรรคบอกว่าเพื่อไทยละทิ้งคนเสื้อแดง บางพรรคพยายามเคลมความเป็นเสื้อแดงไปจากพวกเรา ในวันที่เราเจ็บปวด ในวันที่เราถูกเรียกว่าควาย ในวันที่เราไม่กล้าใส่เสื้อแดงเพร่ะโดนดูถูกดูแคลน ในวันที่เราวิ่งหลบกระสุนร่วมกันกับประชาชน พวกคุณยังสะใจกับความตายของคนเสื้อแดงอยู่เลย
แต่ในวันนี้ คนเสื้อแดงสามารถกลับมามีเสียงมีที่ยืนในสังคม คนเสื้อแดงสามารถยืดอก ภูมิใจในตัวตนของเราอีกครั้ง นี่คือวันที่ผมมั่นใจ ว่าพรรคเพื่อไทยกลับมาแล้ว กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ยังคงเป็นความหวังให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ การเลือกตั้งที่จะถึง ผมเชื่อมั่นว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนในประเทศนี้ที่พูดถึงนโยบายมากเท่าพรรคเพื่อไทย เรายังคงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน
ผมอยากให้ทุกคนลองหลับตา แล้วนึกภาพตามผมดูนะครับ
-วันที่พี่น้องเจ็บป่วย 30 บาทรักษาทุกโรค จะรักษาได้ทุกที่ ไม่ต้องเดินทางไกลอีกต่อไป
-วันที่ต้องขึ้นรถเมล์ร้อน กลิ่นควันเต็มเมืองจะกลายเป็นรถเมล์แอร์เย็น ราคาเพียง 10 บาท
-วันที่ต้นทุนการเดินทางไม่เป็นภาระ เพราะรถไฟฟ้าราคา 20 บาทตลอดสาย
-วันที่หนี้สินของผู้สูงอายุและประชาชนจะไม่ใช่โซ่ตรวนอีกต่อไป
-วันที่เกษตรกร ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง ไม่ต้องลุ้นกับต้นทุนเพราะรู้ล่วงหน้าว่าจะมีกำไรอย่างน้อย 30%
-วันที่การเสี่ยงโชคไม่ใช่ภาระต่อรายได้ แต่เป็นเงินออมที่สะสมไว้ มีกินมีใช้ยามเกษียณ
-วันที่ยาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์จะไม่สามารถทำลายลูกหลานของเราได้อีกต่อไป
-วันที่เด็กไทยที่มีความสามารถอยากไปเรียนต่างประเทศ จะได้โอกาส ไม่ต้องกังวลเรื่องทุน เพราะเรามี ODos
- วันที่ศิลปะได้รับการให้คุณค่าและเด็กไทยสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่
- วันที่คนไทยไม่ต้องเช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้านแต่สามารถสูดอากาศได้เต็มปอดทุกวัน
- วันที่ประกันสังคม ตอบโจทย์พี่น้องภาคแรงงาน มีการลงทุนโดยมืออาชีพ มีสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น
- วันที่คนไทยไร้จน มีเงินในกระเป๋า มีรายได้อย่างน้อย 3,000 บาทต่อเดือน
.jpg)
และทั้งหมดนี้จะชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยรัฐบาลดิจิทัล ด้วยข้อมูลที่แม่นยำ ตรงจุดผ่านนโยบายเศรษฐีเงินล้าน นำประชาชน เข้าสู่ระบบด้วยความเต็มใจ นี่คือความฝันของพวกเราทุกคนที่นี่ คือภาพประเทศไทยที่พวกเราอยากเห็น วันนี้ ลูกสาวผมอยู่ในที่นี้ พ่อคนนี้จะส่งมอบสังคมที่ดีให้กับลูก พรรคเพื่อไทยจะสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าให้คนไทย มาร่วมสร้างมันไปพร้อมๆ กัน ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยไปเป็นรัฐบาล ส่ง “เชน-ยศชนัน” ไปเป็นนายกรัฐมนตรี
พี่น้องครับ หลังจากที่ #genzforpheuthai น้องๆออกมาแสดงความคิดเห็นมากมาย ผมขอขอบคุณน้องๆ Gen Z ที่เปิดใจรับฟังพรรคเพื่อไทย หนึ่งเสียงของน้องมีค่าเท่ากับทุกเสียงในประเทศนี้ ทุกการเลือกทุกการตัดสินใจเป็นของเราจงภูมิใจในเสียงของตัวเอง เราได้เรียนรู้ร่วมกัน ว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต ทำไมคนจำนวนมากถึงยังรักเพื่อไทย ทำไมพวกเราถึงภูมิใจที่ได้เลือกเพื่อไทย
แดงเพื่อไทยทั้งหลาย ผมเห็นสัญญาณที่ชัดเจน ว่าเราโอบรับความแตกต่าง ฝเราไม่ตัดสินกัน เราเปิดพื้นที่ให้กัน เราไม่สร้างความแตกแยก ประชาธิปไตยไม่ใช่เวทีให้ประกาศว่า ใครที่คิดไม่เหมือนเรามันคือศัตรู เราไม่ทำทุกอย่างเพื่อชนะบนโลกโซเชียล แต่มาแพ้ในโลกแห่งความเป็นจริง ประชาชนไม่ได้เลือกเพื่อไทยเพราะโง่ อย่างที่เจากล่าวหา แต่เพราะเรามีนโยบายจากชีวิตจริง เราเสนอทางออกต่อปัญหาแบบจับต้องได้
.jpg)
ประชาธิปไตย ต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงข้อนี้ ไม่ใช่เหยียบหัวคนส่วนใหญ่ แล้วเรียกตัวเองว่าก้าวหน้า เพื่อไทยไม่ขายความสะใจ ไม่เหยียบคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี ไม่ใช้ความโกรธเป็นแรงขับเคลื่อน แต่เราเลือกทำในสิ่งที่ยากกว่า คือ ความอดทนของประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่ยาวิเศษ มันต้องใช้เวลา มันต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
พรรคเพื่อไทยต่อสู้มายาวนาน เราล้ม แต่เราลุกขึ้นมาได้ เพราะประชาชนโอบอุ้มเราเอาไว้ทุกครั้ง และวันนี้ จะเป็นวันที่พรรคเพื่อไทย พาพี่น้องประชาชนเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เดินไปข้างหน้าเถิดประชาชนเดินไปสู่อนาคตที่ดีกว่า
ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าท่านจะเดินไปไกลเพียงไหน หากท่านหันกลับมา พรรคเพื่อไทยจะอยู่ตรงนั้นเคียงข้างท่านเสมอไป หากท่านล้มลง พรรคเพื่อไทยจะโอบอุ้มท่านเอาไว้ และเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องประชาชนตลอดไป ความหวังและอนาคตของพี่น้องประชาชนพรรคเพื่อไทยจะรับมันไว้และทำให้มันเป็นจริง
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะสื่อสารไปยังแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย คือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อ. เชน ผมผู้จักเชน ตอนสมัคร สส. เชียงใหม่ ครั้งแรก
เมื่อปี พ.ศ. 2557 และ 50 กว่าวันที่ผ่านมายิ่งทำให้ผมได้เห็นตัวตนของเชน อย่างลึกซึ้งมากขึ้น เชนเป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างไร้ข้อกังขาในระดับโลก เป็นผู้คิดค้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนาคนพัฒนาประเทศ เชนเป็นผู้นำ ที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ใช้เวลาค่อนชีวิตคิดหาวิธีช่วยเหลือคนพิการและมุ่งมั่นทำจนสำเร็จ ที่โลกออนไลน์พูดว่า “วันนี้คุณเติมเชนแล้วหรือยัง” สะท้อนถึงการส่งพลังบวกสะท้อนถึงการส่งความหวัง และความเชื่อมั่น และสำคัญที่สุด คือ เชนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เคยกดใครให้ต่ำ เพื่อยกตัวเองให้สูงขึ้น ไม่ทะเลาะกับใคร ไม่เล่นวาทกรรม ผมเชื่อจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่นำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน
.jpg)
“หนิมอยากจะบอกเชนว่า เชนเอ้ย เชนเป็นคนมีความสามารถ เชนเป็นคนมุ่งมั่นทุ่มเท กล้าที่จะ “คิดใหม่ ทำใหม่” เชนเป็นผู้โอบรับความแตกต่าง มองไปข้างหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เชนเป็นความหวังและอนาคตของคนไทยทุกคน…
หนิมอยากจะบอกเชนว่า จงอย่าแปรเปลี่ยนตัวตน จงอย่าเปลี่ยนความตั้งใจ จงเป็นเชนอย่างที่เป็นอยู่ แม้แต่หนิม ก็กำลังโดนเชนเปลี่ยนไปทีละน้อย ประเทศไทยและประชาชนคนไทยก็กำลังจะถูกเปลี่ยนโดยเชนเช่นเดียวกัน“
”เชนเอ้ย จงโอบรับความฝัน จงแบกรับความหวังและนำพาพวกเราก้าวเดินไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ผมมั่นใจอย่างที่สุดว่า “เชน-ยศชนัน” จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด สำหรับคนไทยทุกคน“
นายจุลพันธ์ ทิ้งท้ายว่า ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เรามาร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทย ด้วยการเปลี่ยน “อ.เชน” เป็น “นายกฯ เชน” และชวนประชาชนเปล่งเสียงพร้อมกัน ให้ก้องทั้งเทพหัสดิน “นายกเชน!” “นายกเชน!” “นายกเชน!”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี