4พรรคใหญ่ยึดกทม.ปราศรัยทิ้งทวน โค้งสุดท้ายดุเดือด

4พรรคใหญ่ยึดกทม.ปราศรัยทิ้งทวน โค้งสุดท้ายดุเดือด

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

4พรรคใหญ่ยึดกทม.ปราศรัยทิ้งทวน

โค้งสุดท้ายดุเดือด

ปชป.ชู‘ทางรอดที่ปลอดภัย’

‘เพื่อไทย’ขายรถไฟฟ้า20บ.

‘ภท.’เน้น‘คนละครึ่งพลัส’

ปชน.ขอกา2ใบตั้งรบ.แน่

 

4 พรรคใหญ่ยึดกทม.เปิดปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย “อภิสิทธิ์” ยึด “วัน แบงค็อก” ชู “ทางรอดที่ปลอดภัย” ย้อน “อนุทิน” ควรแจงนโยบาย ไม่ใช่ลงใต้ไปด้อยค่า ปชป.เหน็บคนที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยต้องพร้อมแข่งขัน ด้าน พท.ย้ำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท รัฐจ่าย 70% ปชช. 30% หวยใบเสร็จืโครงการสร้างเศรษฐี 9 คน วันละ 9 ล้านบาท ขณะที่แฟนคลับ “ภท.” แน่นศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เน้นนโยบายทหารอาสา พยาบาลอาสา การศึกษาพลัสและคนละครึ่งพลัส ด้าน’ปชน.’ด้อมส้มมาแน่นสนามกีฬาเวส์ ‘พริษฐ์’วอนกา 2 ใบตั้ง รบ.ได้แน่นอน


เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายสกลธีภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ลงพื้นที่ตลาดหมู่บ้านสินทวี เขตจอมทอง ช่วยหาเสียงให้กับนายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล ผู้สมัครสส.กทม.เขตเลือกตั้งที่ 26 เขตบางขุนเทียน (เฉพาะแขวงท่าข้าม) เขตจอมทอง (ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน) หมายเลข 6 บรรยากาศการหาเสียงยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์มารอให้การต้อนรับ เข้ามาขอถ่ายภาพ มอบดอกไม้ รวมถึงส่งเสียงให้กำลังใจ

‘มาร์ค’-ลุยขอคะแนนบางขุนเทียน

ต่อมาเวลา 08.35น.นายอภิสิทธิ์และคณะ ลงพื้นที่ตลาดกลางหมู่บ้านศรีเพชร เขตหนองแขม เพื่อช่วยขอคะแนนเสียงให้กับ น.ส.ศิริขวัญ นิลกรรณ์ ผู้สมัครสส.กทม.เขตเลือกตั้งที่ 29 เขตบางแค (เฉพาะแขวงบางแคเหนือและแขวงบางไผ่), เขตหนองแขม (ยกเว้นแขวงหนองแขม) หมายเลข8 โดย นายอภิสิทธิ์และคณะนั่งรถแห่มาพบปะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและกองเชียร์ที่มารอมอบดอกไม้ พวงมาลัย ให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ โดยระบุว่า เป็นกำลังใจให้, เราเชียร์อยู่แล้ว เป็นพัทลุง อย่างไรก็เลือก สมบัติพ่อเฒ่า, “ท่านนายกฯ วันนี้ขอเรียกท่านเป็นนายกฯเลย ครอบครัวเราตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ จน 60 กว่าแล้วก็เลือกประชาธิปัตย์มาตลอด ไม่ว่าท่านจะเป็นอะไรก็แล้วแต่

เมื่อถามว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีการสู้กันอย่างดุเดือดทั้ง 3 พรรค ทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ในเกมไม่มีปัญหา ขออย่าใช้วิธีที่ไม่ถูกต้องทั้งการใส่ร้ายและซื้อเสียง ก็ให้แข่งขันกันไป เมื่อถามว่า มีรายงานว่า บางพรรคจ่ายเงินซื้อเสียง พรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานเรื่องนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานเช่นกันแต่อยากเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานให้มากขึ้นกว่านี้ ขณะที่พบปะกับผู้คนก็มีการพูดกันเรื่องนี้ กลับกลายเป็นว่ากกต.ค่อนข้างเงียบ ไม่สามารถดำเนินการอะไรที่ชัดเจนได้

เมื่อถามว่าบางพรรคระบุว่านายอภิสิทธิ์มีดีแค่หล่อดีกับพูดดี นายอภิสิทธิ์หัวเราะพร้อมกล่าวว่า อย่างน้อยก็มีดี 2 เรื่อง จริงๆถ้าได้ไปฟังการปราศรัย จะรู้สาระในแต่ละเวที ชัดเจนว่าเราเสนอสิ่งที่เป็นเนื้อหาสำคัญๆ และพูดถึงทิศทางของประเทศ รวมถึงหลายประเด็นที่พรรคอื่น แทบไม่พูดถึงเลย คือนโยบายด้านการต่างประเทศ ฉะนั้น ตนจึงคิดว่าประชาชนเห็นแล้ว

‘กรณ์’ชี้นโยบาย‘ภท.’มี8ข้อไม่ตรงปก

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตั้งประเด็นคำถามต่อนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ต่อนโยบายต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนางศุภจีระบุเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมาว่าจะดำเนินการ แต่ไม่ได้อยู่ในเอกสารนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีแค่ 8 ข้อ ตนจึงมีความกังวลว่า จะเชื่อได้แค่ไหนว่าพรรคภูมิใจไทยจะทำจริงตามที่พูด ประเด็นดังกล่าวไม่ต้องอ้างเรื่องกฎหมาย แต่พูดกันแค่เรื่องแนวการบริหารประเทศ ซึ่งตนเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยกับตนว่าทุกเรื่องสำคัญที่พรรคการเมืองตั้งใจจะทำ ควรมีแผนนโยบายที่ผ่านการกรอง การประเมิน และมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งการที่นางศุภจีตอบว่าการที่พรรคการเมืองมีนโยบาย 200 ข้อ แต่สุดท้ายสิ่งสำคัญคือทำได้จริงหรือไม่นั้น ไม่ผิด ส่วนประเด็นทำได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การไม่เสนอนโยบายเลยนั้น ยิ่งน่าเป็นห่วงหรือไม่ ขอตั้งคำถามไปยัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนางศุภจี ว่า ในฐานะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ทำไมนโยบายพรรคจึงมี 8ข้อ โดยไม่มีนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยพูดหาเสียงไว้ในหลายเวที ไม่ว่าจะเป็นโครงการแลนด์บริดจ์, สนามบินอันดามัน, ถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ หรือโครงการขยายคลอง ร.1และอีกหลายนโยบาย คำถามนี้มีความสำคัญ เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่วางตัวเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงควรจะมีคำตอบให้สังคม

‘ยศชนัน’นำทัพเพื่อไทยลงพื้นที่ฝั่งธน

เวลา 09.00น.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เชิงสะพานพุทธ จากนั้นเดินทางต่อมาที่ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ที่วงเวียนใหญ่ สักการะอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช และพบปะประชาชนปราศรัยย่อยที่ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี มี ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคเพื่อไทย 10เขต ฝั่งธนบุรี ร่วมด้วย นายยศชนัน กล่าวปราศรัยกับชาวธนบุรีที่มาต้อนรับและคอยเชียร์ว่า วันนี้มาลงพื้นที่พร้อมกับผู้สมัครฯธนบุรีมีทั้งหมด 10 เขต วันนี้เป็นวันที่จะเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลง ในการคืนความสุข คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับธนบุรีของเรา นี่ไม่ใช่ธนบุรีอย่างเดียว หลายคนไม่ได้เป็นคนพื้นเพที่นี่ แต่สิ่งที่ประเทศไทยมี คือความสมัครสมานสามัคคี และความเป็นคนไทยอันมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ชูแก้หนี้-ลดรายจ่าย-รถไฟฟ้า20บาท

วันนี้ผมพร้อมจะเป็นสะพานเชื่อมให้กับทุกๆคน ที่นี่มีทั้งพ่อค้าแม่ค้า ยังมีคนที่ทำการเกษตร ยังมีหลายคนที่รอความหวัง รอคุณภาพชีวิตที่ดี แน่นอนเรื่องหนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราพร้อมที่จะแก้หนี้ให้ทั้งระบบ และต้องไม่ให้กลับมาเป็นหนี้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสให้กับพ่อแม่พี่น้องกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ยังพูดถึงเรื่อง การเดินทางต่างๆวันนี้หลายคนมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หลายคนไม่สามารถที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าได้ เราจะทำเต็มที่ เรื่องการกลับมาของรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย คนที่อยู่ในตรอกซอกซอย เราจะหาการคมนาคมขนส่งไปดูแลเป็นระบบอย่างทั่วถึง รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการต่าง ๆ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เราพร้อมที่จะดูแลพ่อแม่พี่น้องทุกคนทั้งระบบ และพร้อมประกาศทันที หลังจาก 8 กุมภาพันธ์ คนไทยต้องไม่จน พร้อมดูแลพ่อแม่พี่น้อง เติมเงิน 3,000 บาท

ในช่วงท้าย นายยศชนันขอให้ขาวธนบุรีช่วยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โดยกล่าวว่า วันนี้เพื่อคุณภาพการศึกษา เพื่อสุขภาพของลูกหลาน ใน 1เขต ระบบสาธารณสุขที่ดีสำหรับพ่อแม่พี่น้องทุกคน ผมขอเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ฝากผู้สมัครทั้ง10เขตและผู้สมัคร กทม.ที่อยู่ติดกับเขตธนบุรีด้วย วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเดินไปกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน ผู้สมัครของเรามีความสามัคคี และอยู่ด้วยกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อดูแลพ่อแม่พี่น้อง และเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับ กทม. เพราะเรารู้ว่าปัญหาในกรุงเทพมหานครมีมากมาย คนที่จะเข้าไปต้องมีความสมัครสมานสามัคคี และพร้อมทำงานทันที เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคครับ

‘ทสท.’ชี้เลือก3สีปัญหาเดิมวนกลับมาอีก

ขณะเดียวกัน พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เปิดเกมบุกช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งด้วยการจัดเวทีปราศรัยปิดขบวนคาราวานบำนาญประชาชน 3,000บาทในพื้นที่ภาคอีสาน โดยในวันนี้ได้เดินสายตอกย้ำนโยบายต่อเนื่องที่จังหวัดหนองบัวลำภูและขอนแก่น เพื่อประกาศจุดยืนการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้มีศักดิ์ศรีและสุขภาพแข็งแรง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการลดภาระลูกหลานและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันได้รุกกลยุทธ์สื่อสารมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วยการขึ้นข้อความบนจอ LED ทั่วกรุง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ชี้ให้เห็นว่าการเลือกติดหล่มอยู่กับสงคราม 3 สี จะทำให้ปัญหาเดิมๆ วนกลับมาไม่รู้จบ พร้อมตั้งคำถามสะกิดใจคนไทยว่าเข็ดไหมกับสัญญาโกหกที่ผ่านมา จึงเสนอทางเลือกใหม่ให้ก้าวข้ามปัญหาเดิมๆที่กัดกินประเทศมาอย่างยาวนาน พรรคไทยสร้างไทยมุ่งเน้นให้ประชาชนตัดสินใจเลือก “สุดารัตน์ หมายเลข 48” โดยชูจุดเด่นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต มีประสบการณ์ บริหารงานสำเร็จ และที่สำคัญ ไม่เคยโกง แม้จะผ่านงานบริหารมาหลายกระทรวง คุมงบประมาณกว่า 1 ล้านล้านบาทแต่ไม่มีปัญหาเรื่องการคอรัปชั่น นอกจากนี้ ยังมีความเก๋าและแกร่งในประสบการณ์การเมืองที่มากพอจะเข้าไปต่อสู้กับคนโกงและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เพื่อนำพาประเทศไทยออกจากวิกฤตและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

ทหารเป็นกลาง-อย่าพาดพิงเสียหาย

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้เปิดเผยถึงการดำเนินการของหน่วยทหารทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งว่า ประการแรก ขอเรียนให้ทราบว่า พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายและแนวทางที่ชัดเจน ในการสนับสนุนให้กำลังพลทุกนาย ในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ร่วมใช้สิทธิ์เลือกตั้งและลงประชามติตามระบอบประชาธิปไตย ตามดุลยพินิจส่วนบุคคล ปราศจากการชี้นำ ประการที่สอง ต้องขอความร่วมมือทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในขณะนี้ เนื่องจากพบว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องทางการเมือง หรือผู้สนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรค เผยแพร่ข้อมูลมีการพาดพิงทหาร ทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงคะแนนเสียง รวมถึงประเด็นอื่นๆ ซึ่งไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงแต่เป็นลักษณะการกล่าวอ้าง การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะทำให้สังคมเข้าใจผิดในการดำเนินการของกองทัพ ขอยืนยันว่า ปัจจุบันกองทัพบกไม่มีการใช้พื้นที่ภายในหน่วยทหารเป็นหน่วยลงคะแนนเลือกตั้ง และไม่มีกำลังพลเข้าไปเป็นผู้ช่วยกรรมการในหน่วยเลือกตั้งใดๆ รวมถึงไม่มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหีบบัตรเลือกตั้งทั้งสิ้น

โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวว่า ช่วงหาเสียงครั้งนี้ยังคงมีบางพรรค หาเสียงโดยกล่าวพาดพิงเหน็บแนมทหารและกองทัพด้วยรูปแบบเดิมๆ แม้จะพบไม่มากเท่าการเลือกตั้งปี2566 แต่ก็ยังคงมีการใช้วิธีการนี้อยู่ ซึ่งดูแล้วไม่สร้างสรรค์และไม่เหมาะกับยุคสมัย ส่วนประเด็นที่กองทัพถูกพาดพิงต่างๆ จะได้มีการชี้แจงสร้างความเข้าใจต่อสังคมเพิ่มเติมเมื่อโอกาสเหมาะสม ไม่กระทบต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของกำลังพลและประชาชน ผู้มีบทบาทในสังคมควรนำเสนอข้อมูลบนพื้นฐานข้อเท็จจริง หลีกเลี่ยงการสื่อสารในลักษณะอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กรอื่น เหมือนในหลายกรณีของอดีตที่ผ่านมา ยืนยันว่ากองทัพบกมีจุดยืนแน่วแน่คือวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

พท.เน้นย้ำ7นโยบายมัดใจคนกทม.

ที่สนามเทพหัสดิน กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย (พท.) มีกำหนดการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เน้นย้ำนโยบายสำคัญและปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โดยได้ขนบรรดาแกนนำชุดใหญ่ของพรรคมาร่วมเวที ทั้งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สำหรับบรรยากาศก่อนเวทีจะเริ่มนั้น มีมวลชนสวมเสื้อสีแดงพร้อมอุปกรณ์เชียร์ ต่างทยอยเดินทางเข้ามายังพื้นที่รอบๆ สนามกีฬาเทพหัสดินตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนที่ประตูจะเปิดให้เข้างานในช่วงเวลา 15.00น.โดยมวลชนเสื้อแดงเดินทางมาจากหลายพื้นที่ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด สำหรับไฮไลต์ยู่ที่การเน้นย้ำนโยบายพรรคที่ชูในการหาเสียงเลือกตั้ง เช่น นโยบายรถไฟฟ้า 20บาทตลอดสาย บ้านเพื่อคนไทย โครงการรัฐจ่าย70% ประชาชนจ่าย 30% นโยบายคนไทยไร้จน โครงการหวยใบเสร็จ โครงการสร้างเศรษฐี 9คน วันละ9ล้านบาท เป็นต้น

รถไฟฟ้า20บาททำภายใน3เดือน

ก่อนหน้านั้น ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต นายยศชนัน พร้อม นายจุลพันธ์และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีเพลินจิต ไปยังสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ เพื่อไปสนามกีฬาเทพหัสดิน ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย ตอกย้ำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทันทีที่เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า นายสุริยะได้ชูธนบัตร 20บาท พร้อมประกาศว่าถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล รถไฟฟ้า 20บาทตลอดสายภายใน3เดือน โดยตลอดการเดินทางได้มีประชาชนเดินเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูปกับนายยศชนันและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยอีก 2 คน พร้อมกับให้กำลังใจให้มีชัยชนะในการเลือกตั้งวันที่ 8กุมภาพันธ์นี้

ปชน.คึกคักแฟนคลับมาตั้งแต่บ่าย2

ที่อาคารกีฬาเวสน์1สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายพรรคประชาชน ซึ่งนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า มีประชาชนมารอเข้าอาคารตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 08.00น.ส่วนใหญ่ใส่เสื้อสีส้ม สวมหมวกสีส้ม บางคนได้เขียนป้ายให้กำลังใจแกนนำพรรค โดยเฉพาะนายณัฐพงษ์และมีการนำธงสีส้มมาโบกด้วย โดยเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้แฟนคลับที่มารอเข้ามา ซึ่งประชาชนผู้สนับสนุนพรรคได้วิ่งกรูเข้ามาอย่างล้นหลาม หยิบเบาะที่นั่งมาจับจองพื้นที่รอบๆ เวทีจนแน่น ขณะที่รอบนอก ในสนามหญ้าข้างอาคาร พรรคประชาชนได้สร้างประตูเป็นสีต่างๆ ประจำพรรคการเมืองที่ลงแข่งเลือกตั้งรอบนี้ เช่น สีแดง สีส้ม สีน้ำเงิน เพื่อให้ประชาชนได้ลองเล่นว่าอยากเปิดประตูบานไหน

‘พริษฐ์’วอนกา2ใบตั้งรบ.ได้แน่นอน

เวลา 16.40 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน.กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งถึงการเข้าไปแก้ไขปัญหาทางการศึกษา คืนครูให้กับนักเรียน พัฒนาหลักสูตรทางการศึกษา รวมถึงช่วยเหลือด้านอาหารกลางวัน และสุขภาพจิตของเด็กนักเรียน ทั้งนี้อะไรคือสิ่งที่นักเรียนต้องแบกหนักที่สุด ในมุมมองของตนคือความคาดหวัง ประเทศเราคาดหวังทุกอย่างจากเด็ก และเยาวชน แต่ไม่มีระบบให้เขาเดินตามความฝันได้ สังคมเราคาดหวังให้เด็กต้องเรียนหนัก จบมามีงานทำ แต่เรามีระบบการศึกษาที่ไม่ได้สอนในสิ่งที่เขาใช้ได้ สังคมคาดหวังให้เด็กไปโรงเรียนทุกวัน ตั้งใจเรียน แต่บีบผู้ปกครองกู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งลูกไปเรียนที่ดี ๆ สังคมส่งเสริมให้เด็กกล้าคิด กล้าตั้งคำถาม แต่เราไม่รับฟังความเห็นเขา ไม่ปล่อยให้เขาเป็นตัวของตัวเอง

นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดทางการเมืองของตนคืออะไร คำตอบเรียบง่ายมาก ตนมีความฝันอยากเห็นประเทศนี้ เป็นประเทศที่คนนั้นตื่นเต้นกับการไปเลือกตั้ง ยินดีที่จะจ่ายภาษี และสะดวกใจกับการส่งลูกไปเรียนโรงเรียนรัฐ เพราะถ้าคนในประเทศตื่นเต้นกับการไปเลือกตั้ง แสดงว่าเรามีระบบการเมือง ที่ทำให้เสียงของประชาชนเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ถ้าคนในประเทศเรายินดีกับการจ่ายภาษี แสดงว่าเรามีรัฐบาลใช้จ่ายเงินของพวกเขาคุ้มค่า โปร่งใส ตรงจุด และถ้าคนประเทศเราสะดวกใจส่งลูกเรียนโรงเรียนรัฐ แสดงว่ามีบริการสาธารณะไว้วางใจให้รัฐดูแลคนที่เขารักที่สุด

“บางคนอาจบอกว่า 3 เป้าหมายนี้เป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ทุกท่าน ผมเชื่อว่าพวกเรา ปชน.พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การเมืองเป็นเรื่องแห่งความเป็นไปได้ 3 เป้าหมายนี้จะเป็นจริงได้ หากเราจับมือกันตั้งรัฐบาลประชาชน ถ้า 2 วันที่เหลือก่อนวันเลือกตั้ง ยังมีกูรูทางการเมืองคนไหน มีเซียนทางการเมืองคนไหน มาปรามาสเราว่า ไม่มีทางหรอกที่ ปชน.จะชนะเลือกตั้ง ไม่มีทางหรอกที่เราจะตั้งรัฐบาล หรือเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ ตนเชิญชวนทุกคนเข้าคูหา หักปากกาเซียน ด้วยปากกาคุณ กาเพื่อเปลี่ยน กา ปชน. 2 ใบ กาเห็นชอบประชามติรัฐธรรมนูญ เปิดประตูไปสู่อนาคตด้วยกัน”นายพริษฐ์ กล่าว

ปชป.ชูสโลแกน’ทางรอดที่ปลอดภัย’

ที่วัน แบงค็อก ฟอรัม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดเวทีปราศรัยโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ ภายใต้ธีม “ทางรอดที่ปลอดภัยไว้ใจอภิสิทธิ์ ” นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีก 2 คน, นายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ โดยก่อนเริ่มการปราศรัยทั้งสามคนได้ออกมาทักทายแฟนคลับที่อยู่ด้านหน้าห้องปราศรัยอย่างเป็นกันเองทั้งถ่ายรูป และให้กำลังใจ สำหรับเวทีปราศรัยใหญ่ในวันนี้ ใช้แคมเปญว่า “ทางรอดที่ปลอดภัยไว้ใจอภิสิทธิ์” โดยจะเริ่มเปิดตัวเพลงใหม่ที่แต่งขึ้นประกอบภาพผู้สมัครของพรรค โดยมีนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพ กล่าวเปิดปราศรัยเป็นคนแรก ตามด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค, นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายกรณ์ จาติกวณิช และปิดท้ายด้วย นายอภิสิทธิ์

ย้อน’หนู’แจงนโยบาย/ไม่ใช่ด้อยค่าปชป.

เวลา16.30น.นายอภิสิทธิ์ นายกรณ์และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ออกมาพบปะกับบรรดาแฟนคลับ ซึ่งถูกรุมล้อมและขอถ่ายรูป และหอมแก้มนายอภิสิทธิ์ด้วย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักก่อนที่จะเข้าห้องฟังปราศรัย ทั้งนี้ เมื่อถามว่า เวทีดีเบตเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เห็นว่า นายอภิสิทธิ์ อยากคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วเพียงบอกว่า ต้องการให้คนที่จะมาเป็นนายกฯพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการของการตรวจสอบ ในส่วนของการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องของพิธีกรรม แต่เป็นเรื่องของกระบวนการที่เป็นสากลที่เขาอยากจะให้คนที่เสนอตัวเป็นผู้นำ แสดงวิสัยทัศน์แลกเปลี่ยนกับพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งประเด็นที่ตนหยิบยกขึ้นมาเมื่อวาน (5กุมภาพันธ์) ก็สำคัญเช่นเดียวกัน คือ ทางกฎหมายให้พรรคการเมืองส่งนโยบายต่อกกต.เพื่อให้ประชาชนรับทราบว่านโยบายที่แท้จริงของพรรคคืออะไร การที่บอกว่าส่งไปเพียงแค่10นโยบาย แต่ในการหาเสียง มีมากกว่านโยบายที่ส่งไป จึงอยากรู้ว่าตกลงแล้วเป็นนโยบายหรือไม่เพราะไม่ได้บรรจุไปในนโยบาย

เมื่อถามต่อว่า นายอนุทิน บอกว่า ไม่อยากคุยกับ นายอภิสิทธิ์ คุยไปก็ไม่มีประโยชน์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาไม่ได้มาพูดกับตน เขาพูดกับประชาชน ตนเพียงแต่ต้องการเปิดให้ประชาชนได้เปรียบเทียบ สิ่งที่เขาพูดกับตนพูด ประชาชนจะว่าอย่างไร ก็ไม่เป็นไร ท่านนายกฯ อาจจะคิดว่า มีอำนาจ ใช้สื่อ ในฐานะรัฐบาล ท่านอาจจะคิดว่าไปปราศรัยภาคใต้ ไปด้วยค่าพวกผม แล้วมันเพียงพอ แต่ผมคิดว่า คนที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยต้องพร้อมที่จะมาแข่งขันเท่านั้นเอง

แฟนคลับภท.แน่นศูนย์ประชุมสิริกิติ์

เวลา 14.30น.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทย (ภท.)ใช้เป็นสถานที่จัดเวทีปราศรัยปิดก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8ก.พ.ประชาชนทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ โดยบางส่วนสวมเสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของพรรคภูมิใจไทย เพื่อรอฟังการปราศรัย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง สำหรับบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยบริเวณหน้าห้องประชุม มีการนำจอ LED ขนาดใหญ่มาติดตั้ง และมีการฉายภาพเป็นข้อความ “พูดแล้วทำ พลัส” ซึ่งเป็นสโลแกนที่ใช้หาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคภูมิใจไทย และยังมีการตกแต่งแบคดรอปเป็นตัวเลข 37 รวมถึงแบคดรอปนำเสนอนโยบาย เช่น ทหารอาสา พยาบาลอาสา การศึกษาพลัส และคนละครึ่งพลัส

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top