วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ผลการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 แม้ยังรอการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ตัวเลขที่นับได้ชัดเจนแล้ว พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง ได้ สส. รวม 194 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส. เขต 175 ที่นั่ง และบัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ตัวเลขเหล่านี้มาจากคะแนนในคูหาทั่วประเทศ เป็นผลจากการตัดสินใจของประชาชนโดยตรง
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ภาพที่คนจำนวนมากเห็นกลับไม่ใช่ภาพผลรวมทั้งประเทศ พรรคที่ถูกพูดถึงต่อเนื่องคือ พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม โพลหลายสำนักจัดให้อยู่ลำดับหนึ่ง ความคาดหวังถูกย้ำซ้ำจนกลายเป็นภาพจำว่าพรรคนี้กำลังนำอยู่
ช่วงโค้งสุดท้าย ความเชื่อเริ่มขยับออกจากตัวเลขที่จับต้องได้ มีการตั้งเป้า 200 ที่นั่ง และพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่าคะแนนจะออกมาตามที่คาดไว้
กรุงเทพมหานครกลายเป็นพื้นที่ที่ตอกย้ำความเชื่อนั้น พรรคส้มกวาดครบ 33 เขต มากกว่าการเลือกตั้งปี 2566 ที่ได้ 32 เขต ชัยชนะในเมืองหลวงถูกนำมาใช้แทนภาพทั้งประเทศ และทำให้ความเชื่อว่าคะแนนจะเดินตามถูกตอกย้ำยิ่งขึ้น
ภาษาที่ใช้กับคนคิดต่างเริ่มรุนแรงขึ้น คนที่บอกว่าจะไม่เลือกพรรคส้มถูกเรียกตรง ๆ ว่า แก่ จน โง่ ไม่ใช่คำหลุด ไม่ใช่คำล้อเล่น แต่เป็นภาษาที่ใช้จริงก่อนวันเลือกตั้ง และถูกใช้ซ้ำด้วยความเชื่อว่าตัวเองอยู่ข้างที่ถูกต้อง
การดูถูกแบบนี้เกิดก่อนเปิดหีบ ใครเลือกต่างถูกตัดสินทันทีโดยไม่ต้องฟังเหตุผล บรรยากาศการเมืองช่วงนั้นไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ความคิดอื่นอยู่ร่วม
เมื่อเปิดหีบเลือกตั้ง ผลที่ออกมาไม่เป็นไปตามความเชื่อที่ถูกสร้างไว้ คะแนนรวมของพรรคส้ม ลดลงจากการเลือกตั้งปี 2566 อย่างชัดเจน ระบบเขตที่เคยได้ 112 ที่นั่ง ครั้งนี้ทำไม่ได้ใกล้เคียงเดิม ตัวเลขบอกชัดว่าฐานเสียงหายไปจำนวนมาก
ภาพที่ชัดที่สุดอยู่ที่คะแนนบัญชีรายชื่อ ปี 2566 พรรคส้มได้กว่า 14 ล้านเสียง ปี 2569 เหลือประมาณ 9 ล้านเสียง เสียงหายไปเกือบ 5 ล้านเสียง นี่คือการถอยหลังในระดับประเทศ
จากพรรคที่เคยถูกยกให้เป็นคำตอบของอนาคต กลายเป็นพรรคที่ได้คะแนนน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน ทั้งที่ใช้ถ้อยคำการเมืองหนักกว่าเดิม คำว่าเปลี่ยน รื้อ ปฏิรูป ถูกพูดถี่ แต่คะแนนไม่ขยับตาม
ช่องว่างระหว่างคำพูดกับตัวเลขตรงนี้คือจุดสำคัญ ความเชื่อว่าคำใหญ่จะพาประเทศไปข้างหน้า ไม่ได้แปลเป็นคะแนน หากผู้เลือกไม่รู้สึกว่ามันเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของเขา
หลังผลออกมา ภาษาอีกชุดหนึ่งก็ปรากฏ คราวนี้ไม่ใช้คำว่า แก่ จน โง่ แต่เปลี่ยนเป็น ถูกซื้อ รับเงิน กาเพราะอุปถัมภ์ คำเหล่านี้ถูกใช้หลังเลือกตั้ง เพื่ออธิบายว่าทำไมผลไม่เป็นอย่างที่เชื่อไว้
คำกล่าวหาแบบนี้ไม่ได้หยุดแค่พรรคคู่แข่ง แต่มันโยนความผิดไปที่ประชาชนโดยตรง ทำให้เสียงที่ไม่เลือกพรรคส้มถูกตั้งคำถามเรื่องความบริสุทธิ์ และถูกตีความว่าเป็นเสียง “เทา”
กรณีที่เห็นชัดคือ พรรคกล้าธรรม พรรคนี้แทบไม่อยู่ในโพล และไม่ถูกพูดถึงในพื้นที่สื่อหลัก แต่ผลการเลือกตั้งได้ สส. เขต 57 ที่นั่ง และ สส. บัญชีรายชื่อ 2 ที่นั่ง รวม 59 ที่นั่ง
พอผลออกมา การพูดถึงตัวเลขแทบหายไป สิ่งที่ดังขึ้นแทนคือคำอย่าง เงินเยอะ ระบบอุปถัมภ์ และซื้อเสียง คำพวกนี้ถูกหยิบมาใช้ทันที
วิธีพูดแบบนี้ไม่ได้หยุดที่พรรค แต่มันลากไปถึงคนเลือก เหมือนกำลังบอกว่าการตัดสินใจของคนเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากเหตุผลของตัวเอง
การเลือกตั้งไม่มีการแบ่งเกรดเสียง บัตรหนึ่งใบมีน้ำหนักเท่ากัน ไม่ว่าผู้เลือกจะอยู่จังหวัดไหน หรือเลือกพรรคใด การทำให้คะแนนของบางกลุ่มกลายเป็นคะแนนต้องสงสัย คือการบั่นทอนหลักการเลือกตั้งโดยตรง
ก่อนเลือกตั้ง คนที่ไม่เลือกพรรคส้มถูกด่าว่า แก่ จน โง่ หลังเลือกตั้ง คนกลุ่มเดียวกันถูกกล่าวหาว่าถูกซื้อหรือถูกครอบงำ รูปแบบต่างกัน แต่สารเดียวกัน คือการไม่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน
ปัญหาจึงไม่ใช่พรรคกล้าธรรมได้กี่ที่นั่ง แต่คือทัศนคติที่ปล่อยให้ความเชื่อของตัวเองนำหน้าคะแนนจากคูหาจริง
บทเรียนของพรรคส้มในครั้งนี้อยู่ที่ ความเชื่อ ความเชื่อที่ถูกยกสูงกว่าฐานเสียงจริง ความเชื่อที่ใช้ชัยชนะในกรุงเทพแทนประเทศ และความเชื่อที่คิดว่าคำพูดใหญ่จะเพียงพอโดยไม่ต้องฟังความลังเลของผู้เลือก
ตัวเลขที่หายไปหลายล้านเสียงคือคำตอบว่าความเชื่อกับความจริงไม่ตรงกัน การเมืองที่พูดกับกองเชียร์ดังมาก แต่อธิบายกับคนที่ยังไม่เชื่อได้น้อย ยากจะขยายฐานได้
การเมืองที่เริ่มจากการดูถูกคนคิดต่าง ยากจะได้เสียงจากคนทั้งประเทศ และการเมืองที่แพ้แล้วโทษประชาชน ก็ยากจะกลับมาเข้าใจสนามเลือกตั้งจริง
การเลือกตั้งรอบนี้ไม่ได้ตัดสินว่าใครฉลาดหรือโง่ แต่ยืนยันชัดว่า ความเชื่อที่เดินนำคะแนนจริง พังลงแล้ว ทั้งคำพูด ความเชื่อ และภาพที่สร้างไว้ล่วงหน้า.
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี