ทนาย บิ๊กโจ๊ก บุก ปปง. ค้านตั้งกรรมการคู่ขัดแย้ง สอบปมอายัดทรัพย์

ทนาย บิ๊กโจ๊ก บุก ปปง. ค้านตั้งกรรมการคู่ขัดแย้ง สอบปมอายัดทรัพย์

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.01 น.

ทนายบิ๊กโจ๊ก ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ประธาน ปปง. ตรวจสอบคุณสมบัติ 1 ในคณะกรรมการธุรกรรม คู่ขัดแย้งโดยตรงของบิ๊กโจ๊ก แต่กลับได้รับการแต่งตั้งให้เตรียมพิจารณายึดและอายัดทรัพย์

 


เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) สะพานหัวช้าง กรุงเทพฯ นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความประจำตัวของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. เดินทางนำเอกสารหนังสือเพื่อยื่นขอให้ประธาน ปปง. รับไปดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับการขอพิจารณาในเรื่องการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และขอให้ประธาน ปปง. ช่วยตรวจสอบ 1 ในคณะกรรมการธุรกรรมอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน โดยมี นายวิทยาพร จันทวาส ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนทางการเงิน และในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ปปง. เป็นผู้แทนรับเรื่อง

โดย นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมายื่นหนังสือเพื่อขอให้ประธาน ปปง. ช่วยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขอพิจารณาในเรื่องการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และขอให้ประธาน ปปง. ช่วยตรวจสอบ 1 ในคณะกรรมการธุรกรรมอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีคดีที่ น.ส.พิมวิไล (ขอสงวนนามสกุล) ได้แจ้งข้อหาในชุดปฏิบัติการชุดหนึ่งต่อ สน.เตาปูน ซึ่งเป็นการกระทำผิดฐานฟอกเงินหรือไม่ และ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ก็ได้ให้ตนมายื่นเพื่อให้มีการตรวจสอบ มองว่าอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันที่อาจเข้าข่ายเป็นผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำผิดในคดีมูลฐานหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้การดำเนินการของคณะกรรมการธุรกรรมเป็นไปด้วยความอิสระ โปร่งใส และเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง วันนี้จึงมายื่นเพื่อให้ประธานได้เห็นถึงการดำเนินการ เพราะ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ท่านได้ยืนยันว่าในการต่อสู้คดีต่าง ๆ ของท่าน ท่านยินดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง โดยมีผู้มีอำนาจสอบสวน และมีผู้มีอำนาจพิจารณาตามบทบัญญัติไว้ในกฎหมาย แต่ท่านขอปฏิเสธ และขอทักท้วงกลไกการใช้อำนาจใด ๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยองค์กรที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งมีการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะจากบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่เป็นคู่ขัดแย้งกับท่าน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี ซึ่งหากมีการใช้อำนาจดังกล่าวภายใต้ความขัดแย้งส่วนบุคคล ย่อมเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นการสร้างภาระเกินควร ทำความเสียหายแก่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ อีกทั้งบุคคลที่ใช้อำนาจดังกล่าวก็ควรตรวจสอบตัวเองก่อน และขอให้คณะกรรมการที่ท่านอยู่โปรดตรวจสอบก่อนว่า บุคคลท่านนี้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานฟอกเงิน หรือเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยแก่สาธารณะชน ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ได้ย้ำมาว่า การยื่นหนังสือดังกล่าวนี้ เป็นการปกป้องสิทธิ และส่วนได้เสียของท่านโดยสุจริตตามกฎหมาย ไม่มีเจตนากลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายผู้ใด

นายสัญญาภัชระ เผยอีกว่า สืบเนื่องจากคณะกรรมการธุรกรรมท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้ขัดแย้งโดยตรงกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในหลายกรณี กำลังจะนำเรื่องเกี่ยวกับการกระทำในที่พยายามที่จะให้เกิดการดำเนินการกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ โดยที่กฎหมายรัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่าต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ก็พยายามที่จะนำข้อเท็จจริงเหล่านี้เข้ามาสู่คณะกรรมการธุรกรรมเพื่อนำไปสู่การดำเนินการกับท่านในลักษณะการอายัด ยึดทรัพย์ต่าง ๆ ท่านจึงต้องนำเรียนกับประธาน ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ขัดแย้งกับท่าน และขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของเขา และข้อสังเกตต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งรายละเอียดเรื่องการพิพาท การดำเนินการตามที่เป็นข่าวเยอะอยู่ ฉะนั้น เพื่อความเป็นธรรมว่าทำไม พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ต้องยื่นหนังสือเยอะแยะ ก็เพราะว่าเรายื่นจากที่เราทราบว่าเมื่อมีการที่จะดำเนินการในลักษณะที่จะเป็นการดำเนินการกับท่านไม่ถูกต้อง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทางเราก็ต้องดำเนินการเพื่อบอกกล่าวหน่วยงานที่ต้องดำเนินการให้รับทราบ

นายสัญญาภัชระ เผยต่อว่า ทราบว่าอาจมีการประชุมภายในอาทิตย์นี้ จึงต้องมายื่นเพื่อให้ประธานได้ตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ เพราะการที่จะเข้ามาเป็นกรรมการในคณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งท่านมีส่วนเป็นคู่ขัดแย้ง ก็ไม่ควรได้รับการแต่งตั้งแต่แรก และเมื่อเข้ามาแล้วก็ไม่ควรดำเนินการในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายสัญญาภัชระ เผยด้วยว่า ตอนเช้าที่ตนไปยื่นหนังสือที่วุฒิสภา ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการยื่นซ้ำซ้อน เพราะก่อนหน้านี้ เราได้ทำหนังสือแจ้งเตือนหน่วยงานอย่างตำรวจ โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนว่าท่านไม่มีอำนาจ และก็ไม่มีอำนาจในการไปแจ้ง ป.ป.ช. เพราะอำนาจต้องเริ่มที่ประธานรัฐสภา แต่ทีนี้พอตอนนี้เราทราบว่าทางวุฒิสภามีการพยายามรวบรวมรายชื่อ เราก็อยากบอกว่าอำนาจตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มันเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2540-2550 จึงจะเป็นอำนาจของวุฒิสภา และเมื่อวานนี้ก็มีการเลือกตั้งแล้ว และจะมี สส. ที่จะได้รับการแต่งตั้ง 500 ราย ในเร็ว ๆ นี้ก็จะมีประธานรัฐสภา ดังนั้น กระบวนการต่าง ๆ ขอให้พิจารณารอบคอบ ว่าการดำเนินการของประธานรัฐสภาไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ถือเอกสารส่งประธานศาลฎีกา แต่ท่านจะต้องมีการตรวจสอบพยานหลักฐาน โดยเฉพาะพยานหลักฐานที่ตำรวจนำส่ง หากมันเป็นหลักฐานที่เกิดจากต้นไม้พิษ สิ่งที่ยื่นก็จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไปท้วงติงขอให้พิจารณาอำนาจของประธานรัฐสภาก่อน เพราะการคำนวณจำนวน 1 ใน 5 ของสองสภา จะต้องแยกเป็นการคำนวณสองส่วนคือประธานรัฐสภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา 1 ใน 5 ก็คือ 100 รายอย่างน้อย ส่วนวุฒิสภา คือ สว.อย่างน้อย 40 ราย ไม่ใช่การรวบรวมจาก สว.140 ราย เพราะถ้ารวบรวมแบบนี้ก็เกิดจากการรวบรวมวุฒิสภาเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่รัฐสภา

นายสัญญาภัชระ ปิดท้ายว่า ท่านยังพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ท่านไม่ได้ไปไหน วันเลือกตั้งก็ไปสงขลา ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง และที่ไม่ได้ออกมาก็เพราะมันเป็นหน้าที่ของทนายความที่จะตอบเรื่องกฎหมายแทนท่านและลดความขัดแย้งในสังคม แต่เมื่ออีกฝั่งพยายามออกนอกกรอบอยู่เรื่อย เราก็ต้องมีการนำเรียน ไม่ใช่ยื่นไร้สาระ ยื่นตามที่เราต้องรักษาสิทธิ์.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top