เอ็ดดี้ อัษฎางค์ เปิดสาเหตุ ทำไมส้มแพ้น้ำเงิน

เอ็ดดี้ อัษฎางค์ เปิดสาเหตุ ทำไมส้มแพ้น้ำเงิน

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.09 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำไมส้มแพ้น้ำเงิน #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

อย่าหลงคิดแต่ว่า ตัวเองเป็นคนดีและคนอื่นโกง  ทั้งที่ตัวเองก็โกง ด้วยการชักจูงในคนเข้าใจผิดต่อสถาบันหลักของชาติ ทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ กองทัพและศาล ซึ่งปัจจุบัน สงครามข่าวสารที่ตนเองสร้างขึ้นถึงเวลาโดนตีกลับเพราะตนเองแล้ว


ทำไมภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง

1. อนุทิน แสดงความจงรักภักดี ไม่ด้อยค่าทหาร เข้าใจความต้องการของประชาชนและตอบสนองความต้องการของประชาชน เช่นจริงใจและเด็ดขาดต่อการจัดการกับปัญหาชายแดนกับเขมร และไม่อ่อนข้อต่อการกดดันของสหรัฐฯ แสดงบทบาทที่น่าประทับใจในระหว่างประชุมกับผู้นำระดับโลก เช่นการพยายามขายข้าวให้จีน การขอความช่วยเหลือจากสหรัฐ

2. สีหศักดิ์ ไม่อ่อนข้อต่อเขมรและการกดดันของสหรัฐฯ บนเวทีโลก กรณีปัญหาปัญหาชายแดนกับเขมร

3. เอกนิติ คนละครึ่งพลัส ถูกใจประชาชน

4. ศุภจี ทำงานหนักอย่างจริงจัง จนภาพนั้นตรึงตาตรึงใจคนไทยทุกฝ่าย แม้แต่คนนิยมพรรคส้มยังยอมรับ สังเกตได้จากคำพูดจากผู้นิยมส้มว่า “เสียดายอยู่ผิดพรรค” ซึ่งแปลว่า ส้มยังยอมรับฝีมือแม้จะอยู่พรรคที่ผู้นิยมส้มไม่ชอบ

คำประกาศที่ว่า ไม่ได้ทำเพื่อพรรคแต่ทำเพื่อคนไทยทุกคน “ทัชใจ” คนไทยทุกฝ่าย

5. การรีแบรนด์เป็น "พรรคนักปฏิบัติ"  การดึงบุคคลอย่าง คุณสีหศักดิ์ คุณเอกนิติ (ภาพลักษณ์ข้าราชการมือหนึ่ง) หรือ คุณศุภจี (ภาพลักษณ์ CEO มืออาชีพ) เข้ามา เป็นการแก้จุดอ่อนเดิมของพรรคที่ถูกมองว่าเป็นพรรคภูธร ให้กลายเป็นพรรคที่มี "ทีมเศรษฐกิจระดับอินเตอร์" สิ่งนี้ดึงดูด ชนชั้นกลางในเมือง ที่เบื่อความขัดแย้งและต้องการคนที่ "หาเงินเข้าประเทศเป็น"

6. ยุทธศาสตร์ "บ้านใหญ่" ที่แข็งแกร่งที่สุด ภูมิใจไทย มีเครือข่าย ส.ส. เขตที่เข้มแข็งมาก การดูแลพื้นที่แบบ "ถึงลูกถึงคน" ทำให้คะแนนเสียงในต่างจังหวัดไม่ผันผวนตามกระแสโซเชียลมีเดียเท่ากับพรรคส้ม

ทำไมพรรคส้มแพ้ ชนะการเลือกตั้ง

1. กับดัก "สุดโต่ง" การมุ่งเน้นประเด็นที่ละเอียดอ่อน (เช่น 112 หรือการปฏิรูปกองทัพแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า) ทำให้เสียแนวร่วมที่เป็นคนรุ่นใหม่สายกลาง มุ่งแต่คิดจะแก้ 112 แม้เบื้องหน้าดูเหมือนไม่แตะต้อง แต่รู้ได้ว่ายังรอเวลาและหาช่องทาง

2. เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ สถาบันพระมหากษัตริย์ กองทัพ ศาล ทั้งที่ประชาชนมองเห็นว่า สถาบันหลักของชาติอยู่เคียงข้างประชาชน และทำหน้าที่ปกป้องประเทศ

3. สมาชิกพรรคขาดประสบการณ์และความรู้ที่แท้จริงในการบริหารประเทศ เก่งพูดมากกว่าเก่งทำ มีแต่ราคาคุย

4. ประกาศสโลแกน มีส้มไม่มีเทา ขุดคุ้ยและเปิดโปงความเทาของคู่แข่ง แต่ปล่อยปะละเลยต่อขบวนการเทาๆ ในพรรค ซึ่งบ่งบอกความย้อนแย้งของคำว่า  มีส้มไม่มีเทา

5. สงครามข่าวสาร ที่ตีกลับ เมื่อพรรคส้มครองพื้นที่สื่อโซเชียลมานาน ผู้คนเริ่มเกิดภาวะ "เอียน" หรือรู้ทันเทคนิคการปั่นกระแส เมื่อความจริงเรื่องความเทาภายในพรรคถูกเปิดเผย ความศรัทธาจึงพังทลายเร็วกว่าพรรคปกติ เพราะขายภาพลักษณ์ "คนดี/คนรุ่นใหม่" ไว้สูงเกินไป

6. การบริหารองค์กรที่ล้มเหลว การคัดกรองผู้สมัครที่ไม่ดีพอ (มีประวัติอาชญากรรม, พฤติกรรมไม่เหมาะสม) ทำให้เกิด "สภาวะย้อนแย้ง" ในสายตาประชาชน คือด่าคนอื่นเทา แต่คนของตัวเองกลับดำมืด

สรุปภาพรวม 

ภูมิใจไทยชนะเพราะประชาชนเชื่อมั่นใน "ความสามารถในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ" (ผ่านดีลข้าว/การทูต) และ "การรักษาสถาบันฯ" พรรคส้มแพ้เพราะประชาชนหมดความเชื่อมั่นใน "ความจริงใจ" (ปากว่าตาขยิบ) และมองว่าเป็น "ความเสี่ยง" ต่อความมั่นคงของชาติ นั่นหมายความว่า คนไทยเริ่มก้าวข้าม "กระแสวูบวาบในโลกโซเชียล" และหันกลับมามอง "ผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้" มากขึ้น

อย่าหลงคิดแค่ว่า ตัวเองเป็นคนดีและคนอื่นโกง  ทั้งที่ตัวเองก็โกง ด้วยการชักจูงในคนเข้าใจผิดต่อสถาบันหลักของชาติ ทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ กองทัพและศาล ซึ่งปัจจุบัน สงครามข่าวสารที่ตนเองสร้างขึ้นถึงเวลาโดนตีกลับเพราะตนเองแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top