วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
"พิพัฒน์” ชี้ ตัวเลขจัดตั้งรัฐบาลให้มีเสถียรภาพ ใกล้เคียง 300 ที่นั่ง ระบุ สเปกพรรคร่วมรบ. นโยบายต้องไม่ขัดแย้งกับ ภท. บอก ต้องทำให้เคลียร์ หลังหลายหน่วยเรียกร้องนับคะแนนใหม่
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 09.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงทิศทางการตั้งรัฐบาลว่า ในปัจจุบันยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนได้แล้ว 95% จึงอยากให้รอให้เกิดความชัดเจนทั้งหมดก่อน จึงจะเริ่มหารือ เพราะฉะนั้น อะไรก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค
เมื่อถามว่า มองว่าความเหมาะสมของพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งน้อยยิ่งดีหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น แต่ต้องดูว่าอะไรที่จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการทำงานต่อ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และมองว่าตัวเลขที่เหมาะสมอยู่ที่ใกล้เคียงจำนวน 300 เก้าอี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า คำว่าเสถียรภาพนอกจากตัวเลข จำเป็นต้องดูที่รายชื่อของพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ตนมองว่าไม่ใช่ข้อจำกัด เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องไม่ดูเรื่องของนโยบายในการหาเสียงที่ผ่านมาของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร และมีนโยบายที่ขัดแย้งกับภูมิใจไทยหรือไม่ หากไม่ขัดแย้งเราจะคุยและหารือกัน
เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะนานหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่า กกต.จะรับรอง สส.เขตให้เกิดความเรียบร้อย และหลังจากนั้นหัวหน้าพรรค ภท.จะเป็นผู้เจรจา เมื่อถามอีกว่า มีความกังวลอะไรหรือไม่ เนื่องจากบางพื้นที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนที่นับใหม่อาจจะเกิดความผิดพลาดภายในหน่วย ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หรือกองเชียร์ที่ยังไม่มั่นใจ อาจจะมีการเรียกร้องให้นับใหม่ มองไม่เป็นเรื่องปกติ ซึ่งต้องทำให้เคลียร์
เมื่อถามว่า สส.พื้นที่ภาคใต้เป็นไปตามเป้าหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นไปตามเป้าหมาย 31 เก้าอี้ ซึ่งเราพยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็มีบางส่วนที่น่าเสียดาย แต่ทุกอย่างเป็นไปตามสถิติ เนื่องจากคนที่เป็น สส.เดิมหายไปทั้งหมด 8 คน แต่มี สส.หน้าใหม่มาชดเชยในส่วนที่ขาด
เมื่อถามถึงกรณีคนภาคใต้ลงประชามติไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ที่เห็นการลงประชามติขอให้แก้รัฐธรรมนูญประมาณ 19 ล้านคน ส่วนที่ไม่แก้ประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องแก้ อย่างไรก็ตาม ขออย่าไปดูว่าภาคไหนเป็นภาคไหน อยากให้ดูภาพรวมของประเทศมากกว่า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี