วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘ธรรมนัส’เดินเกมชิงล็อกขั้ว‘พรรคเล็ก’
โชว์ปึ้ก80เสียง
เปิดดีลพร้อมร่วมรัฐบาล
‘อนุทิน’ลั่นฟังเสียงปชช.
ส่งสัญญาณขออยู่ครบ4ปี
‘พท.’รับทำได้ทุกบทบาท
“อนุทิน” ยืนยัน ฟังเสียงปชช.ฟอร์มจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ขอคะแนนนิ่งก่อน แย้มเดินหน้าแล้วยังบอกไม่ได้ มั่นใจเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม 4 ปี เพราะการทำงานซื่อสัตย์ สุจริตไม่ฝืนความต้องการปชช.ย้ำรัฐบาลใหม่ต้องมีเสถียรภาพมากที่สุด “พิพัฒน์” ชี้จัดตั้งรัฐบาลให้มีเสถียรภาพใกล้เคียง 300 ที่นั่ง สเปกพรรคร่วมรบ. นโยบายต้องไม่ขัดแย้งกับภท. ด้าน “ธรรมนัส” เดินเกม “กล้าธรรม” ชิงล็อกพรรคเล็กแบไต๋มี 80 เสียงในมือ พร้อมรอเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาลพท.ยันไม่มีประสานจัดตั้งรบ. ลั่นพร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นคนจากพรรคภูมิใจไทย
ใช่หรือไม่ว่า ตอนนี้ผลการนับคะแนนยังอยู่ที่ 92% อย่าเพิ่ง ตนชอบทำอะไรที่เป็นขั้นเป็นตอน เราจะไม่พูดอะไรที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ควบคุมกฎคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)
‘อนุทิน’ย้ำฟังเสียงปชช.ฟอร์มรบ.
เมื่อถามว่าวางหลักการร่วมเสียงตั้งรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องสีเทาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่าวันนี้เรามีหลักคือฟังเสียงประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามา ตอนนี้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการก็190กว่าเสียง ก็ต้องให้ความสำคัญกับการตัดสินใจของประชาชนมาเป็นหลักในการตัดสินใจ วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนี้ต่อให้มีการดำเนินการก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
เมื่อถามว่าเพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพเสียงรัฐบาลควรจะเป็นเท่าไหร่นายอนุทินตอบว่าให้การยืนยันจำนวนสส.ของแต่ละพรรคเรียบร้อยก่อนเพราะยังต้องคำนวณสส.บัญชีรายชื่อด้วย จะมีพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาอีกหลายคนขอให้นิ่งก่อน
มั่นใจรัฐบาลใหม่จะอยู่ครบสี่ปี
เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะอยู่ครบสี่ปี เพราะประชาชนคาดหวังกับพรรคภูมิใจไทยสูง นายอนุทิน กล่าวว่า“ผมก็ต้องมั่นใจสิ รัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำต้องอยู่ครบ 4 ปี ด้วยการมีผลงานที่ซื่อสัตย์สุจริต รวดเร็ว ตอบสนองประชาชนได้ ทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติได้ ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ มันมีหลายโจทย์ต้องอยู่แล้วเข้มแข็งทำงานได้ทำประโยชน์ได้”
เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ4ปีแบบออร์แกนิกนายอนุทิน กล่าวว่าตนไม่มีประเด็นและกังวลเรื่องนี้ ทราบดีว่าการทำงานของตนไม่ทำเรื่องที่ผิดกฎหมายผิดศีลธรรมจรรยาหรือฝืนความรู้สึกประชาชน ยิ่งเที่ยวนี้ไม่ต้องกังวลเลย ตนต้องทำตามความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ ถ้าตนคิดจะทำอะไรแล้วฝืนความต้องการประชาชนก็จะไม่ทำ
ถ้าคุมกันไม่ได้ก็อยู่กันไม่ได้
เมื่อถามว่าจะสามารถควบคุมพรรคร่วมให้ดำเนินการตามนี้ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตัวเลขจากจำนวนสส.ที่คาดการณ์ว่าจะได้ตนจึงบอกว่ายังพูดอะไรได้ไม่มาก แต่เป็นนายกฯคุมได้แน่ ถ้าคุมกันไม่ได้ก็อยู่กันไม่ได้เท่านั้นเอง ประชาชนให้คะแนนมาขนาดนี้ ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์เรื่องบ้านใหญ่นั้น ตอนนี้บ้านใหญ่ก็อยากให้มีบ้านเล็ก ตอนนี้มีทั้งบ้านใหญ่ทั้งนักวิชาการ คำว่าบ้านใหญ่เป็นคำที่ไม่ดีหรืออย่างไร คำนี้เป็นความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นที่พึ่งพิงเป็นที่มั่นใจของประชาชนแล้วทำไมละ มีพรรคไหนที่ไม่มีบ้านใหญ่ก็มีกันทั้งนั้น
ลั่นบริหารระมัดระวังสูงสุด
เมื่อถามว่าจะคุมเสถียรภาพพรรคได้เหมือนตอนนี้ยังไม่ใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เสถียรภาพรัฐบาลอยู่ที่การทำงาน คนอื่นอาจมองจากตัวเลขแต่รัฐบาลของตนเถียรภาพเกิดจากการทำงาน ตนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมาแล้วทำงานได้หรือไม่ นโยบายต่างๆที่ผลักดันออกไปล่วนแต่เกิดประโยชน์กับประชาชน ก็ทำได้ไม่มีปัญหาไม่ว่าคนละครึ่งพลัส การป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ทางการทูต การปราบสแกมเมอร์ ก็ครบทุกอย่างทั้งที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เที่ยวนี้ก็น่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สิ่งที่ตนทำวันพรุ่งนี้ต้องมาจากบทเรียนของเมื่อวานไม่ต้องห่วงตนจะขับรถด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุดและไม่เกินความเร็วที่ควบคุม
สวนพท.เวลาชนะไร้พิรุธแพ้มีทุกที
เมื่อถามว่าทางพรรคเพื่อไทยออกมาวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีพิรุธเยอะมาก นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาชนะก็ไม่มีพิรุธ เวลาแพ้ก็มีทุกที ส่วนกระแสที่มีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่นั้น รัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้งหากกล่าวหาเช่นนี้ คือ กล่าวหา กกต.รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องและยังคอยประสานงานให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย การดำเนินงานจัดการเลือกตั้งทั้งหมดอยู่ในมือกกต.ทุกวันนี้ตนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลยังไม่รู้เลยว่าแต่ละพรรคจะมีกี่คนกันแน่
รอกกต.รับรองผลก่อนเพิ่ง2วันเอง
นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)กรณีที่มีกระแสข่าวพูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมจับมือตั้งรัฐบาลรวมถึงจับกับพรรคเพื่อไทยว่าทุกอย่างจะขยับอะไรต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ได้แต่เตรียมการคิดไปเรื่อยๆ เมื่อถามว่าจะต้องทำให้เร็วหรือไม่เพราะบางเรื่องประชาชนรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาอนุมัตินายอนุทินกล่าวว่าตามกรอบกฎหมายกกต.ต้องรับรองผลเลือกตั้งภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน เวลานี้เพิ่ง 2วัน ต้องให้เวลากกต.ทำงาน
ย้ำรบ.ใหม่ต้องมีเสถียรภาพมากสุด
เมื่อถามว่ารัฐบาลต้องทำงานควบคู่กันไปเพื่อความรวดเร็วในการบริหารราชการนายอนุทินกล่าวว่า มีกระบวนการความคิดอะไรหลายอย่างอยู่ในหัวอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเป็นขั้วเดิมในการทำงานไปด้วยกันใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า“บอกตอนนี้ไม่ได้ อย่าเพิ่งถามตอนนี้”เมื่อถามย้ำว่าจะมีสูตรร่วมรัฐบาลอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่บอก บอกไม่ได้ แต่จะต้องทำให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นใหม่มีเสถียรภาพมากที่สุดผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวเลข 300 หรือ 290 หรือเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม นายอนุทินยิ้มโดยไม่ตอบคำถามดังกล่าว
‘พิพัฒน์’ชี้ตั้งรบ.มีเสถียรภาพใกล้เคียง300
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้กล่าวถึงทิศทางการตั้งรัฐบาลว่าในปัจจุบันยังไม่ได้มีการพูดคุยกันซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งนับคะแนนได้แล้ว 95%จึงอยากให้รอให้เกิดความชัดเจนทั้งหมดก่อนจึงจะเริ่มหารือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค
เมื่อถามว่ามองว่าความเหมาะสมของพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งน้อยยิ่งดีหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่าไม่จำเป็น แต่ต้องดูว่าอะไรที่จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการทำงานต่อ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มองว่าตัวเลขที่เหมาะสมอยู่ที่ใกล้เคียงจำนวน 300 เก้าอี้
นโยบายต้องไม่ขัดแย้งกับภท.
ผู้สื่อข่าวถามว่าคำว่าเสถียรภาพนอกจากตัวเลข จำเป็นต้องดูที่รายชื่อของพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ตนมองว่าไม่ใช่ข้อจำกัดเพราะสุดท้ายแล้วเราต้องไม่ดูเรื่องของนโยบายในการหาเสียงที่ผ่านมาของแต่ละพรรคเป็นอย่างไรมีนโยบายที่ขัดแย้งกับภูมิใจไทยหรือไม่ หากไม่ขัดแย้งเราจะคุยและหารือกัน
ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจะนานหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่ากกต.จะรับรอง สส.เขตให้เกิดความเรียบร้อย และหลังจากนั้นหัวหน้าพรรค ภท.จะเป็นผู้เจรจา
‘ทรงศักดิ์’โยนอำนาจ‘หนู’ตัดสินใจ
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธให้ความเห็นถึงการจัดตั้งรัฐบาลความเหมาะสมควรมีจำนวน สส.เท่าไหร่ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการสินใจของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ที่จะเป็นคนตั้งซึ่งไม่ได้มีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าวเนื่องจากตนเพิ่งจะกลับมาจากต่างจังหวัด ขออนุญาตไม่ตอบด้านพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญรมช.กลาโหม ปฏิเสธการตอบคำถามว่าจะร่วม ครม.อนุทิน2หรือไม่ โดยกล่าวว่าขอให้ไปถามนายอนุทิน
‘ศุภจี’อุบนโยบายเร่งด่วนรบ.ใหม่
ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธตอบถึงนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอนุทิน โดยขอตัวเข้าไปร่วมประชุมครม.ทันที เมื่อถามย้ำว่าประชาชนอยากเห็นนโยบายใหม่ๆนอกเหนือจากการต่อยอด นางศุภจีกล่าวสั้นๆว่าเข้าใจค่ะ
‘ธรรมนัส’แบะท่าให้เกียรติภท.
ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯและรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยังว่า ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องดังกล่าว มีเพียงแค่การพูดคุยในการแสดงความยินดีเท่านั้น ขณะนี้ต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต.ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้ที่นั่ง สส. เพียง 58 ที่นั่งก็ต้องให้เกียรติพรรคภูมิใจไทยแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อนว่าจะมีทิศทางอย่างไร
มั่นใจสัมพันธ์ไร้บาดหมาง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยจะดัดหลังพรรคกล้าธรรทไม่ดึงมาร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว ส่วนตัวมองว่ายังไวเกินไปที่จะพูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำว่าจะเชิญหรือไม่เชิญ ตนเองเป็นนักการเมืองมีความพร้อมรับมือในทุกๆเรื่อง อย่าไปกังวลอะไร เมื่อถามว่ายังมั่นใจความสัมพันธ์กับนายอนุทินใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แล้วมีอะไรให้หมางใจกัน มีเหตุอันใดต้องหมางใจกัน
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าสำหรับภาพรวมของการเลือกตั้งในครั้งนี้ส่วนตัวรู้สึกพอใจและขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ซึ่งกว่า5,000,000 เสียงที่ได้รับเป็นเครื่องพิสูจน์ในหลายประเด็นที่พรรคถูกโจมตีมาโดยตลอด เพราะมองว่าเกมการเมืองการเลือกตั้งนั้นจบไปแล้ว ซึ่งต้องเคารพในการตัดสินใจของประชาชน และต้องไม่ผูกใจเจ็บกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่เคยโจมตี อย่าไปสร้างประเด็นให้เกิดความวุ่นวายในสังคม
ย้ำชัดไร้เงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาล
ร.อ.ธรรมนัสเชื่อมั่นว่าพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มียุทธศาสตร์ในการจัดตั้งรัฐบาลเตรียมไว้แล้ว ต้องรอเวลาให้มีความชัดเจน และยังไม่ใช่เวลาที่ที่จะมาคุยในเรื่องนี้ ในส่วนพรรคกล้าธรรมยังคงอยู่ในที่ที่ตั้ง ส่วนความคาดหวังหากได้ร่วมรัฐบาลและได้สานต่องานในกระทรวงที่เคยกำกับดูแลแล้วก็จะเป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ สมการทางการเมืองไม่ใช่สมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งเสถียรภาพรัฐบาลไม่จำเป็นต้องมี300เสียงขึ้นไป
พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่มีการทำสัญญาใจกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาเพราะเป็นการทำเพื่อบ้านเมือง พร้อมย้ำว่าไม่มีการฮั้วกันเพราะจะเห็นได้จากบางเขตก็มีการแข่งขันที่สูสี พร้อมย้ำว่าพรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล
ยันในครม.ไม่ได้คุยจัดตั้งรัฐบาล
ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงบรรยากาศในที่ประชุม ครม. ได้มีการหารือจับมือกันตั้งรัฐบาลแล้วหรือไม่โดยร.อ.ธรรมนัส หัวเราะก่อนตอบว่าไม่มี มีแต่เรื่องงานที่จะเดินหน้าต่อ โดยระหว่างนี้นายกรัฐมนตรีเน้นเรื่องการทำงานจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่เมื่อถามว่ามีการเปรยหรือไม่ว่าจะได้รัฐบาลใหม่ช่วงไหนร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าต้องรอจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะรับรองผลได้ครบ หากไปถามนายกฯท่านก็จะพูดแบบนี้ หลังจากนี้ตนจะเดินทางเข้ากระทรวงเพื่อทำงานต่อ
เมื่อถามว่ามีสัญญาณที่ดีส่งมาแล้วหรือยังว่าจะได้ร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มีสัญญาณอะไร ในห้องประชุมก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องการเมืองสักเท่าไหร่ อย่างมากก็แสดงความยินดีกับทุกคนที่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมรวมกันก็ได้200กว่าเสียง เกินครึ่งแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงายว่าร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าท่าทางที่ผ่อนคลายและยิ้มแย้มตลอดเวลา
‘ธรรมนัส’ขยับ!กธ.ล๊อคพรรคเล็ก
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกระแสการจัดตั้งรัฐบาลหลังผ่านการเลือกตั้ง สส.มาแล้วว่าจากเดิมพรรคกล้าธรรมตั้งเป้าจำนวน สส.น่าจะได้ประมาณ 80 ที่นั่ง ในจำนวนนี้ประเมินเบื้องต้น หากไม่โดนสกัด หรือเตะตัดขาระหว่างการเลือกตั้ง แต่ปัจจุบันได้ 58 ที่นั่ง ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ส่วนหลังจากนี้คาดว่าเสียงในมือของพรรคกล้าธรรมก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 ที่นั่ง ด้วยการรวมตัวกันกับพรรคเล็กพักน้อยที่จะมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม
แบไต๋มี80เสียงพร้อมร่วมรัฐบาล
“ทั้งนี้ขอย้ำว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเชิญพรรคไหนเข้าร่วมรัฐบาลซึ่งต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกัน แต่หากได้ร่วมรัฐบาลก็อยากทำงานในสิ่งที่ตัวเองถนัด แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคแกนนำ พร้อมยืนยันกล้าธรรมมีเสียงสส.ในมือแล้วไม่ต่ำกว่า80ที่นั่ง”ร.อ.ธรรมนัส ย้ำ
‘ตรีนุช’ยังไม่ได้คุย‘อนุทิน’ดีลตั้งรบ.
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมรัฐบาลได้รับการทาบทามแล้วหรือไม่ว่าขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันชัดเจนเนื่องจากเพิ่งจบจากการเลือกตั้ง ขอรอดูอีกนิดนึงก่อนเบื้องต้นพรรคพปชร.ได้ สส. 5 คน แบ่งเป็นเขต 4 คน และบัญชีรายชื่อ 1คน แต่ถึงอย่างไรต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองก่อน เมื่อถามว่าในที่ประชุมครม.มีการพูดคุยกันหรือไม่น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยจริงจังอะไรกันขนาดนั้นเพียงแต่เป็นการทักทายแสดงความยินดี ขอย้ำว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกันส่วนการตั้งครม.ชุดใหม่จะใช้เวลานานหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่าหากตามที่นายกรัฐมนตรีพูดไว้ก็คงต้องรอกกต.รับรองก่อนจึงจะสามารถทำได้ตามระบบ
แบะท่าพร้อมฟังเสียงปชช.ให้ภท.ชนะ
เมื่อถามว่าหากถูกทาบทามพปชร.พร้อมหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่าพรรคพปชร.ชัดเจนอยู่แล้วว่าฟังเสียงประชาชนและประชาชนก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า พรรคภูมิใจไทยของนายกฯก็ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นจำนวนมากและเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำงานร่วมกันด้วยดีตลอด เมื่อถามว่า จะมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันและทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค พปชร.ก็ยังไม่ให้ความเห็นในการร่วมรัฐบาล เพียงแต่แสดงความยินดีเท่านั้น
พท.ลั่นพร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท
ที่พรรคเพื่อไทย(พท.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคพท.กล่าวกรณีมีการทาบทามจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคอันดับ1ว่า ยังไม่มีการประสานมา เป็นเรื่องของพรรคอันดับหนึ่งที่จะดำเนินการในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เข้าใจว่า ต้องรอความชัดเจนในเรื่องของจำนวนและตัวเลขของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ก็ยังไม่นิ่ง ในส่วนของเราไม่ใช่ฝ่ายที่จะดำเนินการใดๆพร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาทอยู่แล้ว ยืนยันว่ายังไม่ได้เริ่มคิด แต่คงต้องมานั่งคุยกัน เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องมีการตัดสินใจ
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค กล่าวเสริมว่า ต้องรอให้ตัวเลขชัดเจน และรอให้คนสบายใจต่อผลการเลือกตั้งที่ออกมา เมื่อความรู้สึกยังไม่สงบ ยังไม่นิ่ง จะมานั่งพูดเรื่องการตั้งรัฐบาล มองว่าไม่คำนึงถึงความรู้สึกและความยุติธรรมที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ใส่ใจเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร อยากให้ใส่ใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์พอที่จะรับสิ่งต่างๆ เหล่านึ้ แล้วคำนึงถึงความรู้สึกประชาชน อย่าเพิ่งถามว่าใครจะตั้งกับใครเลย ต้องถามว่าวันนี้เหมาะสมหรือไม่ กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร หลายเรื่องที่เสนอมาแล้วถูกเงียบเฉยไปจะทำอย่างไร ดังนั้นต้องรอให้ทุกอย่างและตัวเลขนิ่งก่อน
เปิด 5 สูตรจัดตั้งรัฐบาล‘หนู’ใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังผลการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยชนะถล่มทลาย ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้อย่างเหนือความคาดหมายด้วยจำนวนที่นั่งส.ส.เกือบ 200 ที่นั่ง ทำให้ถือไพ่เหนือกว่า โดยจะต้องจับตา สูตรจัดตั้งรัฐบาลที่มีความเป็นไปได้ ได้แก่ สูตร 1 พรรคภูมิใจไทย 193 + พรรคกล้าธรรม 58 สูตรนี้จะได้เสียง ส.ส.ประมาณ 251 เสียง สูตร2 พรรคภูมิใจไทย 193+ พรรคกล้าธรรม 58 + พรรคขนาดเล็ก 35 สูตรนี้จะทำให้รัฐบาลมีจำนวนเสียงประมาณ 286 เสียง สูตร3 พรรคภูมิใจไทย 193 + พรรคเพื่อไทย 74 + พรรคกล้าธรรม 58 ซึ่งสูตรนี้จะทำให้เป็นรัฐบาลที่มีจำนวนเสียงเกิน 325 เสียง ส่งผลให้มีเสถียรภาพสูงสุด สูตร4 พรรคภูมิใจไทย 193+ พรรคเพื่อไทย 74+ พรรคประชาธิปัตย์ 22 สูตรนี้จะทำให้รัฐบาลมีจำนวนเสียงประมาณ 289เสียง สูตร5 พรรคภูมิใจไทย 193+ พรรคเพื่อไทย 74+ พรรคขนาดเล็ก 35 หากเป็นสูตรนี้รัฐบาลจะมี จำนวนเสียงประมาณ 302 เสียง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี