วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายกฯสั่งครม.เตรียมพร้อม
เอาแน่!เดินหน้าล้มMOU44
‘ฮุน มาเนต’โผล่ตั้งป้อมจี้ไทย
เร่งถก‘JBC’ปักปันเขตแดน
“อนุทิน” เผยสั่งการครม.เตรียมพร้อมยกเลิก MOU 44 ชี้ไร้ประโยชน์ที่จะเก็บไว้ ด้าน ฮุน มาเนต จี้ไทยเร่งถกกำหนดปักปันเขตแดนผ่าน JBC เร็วที่สุด หลังเลือกตั้งเสร็จ ยันจุดยืนไม่ยอมเสียดินแดน
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีประกาศจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่าวันเดียวกันนี้ (10 ก.พ.) จะสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม ไปดำเนินการเพื่อประกาศยกเลิก แต่ยังไม่ใช่รัฐบาลนี้เพียงแต่ต้องเตรียมการไว้เพื่อยกเลิกเอ็มโอยู 44 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่น้อยและไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่าอำนาจครม.ยกเลิกได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าทุกอย่างเป็นตามกฎหมาย
ด้านพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามสื่อว่ามีการทาบทามร่วมรัฐบาลใหม่หรือไม่ เพียงแต่ยิ้ม และเอามือป้องหู พร้อมกล่าวว่าไม่ได้ยิน
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ที่จะให้มีการปรับแก้ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ในที่ประชุมครม.ไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ คงต้องรอรัฐบาลใหม่พิจารณา
อีกด้านหนึ่งมีความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) พร้อมพลตรีสมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอก เกียรติศักดิ์ พรมตวง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 ร่วมให้การต้อนรับพลเอก Romeo S. Brawner Jr.เสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ (เทียบเท่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดฟิลิปปินส์)และคณะ ที่ศูนย์พัฒนาอาชีพชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ก่อนลงพื้นที่ฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมถึงปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ พร้อมตรวจภูมิประเทศฐานสแกมเมอร์ช่องจอม และแนวทางปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่จริง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์แนวทางประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ
ระหว่างการบรรยายช่วงหนึ่ง ฝ่ายไทยชี้ให้เห็นพื้นที่โอร์เสม็ด รีสอร์ตรอยัลฮิลล์ รีสอร์ต จ.อุดรมีชัย อยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมเพียง 500 เมตร ทหารกัมพูชาใช้อาคารเป็นฐานบัญชาการปล่อยโดรนพลีชีพกว่า 100 โจมตีทหารไทยจนได้รับบาดเจ็บหลายรายในการปะทะรอบล่าสุด นอกจากนี้ยังพบในอาคาร 6 ชั้น ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์หลอกลวงคนทั่วโลก มีการตกแต่งห้องต่างๆให้เป็นสถานีตำรวจของนานาประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย บราซิล เวียดนาม อีกทั้ง ยังพบกระดานที่มีข้อความภาษาอินโดนีเซีย เข้าใจว่ามีคนอินโดนีเซียส่วนหนึ่งเป็นเหยื่อของพวกแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ รวมไปถึงมีการตกแต่งเลียนแบบธนาคาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมมิจฉาชีพ-สแกมเมอร์
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ต่อมาคณะ AOT ประชุมวางแผนกับคณะเสนาธิการทัพฟิลิปปินส์ ที่ห้องประชุมหน่วยปฏิบัติการชายแดนประจำพื้นที่ 2 ไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม โดยมีการอธิบายเกี่ยวกับการพบหลักฐานเอกสารที่ทหารหารไทยยึดได้ เช่น แบบทดสอบความรู้พนักงานสแกมเมอร์ และยังพบเอกสารการวางแผนหลอกหลวงเหยื่ออีกนับ 10 ประเภท เช่น หลอกให้รักแล้วลงทุน หลอกให้เชื่อใจแล้วลงทุน จากแผนผังโครงสร้างของฐานสแกมเมอร์ช่องจอม มีขนาดใหญ่และจำแนกเป็นโซน
ต่อมาผู้สื่อข่าวตรวจสอบฝั่งตรงข้ามฐานแสกมเมอร์ พบเศษซากตึกพังจากแรงระเบิดช่วงมีการปะทะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารบอกว่า ถ้ามีคณะ AOT ลงพื้นที่สำรวจ กัมพูชาจะอยู่ไม่สุขสร้างความปั่นป่วน แต่วันนี้ดูเงียบผิดสังเกต ต่อมาพบรถจักยานยนต์ปริศนาขับวนเวียนไป-มาประมาณ 10 รอบ ห่างไป 1 กิโลเมตร และมีคนออกมาส่องกล้องหันมาทางคณะ AOT จากการตรวจสอบพบ เป็นความเคลื่อนไหวของทหารเขมร ยังไม่ทราบจุดประสงค์ที่แน่ชัด หลังเสนาธิการฟิลิปปินส์พร้อมคณะ AOT ตรวจสอบและรับทราบสถานการณ์ปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเรียบร้อย และพร้อมพร้อมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาต่อไป
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเดอะ พนมเปญ โพสต์รายงานอ้างฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเผยว่า
หวังว่าหลังการเลือกตั้งในประเทศไทยเสร็จแล้ว ทางการไทยจะเริ่มกลับมาเปิดการเจรจาเรื่องการสำรวจและการปักปันเขตแดนอีกครั้ง ผ่านกลไกขณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) พร้อมย้ำว่า สิ่งนี้จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนได้
ฮุน มาเนตยังกล่าวย้ำระหว่างพบปะกับนักเรียนระดับหัวกะทิของประเทศ ซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่สอบได้เกรด A ในการสอบเพื่อจบการศึกษาระดับมัธยมตอนหนึ่งว่า กัมพูชาจะเดินหน้าปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตนต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ มิใช่ด้วยการใช้กำลัง แต่เรื่องนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไทยมีการเลือกตั้ง แต่ในโอกาสข้างหน้า ตนหวังว่า กลไก JBC จะเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะเกิดสันติภาพระหว่างสองประเทศ ประชาชนตามแนวชายแดนของสองประเทศ จะไม่ต้องเผชิญความยากลำบากเหมือน 6 เดือนที่ผ่านมา
“สำหรับเรื่องชายแดนกัมพูชา-ไทยนั้น ถือเป็นพรมแดนระหว่างประเทศระหว่างรัฐต่อรัฐ และได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกฎบัตรประชาชาติ ดังนั้น กัมพูชา จึงยังคงรักษาจุดยืนอันเด็ดขาดในการปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนทั้งปัจจุบันและอนาคต โดยการใช้ทุกวิถีทางที่กัมพูชามีอยู่ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และกัมพูชาจะไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาดต่อการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนใดๆ หรือการเข้ายึดครองดินแดนอย่างผิดกฎหมาย ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทำผ่านการใช้กำลัง”ฮุน มาเนต กล่าว และว่า เขมรจะแก้ไขข้อพิพาทด้านเขตแดนผ่านกลไกที่สันติ เป็นไปตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงเอกสารที่ตกทอดมาจากยุคอาณานิคมฝรั่งเศส อีกทั้งยืนยันว่ากัมพูชากำลังแสวงหาหนทางแก้ไขข้อพิพาทนี้ให้เสร็จสิ้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาเรื้อรังถึงคนรุ่นหลัง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี