'ประชาคมแพทย์' ชี้ปมโดมถล่ม คือบททดสอบภาวะผู้นำของว่าที่นายกฯ

'ประชาคมแพทย์' ชี้ปมโดมถล่ม คือบททดสอบภาวะผู้นำของว่าที่นายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.19 น.

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จากโดมถล่ม…สู่บททดสอบภาวะผู้นำของว่าที่นายก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดเหตุหลังคาโดมขนาดใหญ่ภายในศูนย์ฝึกอบรมและทดสอบทักษะของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) บริเวณบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พังถล่มลงมาในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวนและลมพายุค่อนข้างแรง โครงสร้างดังกล่าวเป็นงานก่อสร้างของ Sino-Thai Engineering and Construction หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ซิโน-ไทย” ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ

เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ แต่ภาพโครงสร้างขนาดใหญ่พังถล่มก็สร้างความกังวลในสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญเหตุโครงสร้างก่อสร้างเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งในระยะหลัง

คำชี้แจงของบริษัท บริษัทซิโน-ไทยออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า โครงสร้างดังกล่าวออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานวิศวกรรม เหตุการณ์เกิดจากแรงลมพายุที่รุนแรงผิดปกติ พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริง สาระสำคัญของคำชี้แจงคือการยืนยันว่าเหตุเกิดจาก “ปัจจัยทางธรรมชาติ” มากกว่าความบกพร่องด้านคุณภาพการก่อสร้าง

บททดสอบ…หรือลางร้ายของว่าที่ผู้นำ เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นในจังหวะที่ประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านผู้นำ คำถามจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่โครงสร้างพังเพราะอะไร แต่ขยับไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า — ภาวะผู้นำจะรับมืออย่างไร สำหรับผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งในอดีตเคยมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจกับซิโน-ไทยผ่านครอบครัว แม้จะยืนยันว่าได้แยกบทบาททางธุรกิจมานานแล้วก็ตาม นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนทางการเมือง บางคนมองว่านี่คือ “บททดสอบ” บางคนมองว่านี่คือ “ลางร้าย” แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ — จะจัดการอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจว่า การตรวจสอบจะโปร่งใสและเป็นอิสระจริง


ประเด็นที่สังคมหลีกเลี่ยงไม่ได้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่คำถามที่ควรถามคือถ้ามีผู้บาดเจ็บ หรือมีผู้เสียชีวิตล่ะ?โครงสร้างสาธารณะไม่ได้มีไว้ตั้งโชว์มันมีไว้รองรับชีวิตผู้คนถ้าในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่กำลังฝึกงานอยู่ถ้ามีแรงงานกำลังปฏิบัติงานถ้ามีประชาชนอยู่ในพื้นที่ผลลัพธ์อาจแตกต่างอย่างสิ้นเชิงการบริหารประเทศไม่ใช่การรอให้เกิดโศกนาฏกรรมก่อนแล้วค่อยปฏิรูปภาวะผู้นำที่แท้จริงคือการมองเห็น “ความเสี่ยงที่ยังไม่เกิด” แล้วจัดการมันก่อน

ภาวะผู้นำวัดกันที่อะไร ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้นำมีทางเลือกอยู่สามแบบ

1. เงียบ และปล่อยให้บริษัทชี้แจงเอง
2. รีบออกมาปกป้องก่อนผลสอบจะชัด
3. แสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องการตรวจสอบอิสระและมาตรฐานความปลอดภัย

ตัวเลือกที่สามเท่านั้นที่สร้างความเชื่อมั่นระยะยาว เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่คำอธิบายว่า “ลมแรง” แต่คือความมั่นใจว่า ถ้ามีความบกพร่อง จะมีความรับผิดชอบ ถ้ามีช่องโหว่ จะมีการแก้ไข และถ้ามีความเสี่ยง จะไม่ปล่อยให้เกิดซ้ำ

บทสรุป

เหตุการณ์นี้อาจไม่ใช่ลางร้ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กมันคือช่วงเวลาที่ผู้นำต้องพิสูจน์ว่าเมื่อมาตรฐานสาธารณะเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ส่วนตัวจะเลือกยืนข้างอะไรเพราะภาวะผู้นำที่แท้จริง ไม่ได้วัดตอนวันที่ไม่มีปัญหาแต่วัดในวันที่ยังไม่มีใครเสียชีวิตแล้วคุณตัดสินใจทำอะไรกับความเสี่ยงนั้น.

แอดมิน ประชาคมแพทย์ 12 กพ.2569
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top