ปิดจ๊อบชลบุรี เขต 1 มติ กกต.ไม่นับใหม่ ยันโปร่งใส-ไร้ทุจริต

ปิดจ๊อบชลบุรี เขต 1 มติ กกต.ไม่นับใหม่ ยันโปร่งใส-ไร้ทุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.10 น.

มติ กกต.ไม่สั่งนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี หลังผลสอบไร้หลักฐานบ่งชี้มีความผิดพลาดในการนับคะแนน ผู้ร้องมีแต่คำกล่าวอ้าง แต่สั่งนับคะแนนใหม่ มทร.ธัญบุรี พร้อมสั่งออกเสียงใหม่ 3 หน่วย ใน 3 จังหวัด ด้านประธาน กกต.สุดอัดอั้นถูกข่มขู่ให้ติดคุก สวนกลับช้าตรงไหน รับรอง สส.มีเวลา 60 วัน ขณะที่ใช้เวลาแค่ 2 วันสอบเหตุชลบุรี ชี้ครบทุกมิติ ยันพิจารณายึดหลักกฎหมาย ไม่ทำตามอำเภอใจ

12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.และ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปปี 2569 และการออกเสียงประชามติ ภายหลังมีการประชุมมาตั้งแต่ช่วงเวลา 10.00 น.


นายณรงค์ กล่าวว่า ตนและคณะทำงานจะแถลงเรื่องความจริงเราจะแถลงความจริงทุกประเด็นไม่มีปิดบัง และยินดีให้ซักถามทุกประเด็น โดย กกต.ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ทำตามรัฐธรรมนูญ ทำตามกฎหมาย ทำตามระเบียบทุกอย่าง

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.ได้มีการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่แรกคือ เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 แขวงคันนายาว เนื่องจากมีเหตุพายุฝนฟ้าตกทำให้บัตรเลือกตั้งและแบบขีดคะแนนเกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่ง กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการรายงานของ ผอ.กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง เรียบร้อยแล้วอาศัยอำนาจตามมาตรา 121 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ซึ่งมีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงการออกเสียงประชามติในหน่วยนี้ ในวันที่ 22 ก.พ.2569

ส่วนจังหวัดที่ 2 คือ จังหวัดที่น่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน กรณีที่ กปน.ประกาศงดการนับคะแนนหลังพบว่า กปน.ได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 69 ใบ คร่อมกับหมายเลขผู้สมัคร ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นบัตรดีหรือบัตรเสียอย่างไร จึงประกาศงดนับคะแนนและการรายงานต่อ กกต.เขต และเสนอต่อ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยอาศัยมาตรา 121 แห่ง พ.ร.ป.สส.ให้จัดการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถานใหม่ ในวันที่ 22 ก.พ.2569 พร้อมเปลี่ยนแปลง กปน.ชุดใหม่

ส่วนที่ 3 จังหวัดอุดรธานี กรณี กปน.ได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ คร่อมหมายเลขของพรรคการเมือง ซึ่งกรณีนี้ กปน.ตรวจสอบพบระหว่างการนับคะแนนจึงประกาศงดการนับคะแนน และรายงาน กกต.เขตเพื่อเสนอ กกต.เพื่อสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ดังนั้น กกต.จึงสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในเขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ในวันที่ 22 ก.พ.2569 พร้อมเปลี่ยนแปลง กปน.ชุดใหม่

กรณีที่ 4 จังหวัดมหาสารคาม ในเขตเลือกตั้งที่ 1 กรณีมีการทักท้วงเรื่องป้ายรวมคะแนนซึ่งติดตั้ง ณ บริเวณศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองมหาสารคาม เนื่องจากผลคะแนนของผู้สมัครบางคนมีความคลาดเคลื่อนซึ่งกกต.เขตได้ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งแล้ว พบว่ามีผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลท่าสองคอน ไม่ได้นำมารวมเป็นคะแนนแก่ผู้สมัคร เมื่อตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องแล้วได้มีการดำเนินการแก้ไขป้ายรวมคะแนนหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งให้รับทราบ ซึ่งกรณีนี้ กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องซึ่งเป็นไปตามมาตรา 124 ของ พ.ร.ป.สส.

กรณีที่ 5 จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งมีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น แต่กระบวนการในการนับคะแนน โดยรอบแรกน้องๆ นักศึกษาได้ทักท้วงคัดค้านว่าการนับคะแนนไม่สามารถสังเกตการนับคะแนนได้ชัดเจน เนื่องจากนับในบริเวณอาคาร เมื่อ กกต.จังหวัด และ กกต.เขตรับทราบก็มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่โดยแต่งตั้งกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยน้องๆ นักศึกษาดำเนินการนับคะแนน ซึ่งต้องขอย้ำว่าทั้ง 2 รอบนี้ไม่ทำให้ผลการนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่การสั่งให้นับคะแนนใหม่นั้นเป็นอำนาจของ กกต.ใหญ่ ดังนั้น กกต.จึงอาศัยมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.สส.สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ นอกเขต นอกราช ของเขตเลือกตั้งที่ 7 บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย

"กระบวนการสั่งนับคะแนนใหม่การพิจารณาการนับคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีคือ 1 เป็นไปตามมาตรา 122 ของ พ.ร.บ.สส.คือ กรณีบัตรเลือกตั้งกับผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกันซึ่ง กกต.สามารถพิจารณาสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือการนับคะแนนใหม่ได้ แต่ในมาตรานี้กำหนดว่ากรณีที่การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมไม่มีผลทำให้เปลี่ยนผลการเลือกตั้ง กกต.อาจสั่งยุติเรื่องได้ กรณีที่ 2 ตามมาตรา 124 การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งกรณีนี้ กกต.ถึงจะสามารถสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้" ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีจังหวัดชลบุรีเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองชลบุรี หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนแล้วมีมวลชนบางส่วนได้เข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตร ซึ่งเป็นสถานที่บริเวณโรงยิมของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ย้ำว่าขนาดนั้นเป็นขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตร หลังแต่ละหน่วยนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว และส่งผลการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้งมาส่งยังสถานที่ที่ กกต.เขตกำหนด เมื่อตรวจรับทุกอย่างครบถ้วนแล้วกระบวนการต่อไปก็เป็นกระบวนการที่ กกต.เขตจะต้องยุบรวมหีบบัตร จะมีการตัดสายรัดนำเอกสาร ถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้วมารวมกันให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบ เพื่อให้เหลือจำนวนหีบที่น้อยที่สุด รวมถึงคัดแยกเอกสารต่างๆ เพื่อรวบรวมทุกอย่างนำไปส่ง ผอ.กกต.จังหวัด

แต่เกิดเหตุไม่เข้าใจกันขึ้น น้องๆ ไปรวมตัวกันที่สถานที่ยุบรวมหีบบัตรแล้วเสนอขอให้มีการสั่งนับคะแนนใหม่ แต่อย่างที่บอกว่าการสั่งนักคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีเท่านั้น ดังนั้น กรณีนี้เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กกต.จึงมอบให้ นายครรชิต รองเลขา กกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่ามีกระบวนการอย่างไร ทั้งกระบวนการทักท้วง ซึ่งกฎหมายเขียนชัดว่ากระบวนการลงคะแนน นับคะแนน หากมีข้อบกพร่องผิดพลาดในกระบวนการนับคะแนน ผู้สังเกตการณ์สามารถทักท้วงคัดค้านระหว่างการนับคะแนนได้ รวมไปถึงระหว่างการรวมคะแนนจนเสร็จสิ้นการลงคะแนน

นายครรชิต กล่าวว่า จากการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้ง สส.เขต 1 จังหวัดชลบุรี ตามที่มีผู้ชุมนุม แต่มีผู้ยื่นคำร้องเพียง 10 ราย มี 3 ประเด็นที่ได้ตั้งเอาไว้ มีผู้มาให้ถ้อยคำ 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คน ให้ถ้อยคำว่าไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ประเด็นแรก 1.เรื่องไฟดับในที่ลงคะแนนเลือกตั้ง น้องๆ ที่ร้องอ้างคลิปมี ไฟดับแล้วยังมีพัดลมหมุน แต่ไปที่ทราบแล้วว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่จังหวัดชลบุรีแต่เกิดที่จังหวัดนนทบุรี แล้วเราได้ตรวจสอบถามไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าแขตเลือกตั้งที่ 1 มีไฟฟ้าดับหรือไม่ ได้รับการยืนยันว่ามีไฟฟ้าดับ 4 หน่วย คือหน่วย 36, 37, 38, 39 ตำบลแสนสุข ดับไป 40 นาที แต่หน่วยที่ 37, 38, 39 นับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงหน่วย 36 ที่นับคะแนนไม่เสร็จและกปน.ได้หยุดนับคะแนน รอไฟฟ้ากลับมา 40 นาที แล้วนับใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีผู้ทักท้วง

ประเด็นที่ 2 จำนวนผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้องตรงกัน ตรงนี้ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุ ว่าหน่วยไหนเพียงแต่บอกว่ามีหน่วยที่ 11 ถึง 15 กรรมการรวบรวมผลคะแนนบวกคะแนนช้าใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง จึงไปสอบสวนทั้งหน่วยที่ 11 ถึง 15 ใช้เวลาใกล้เคียงกันไม่มีอะไรผิดปกติและออกจากหน่วยประมาณ 20.00 น.ไปถึงที่ส่งหีบบัตรประมาณเที่ยงคืน ไม่มีเหตุผิดปกติ และประเด็นที่ 3 การนับคะแนน อ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุว่าจุดไหน เราจึงตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 160 กว่าหน่วยไม่มีการทักท้วงการนับคะแนน ดังนั้น ถือว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว

นอกจากนี้ กกต.ยังให้คณะตรวจสอบไปตรวจสอบเพิ่มเติมกรณีที่ปรากฏตามสื่อต่างๆว่าบัตรเลือกตั้งทำไมไม่มีการใช้สายรัด และมีบัญชีแบบปิดคะแนนไปอยู่ในถังขยะ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 เมื่อส่งหีบบัตรเดิมจะไปส่งที่ศาลาประชาคม แต่เนื่องจากศาลาประชาคมที่เคยใช้ในครั้งก่อนพื้นที่แคบไม่สะดวก ทาง ผอ.เขต และ กกต.เขต จึงไปขอใช้โรงยิมสนามแบดมินตันของเทศบาล ซึ่งเป็นจุดที่รถเข้าออก สะดวกและจัดยุบรวมหีบบัตรที่นั่น เจตนาก็เพื่อความสะดวกจากนั้นจะขนไปที่ศาลา ประชาคมเพื่อจัดการให้เรียบร้อยก่อนส่งไปที่โกดังที่สำนักงาน กกต.ชลบุรี เช่าอยู่ซึ่งทุกเขตจะไปรวมกันที่นั่น แต่ระหว่างที่ยุบรวมหีบบัตร

จากการตรวจตามรถสีแดงที่บรรทุกรถมีบัตรไปศาลาประชาคม ก็ดำเนินการไปแล้ว 90% อีก 10% เอกสารต่างๆ ยังกองอยู่ที่สนามแบดมินตัน ซึ่ง 2 จุดนี้ห่างกัน 500 เมตร แต่ระหว่างที่กำลังจะขนปรากฏว่า มีมวลชนกลุ่มน้องๆ เข้าไปตรวจสอบว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ถูกต้องหรือไม่ซึ่งมีมวลชนไปเยอะจึงไม่สามารถเคลื่อนรถมาได้และน้องๆ ได้เข้าไปในสนาม ซึ่งเข้าไปก็จะไปเจอกองเอกสารที่ยังจัดเก็บให้เรียบร้อยประมาณ 10% น้องๆ ก็จะใช้และอ้างว่าเก็บมาจากถังขยะ ซึ่งในโรงยิมไม่มีถังขยะ มีแต่กรองเอกสารที่เตรียมจะเคลียร์อยู่ 10% ซึ่งย้ำว่าเป็นเอกสารที่ไม่ได้ทิ้ง

ส่วนกรณีมีข้อสงสัยว่าทำไมไม่ใช้สายรัดตามที่เรียนมาแล้วว่าจากโรงยิมไปถึงศาลาประชาคมประมาณ 500 เมตร เหตุที่ไม่ใช้สายรัดและทำกล่องไม่เรียบร้อย เนื่องจาก ผอ.เขต หรือ กกต.เขต ขอใช้พื้นที่เทศบาลตรงนี้ถึงวันที่ 9 ก.พ.แล้วเทศบาลมาเร่งรัดว่าต้องเคลียร์ให้เสร็จภายในวันที่ 9 ก.พ.เพราะจะใช้งานวันที่ 10 ก.พ.จึงต้องรีบเอาออกจากตรงนี้ก่อน โดยตั้งใจจะไปใช้ที่ศาลาประชาคม ทั้งนี้ สายรัดตามคลิปที่ปรากฏตามสื่อ ซึ่งน้องๆ บอกว่าสายรัดมีจำนวนมากทำไมไม่ใช้ แต่จริงๆ แล้วสายรัดพวกนี้มาจากหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งในการจัดการเลือกตั้ง กกต.เขต จะแกะสายรัดไปตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ แล้วมีเผื่อสายรัดเอาไว้ 1 เส้น เผื่อเกิดการชำรุด เมื่อบรรจุเอกสารในหีบบัตรแล้วรัดสายเรียบร้อยแล้ว เมื่อยุบรวมหีบบัตรผู้ที่ยุบรวมหีบบัตรก็ต้องตัดสายรัดออก ใส่ถุงรวมกันไว้ตรงนี้ แล้วน้องก็ถามว่าทำไมไม่ใช้แต่จริงๆ ใช้ไปแล้วส่วนอีก 3 - 4 อันที่สมบูรณ์อยู่คือกรณีที่เหลือจากหน่วย ไม่ใช่กรณีที่เจตนาจะใช้ในการยุบรวมหีบบัตรที่ศาลาประชาคม ดังนั้น สายรัดที่โรงยิมจะไม่มีใช้

"จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า ยังไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีเขตเลือกตั้งที่ 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องจึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.สส.ประกอบกับข้อ 223 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.เห็นควรยุติเรื่อง" นายครรชิต กล่าว

ส่วนประเด็นคือ บัตรขีดคะแนน สส.5/11 เหตุใดจึงสามารถนำมาโชว์ถ่ายรูปได้ ขอเรียนว่า ที่ กปน.เมื่อดำเนินการเสร็จจะมีการบรรจุในหีบบัตรเลือกตั้งประกอบด้วยบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็น 3 ถุง เรียกว่าถุงชั้นใน ส่วนถุงชั้นนอก จะประกอบด้วยเอกสารต่างๆ รวมถึงแบบขีดคะแนน 5/11 นี้ด้วย ก่อนจะเก็บรวมในหีบบัตร แต่ปรากฏจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงหน่วยที่สามารถเอามาถ่ายรูปและโชว์ได้เขาไม่ได้ใส่ไว้ในถุงชั้นนอก คือรัดถุงเสร็จก็วางไว้ข้างบนก่อนปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เมื่อเปิดหีบบัตรเลือกตั้งบัตรตรงนี้จึงไม่ได้อยู่ในถุง สามารถหยิบได้

ด้าน ประธาน กกต.กล่าวเสริมว่า เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้น ทาง กกต.ก็นัดประชุมทันที ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่องเราต้องมีข้อมูลเพียงพอ ในการวินิจฉัยจึงแต่งตั้ง ให้ไปสอบข้อเท็จจริงใช้เวลา 2 วัน ซึ่งจากสำนวนการสอบข้อเท็จจริงมาทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายผู้ร้อง กับฝ่ายที่ปฏิบัติ ฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อชั่งน้ำหนักซึ่งเหมือนกับทานเขียนคำพิพากษาดูความเชื่อมโยงของพยาน ประเด็นที่แถลงตามคำร้องมี 3 ประเด็นที่แถลงไปแล้ว แต่ กกต.ก็ได้มอบหมาย ให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ในการนับคะแนนนั้น เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่

"กกต.ทุกคนวันนี้ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ในการดูประเด็นต่างๆ เรายืนยันได้ว่า กกตไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้และเราไม่จำเป็นต้องทำเพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่านอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว รอตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย ขอยืนยันเฉพาะตรงนี้ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปต่อ ยืนยันว่าเราตรวจสอบทุกมิติดูแลอย่างละเอียด เพราะเป็นเรื่องสำคัญ" ประธาน กกต.กล่าว และว่า ส่วนที่มีผู้แจ้งความกลับว่า กกต.แจ้งความเท็จที่ จ.ชลบุรี นั้น ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย จึงคิดว่าดำเนินการไปตามขั้นตอน

เมื่อถามถึงกรณีมีการพูดถึงบัตรลงคะแนนมีการสแกนบาร์โค้ดทำให้เห็นข้อมูลผู้เลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งการที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดนั้น คือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า บัตรนั้นเป็นบัตรล็อตไหน ของหน่วยไหนเพื่อเป็นมาตรการควบคุมของ กกต.ซึ่งบาร์โค้ดเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยชั้นดี เพื่อให้รู้ที่มาที่ไปไม่ใช่ว่าเป็นของพรรคการเมืองไหนอันนี้ขอยืนยัน

เมื่อถามว่า การแจ้งความกับเด็กกังวลว่าจะเกิดกระแสลุกฮือหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เนื่องจากว่ากรณีแจ้งความนั้นเป็นกรณีของผู้เสียหายเมื่อกกตประจำเขตเลือกตั้งซึ่งถือเป็นผู้เสียหาย เมื่อมีการบุกรุกเข้าไปในสถานที่หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเขา เขาก็ต้องตรวจสอบแจ้งความ รวมถึงกรณีมีการนำเอกสารของเขาซึ่งเป็นเอกสารราชการซึ่งผู้เสียหายที่เป็นผู้รับผิดชอบ เขาจึงมีความจำเป็นที่ต้องแจ้งความ เพื่อเป็นการคุ้มครองตัวเองด้วยเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเอกสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขาไปอยู่ตรงไหนอย่างไร

เมื่อถามว่า เมื่อเช้านี้มีประชาชนมาปาปลาร้าที่หน้าสำนักงาน กกต.เราจะมีการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า เรามีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และคิดว่าได้ทำเต็มที่เรื่องความปลอดภัยก็ตามที่สื่อเห็น มีการดูหมิ่นดูแคลนอาฆาตมาดร้าย กกต.บอกว่าต้องเปลี่ยนที่นอนก็ไม่เป็นไร เราจะยืนหยัดทำหน้าที่ตามกฎหมาย เราก็กลัวกันหมด แต่เราก็ต้องยืนหยัดทำหน้าที่

เมื่อถามว่า การแก้ไขปัญหาของ กกต.มีความล่าช้า นายณรงค์ กล่าวว่า ความล่าช้าคืออะไร ไม่ใช่เอาตามอำเภอใจ อย่างของชลบุรีบอกว่าต้องนับใหม่ทันที ถ้ากฎหมายบอกว่าให้ทำได้เราก็ทำแล้ว ตามกฎหมายมีกระบวนการขั้นตอนอยู่ท่านไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่ในชลบุรีเราดำเนินการสืบสวนสอบสวน 2 วัน และตามกฎหมายการรับรอง สส.กำหนดไว้ 60 วัน เราไม่ได้ล่าช้า เราทำงานทุกวันตลอดเวลา

นายณรงค์ กล่าวอีกว่า หลังการเลือกตั้ง กกต.ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด และพยายามตรวจสอบทุกเรื่องที่มีการร้อง แม้บางเรื่องจะไม่เข้าข้อกฎหมาย อย่างกรณีของชลบุรี 3 ข้อที่ร้องก็ไม่เข้าเงื่อนไขของกฎหมายเลย แต่เราก็พยายามดู ให้ไปดูเรื่องการนับคะแนนว่าสุจริตหรือไม่ก็ต้องทำให้การเลือกตั้งเกิดความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือ ยืนยันพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทุกอย่าง ไม่เคยปิดบัง และพร้อมทำความเข้าใจในทุกเรื่อง

เมื่อถามอีกว่า กกต.ได้มีการประเมินการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า ผมคงประเมินเองไม่ได้ เป็นเรื่องที่ท่านต้องประเมิน แต่อยากให้ดูว่าวันที่ 8 ก.พ.มีเหตุการณ์ที่ไม่สงบเรียบร้อยหรือไม่ ทั้งเรื่องการนับคะแนนและเรื่องการอำนวยความสะดวกก็ดี ในวันเลือกตั้งมันเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นท่านคิดเอาเอง

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top