542.jpg
กกต.ปักธงตั้ง 7 ประเด็น ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. ยันไม่เลื่อนบทสรุปจบเดือน ส.ค.

กกต.ปักธงตั้ง 7 ประเด็น ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. ยันไม่เลื่อนบทสรุปจบเดือน ส.ค.

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.26 น.

กกต.ปักธง ตั้ง 7 ประเด็นข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. ยันไม่เลื่อนบทสรุปจบเดือน ส.ค. รับข้อหายังไม่แน่น บางประเด็นแม้อยากสอบเพิ่ม แต่สังคมกดดัน หวั่นถูกมองยื้อคดี

22 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลทฟ์ ศูนย์ราชการ กรุงเทพฯ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสสังคมและฝ่ายค้านยังไม่มั่นใจในการทำหน้าที่ของ กกต.ในการทำคดีฮั้ว จึงมีการนำข้อมูลออกมาตีแผ่ว่ามีกระบวนการฮั้ว สว.เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะที่มีนักการเมืองระดับสูงโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีเข้าไปมีเกี่ยวข้องนั้น


นายสิทธิโชติ ชี้แจงว่า สำนวนการสอบสวนคณะอนุกรรมการที่ 26 เป็นสำนวนตัวตั้งที่รวบรวมหลักฐานทั้งหมดไว้ หากมีการพูดถึงพยานหลักฐานใหม่ หรือพยานอื่นที่ออกมาพูดในตอนนี้ให้เห็นว่ามีการกระทำเช่นนั้นจริง ถ้าพยานเหล่านี้ไม่ได้นำเข้าสู่สำนวนในชั้นคณะอนุกรรมการที่ 26 ด้วยเหตุผลที่ไม่มาแจ้ง หรือคณะฯที่ 26 ไม่ทราบ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะพอไม่ได้อยู่ในสำนวน อย่างที่เรียนว่าพยานหลักฐานเราต้องพิจารณาจากในสำนวน เนื่องจากพยานหลักฐานได้รับการพิสูจน์ และโต้แย้งกันจากฝั่งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาแล้ว แต่ถ้าอยู่นอกสำนวน มันก็จะเหมือนเหตุการณ์ทุกวันนี้ ถ้ามีคนมาพูดเพิ่มเติมนอกเหนือจากพยานที่ปรากฏอยู่ในสำนวนแล้ว แม้จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้แก้ข้อกล่าวหาด้วย จึงไม่สามารถนำมาพิจารณาได้

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นำข้อมูลเก่าที่อยู่ในสำนวนออกมาตีแผ่ เพื่อให้สังคมเห็นความโปร่งใสของ กกต.หรือกลัวว่า กกต.จะเป่าคดีทิ้งกลางทาง มองเรื่องนี้เป็นการล้ำเส้นการทำงานของ กกต.หรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่านายยิ่งชีพ เอาข้อมูลนี้มาจากไหน อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลอยู่ว่าสมมุติถ้าหากข้อมูลนี้มีอยู่จริงในสำนวนส่งต่อศาลแล้วเอามาพูดต่อ ตนเกรงว่าข้อมูลดังกล่าวจะทำให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถเตรียมตัวในการแก้ลำ ซึ่งเรื่องนี้ก็ดี 2 ทางคือ เหมือนกับพูดให้ประชาชนรู้ แต่อีกทางหนึ่งก็เป็นความเสียหายในเชิงของการดำเนินคดี ทำให้ผู้ถูกหาหรือว่าพยานหลักฐานไปถูกทำลาย หรือรู้วิธีการ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ความไม่มั่นใจในการทำหน้าที่ในคดีนี้ของ กกต.เนื่องจากมี กกต. 4 คน ที่ถูกเลือกโดย สว.ชุดนี้ อาจถูกครอบงำหรือชี้นำได้นั้น นายสิทธิโชติ กล่าวว่า กกต.ท่านเป็นคนดี ท่านเป็นคนเก่ง เพราะฉะนั้นท่านจะรู้ว่าพยานหลักฐานที่ปรากฏมันมีเพียงใดที่จะพอรับฟังได้ ทุกคนมีดุลพินิจ อย่าไปกังวล เชื่อว่าทุกคนจะเห็นแก่บ้านเมือง

สำหรับความคืบหน้าในการพิจารณาคดีฮั้ว สว. นายสิทธิโชติ กล่าวว่า คืบหน้าไปพอสมควรแล้ว เราพิจารณาไปหลายข้อหา ซึ่งเราตั้งทั้งหมด 7 ประเด็น และไล่ไปเรื่อยๆ ตอนนี้เหลือเพียงปลีกย่อยและส่วนสำคัญที่ยังไม่ได้พิจารณา โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพาดพิงถึงนักการเมือง ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาในช่วงกลางเดือนหน้า

เมื่อถามอีกว่า คาดว่าในปีนี้จะเห็นความชัดเจนผลสรุปของคดีหรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า แน่นอน เพราะประธาน กกต.ก็ได้วางไทม์ไลน์ไว้แล้วอยากจะให้จบภายในเดือน ส.ค.ซึ่งไม่น่าจะขยายเวลาแล้ว แม้ว่าข้อมูลจะไม่พอ แต่ถ้ากกต.ไปสั่งให้สอบเพิ่มก็เกรงว่าจะเกิดความล่าช้า ทั้งนี้อยู่ที่มติของกกต.ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เพราะบางเรื่องคณะฯชุดที่ 26 ทำไม่ทัน ซึ่งกว่าตั้งคณะชุดนี้ได้ก็ล่วงเลยเวลามานานมากเป็นปี และคณะชุดที่ 26 ก็มีเวลาทำงานเพียงเดือน 4 แต่ที่เขาทำได้เร็วเพราะว่ากกต.ใช้อำนาจเรียกเอกสารจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) อย่าลืมว่ากกต.ไม่ได้รับโอนสำนวนจากดีเอสไอ แต่กกต.ตั้งสำนวนจากเป็นความปรากฏ  และได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนร่วมกันระหว่าง กกต.กับดีเอสไอ ซึ่งกฎหมายให้อำนาจเราเรียกเอกสารหลักฐานในสำนวนของดีเอสไอได้ ซึ่งเราก็เรียกมาหมด ทำให้คณะทำงานได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คณะชุดที่ 26 ได้เห็นในสำนวนแล้วอยากจะสืบสวนสอบสวนต่อ แต่ไม่มีเวลาดำเนินการ เพราะสังคมมองว่าคดีล่าช้าเกินไปแล้ว จึงต้องเร่งสรุป ทั้งนี้บางสิ่ง กกต. พิจารณา ยังเห็นว่ามันไปไม่สุด ถ้าเราไปสั่งสอบเพิ่มก็จะช้า เดี๋ยวจะมีคนมาหาว่ากกต.ดึงเกม เราถูกกดดันและอยู่ในข้อกังขาของประชาชน

เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่าการสอบสวนที่ไม่สมบูรณ์อาจทำให้บางคนหลุดจากคดีได้นั้น นายสิทธิโชติ กล่าวว่า สมมุติว่าเรามีพยานอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ถ้าเรามีเพิ่มเติมมาด้วยก็จะเต็มที่ แล้วพอพยานที่มีเกิดข้อสงสัยอยู่ก็เป็นไปได้ ที่ว่าเมื่อเป็นข้อสงสัยก็ไปไม่ได้" แต่หากไปสั่งสอบเพิ่มก็จะถูกมองว่าดึงเวลาให้ล่าช้า

ส่วนข้อเสนอแนะให้ส่งสำนวนฟ้องทั้งหมดให้ศาลพิจารณาและไปหาหลักฐานเพิ่มเติมในชั้นศาลนั้น นายสิทธิโชติ กล่าวว่า พูดอย่างนั้นมันง่าย แต่ว่า กกต.มีไว้กลั่นกรองว่าสิ่งไหนที่ในเบื้องต้นสมควรจะไปถึงศาลหรือสมควรจะยุติแค่นี้ เพราะว่าการส่งไปหมดบางครั้งคนที่ถูกกล่าวหาและเขาไม่ควรจะต้องถูกดำเนินคดีต่อไปก็มี เพราะฉะนั้น กกต.ต้องใช้ดุลพินิจ มิฉะนั้นแล้วกกต.ก็ไม่สามารถกลั่นกรองอะไรได้

/////// 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top