วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กกต.รับ QR Code และ Bar Code ตรวจสอบถึงบัตรเลือกตั้งได้ แต่ต้องมีต้นขั้วและบัตรเลือกตั้ง ชี้เพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตร-นำบัตรออกนอกหน่วยทำบัตรเขย่ง ยันไม่รู้ถึงคนลงคะแนนแน่นอน แจงสาเหตุมี QR Code เป็นเทคนิคการพิมพ์ของโรงพิมพ์ ยันไม่มีทางเป็น Big Data เร่งหาตัว กปน.ปล่อยภาพบัตรติดต้นขั้วว่อนเน็ต
เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวรพงศ์ อนันเจริญกิจ ผู้อำนวยการ ชี้แจงข้อสงสัยกรณีที่มีการกำหนดบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ว่า โดยมีฐานที่มาจากข้อกฎหมายซึ่งถูกกำหนดไว้ในระเบียบกกต. ข้อที่ 129 ที่ให้อำนาจกกต.ในการกำหนดให้มีรหัสหรือเครื่องหมายหรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง ซึ่งในส่วนของบาร์โค้ดและ QR code ที่กำหนดไว้ นอกจากในเรื่องของการปลอมแปลงแล้ว ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในหลายมาตรการป้องกันการปลอมแปลง และยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมและบริหารจัดการโดยเฉพาะบัตรเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม เช่นในกระบวนการจัดพิมพ์บาร์โค้ดหรือ QR code เป็นข้อมูลในการ tracking จำนวนบัตรที่ถูกจัดพิมพ์ไว้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามีการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่
และขั้นตอนต่อมาคือการเข้าเล่มการ tracking ต่างๆก็มีการใช้บาร์โค้ดและ QR code สำหรับตรวจสอบก่อนเข้าเล่มบัตรเลือกตั้ง 1 เล่มมี 20 บัตร ก็ใช้วิธีการ tracking(ระบบติดตาม) จาก QR code และ barcode เพื่อให้รู้ว่าปกบัตรเล่มนี้มี 20 ใบมีเลขอะไรถึงเลขอะไรครบถ้วนถูกต้อง เมื่อนำไปใช้ในหน่วยเลือกตั้งจะไม่มีปัญหาเรื่องบัตรเขย่ง
ส่วนกระบวนการแจกจ่ายให้กับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่างๆ เช่น กกต.เขต และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เมื่อแจกจ่ายไปแล้วหากมีประเด็นบัตรเลือกตั้งเล็ดลอดออกไปสู่ภายนอก ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าบัตรที่เล็ดลอดออกไปถูกจัดสรรหรืออยู่ในความรับผิดชอบของใคร ผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัยที่กระทำความผิดซึ่งเป็นมาตรการที่กำหนดไว้ สุดท้ายเรื่องการตรวจสอบการป้องกันการทุจริตต่างๆ ก็สามารถนำมาตรวจสอบได้ เช่นการนำบัตรปลอมมาใช้ การนำบัตรมาใช้ข้ามเขตข้ามหน่วยต่างๆก็สามาถใช้บาร์โค้ดและ QR code ในการตรวจสอบได้เช่นกัน ยกตัวอย่างกรณีที่มีภาพปรากฏถ่ายบัตรเลือกตั้งติดกับต้นขั้วที่มีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ยอมรับว่าในบาร์โค้ดนี้เมื่อสแกนแล้วสามารถระบุได้ถึงเลขที่บัตรเลือกตั้ง โดยจากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่าสามารถ tracking ได้ ตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนเผยแพร่ เพราะบัตรที่ถูกเผยแพร่เป็นบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในเล่ม ยังไม่ได้ถูกฉีกออกไป แสดงว่าอยู่ในมือของผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ย้ำว่าเรื่องของการใช้ QR code และบาร์โค้ดไม่ได้ทำมาเพื่อถูกตรวจสอบtracking ไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ใช้ในการตรวจสอบควบคุมเรื่องการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น
ส่วนประเด็นข้อสงสัยว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปโดยตรงหรือลับนั้นหรือไม่ ก็จะเห็นว่าในแต่ละขั้นตอนกระบวนการไม่มีโอกาสที่จะรู้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด แม้จะมีภาพปรากฏว่ามีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและนำไปเผยแพร่เลขต่างๆนั้นไม่ได้พิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งใบนี้ผู้ใดเป็นคนลงคะแนน สำหรับกระบวนการรักษาความปลอดภัย หีบบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรต่างๆ ย้ำว่ามีกระบวนการจัดเก็บอย่างละกลุ่ม มีการแยกจัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วนมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่เชื่อมั่นว่าบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนไปแล้วเมื่อวันที่8 ก.พ.ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ลงคะแนนให้กับผู้สมัครและพรรคการเมืองใด
ว่าที่ร.ต. ภาสกร ฝากไปถึงประชาชนว่าอย่าคิดไกลไปถึงคนอื่นขอให้คิดเฉพาะที่ตนเองไปใช้สิทธิกระบวนการที่ไหลไปตามขั้นตอนจะไม่มีใครล่วงรู้ว่าตนเองลงคะแนนให้ใคร จนไปถึงกระบวนการควบคุมการเก็บรักษาจนถึงขั้นสุดท้ายซึ่งเก็บรักษาไว้ 2 ปี แม้กกต.ก็ไม่สามารถเปิดหีบบัตรได้ แต่จะสั่งเปิดได้กรณีเดียวคือการสั่งให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ต้องการบอกให้รู้ว่าการเลือกตั้งของท่านที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 และวันที่ 8 ก.พ.เป็นไปโดยตรงและลับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 85
นายวรพงศ์ กล่าวอีกว่า การจัดทำบาร์โค้ด และ QR code บนบัตรเลือกตั้ง เป็นมาตรการตรวจสอบความปลอดภัย ส่วนประชาชนที่ไปลงคะแนนห้ามทำเครื่องหมายเป็นที่สังเกตได้ สำหรับกรณีที่กปน.เข้าถึงบัตรต้นขั้วได้ ก็จะสามารถรู้ได้ว่าใครลงคะแนนให้กับบุคคลใดได้หรือไม่ ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กระบวนการนับคะแนนเป็นกระบวนการนับต่อหน้าสาธารณชน ก็จะมีการแยกบัตรดีบัตรเสียและบัตรไม่ลงคะแนนให้กับผู้สมัครใด ก็จะมีการจัดเก็บไว้ดังนั้นไม่สามารถนำบัตรแต่ละใบมาถ่ายมาสแกน เพื่อจะรู้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใดไม่สามารถทำได้ เพราะจะมีผู้สังเกตการณ์มีผู้แทนพรรคการเมืองไปนั่งสังเกตการณ์กระบวนการเหล่านี้ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน และกระบวนการวช้สิทธิเป็นการใช้สิทธิแบบคนต่อคน ดังนั้นกรรมการจะไม่ให้ประชาชนเข้าไปดูเอกสารของผู้ใดหรือเอกสารของใคร ซึ่งจะดูว่าประชาชนไปใช้สิทธิในลำดับของตัวเองและแจกบัตรให้ไป และไม่ทราบว่าบัตรใบไหนจะแจกให้ โดยผู้มีสิทธิจำนวนมากก็อาจจะใช้บัตรเลือกตั้งหลายเล่ม ดังนั้นไม่สามารถคิดได้ว่าใครที่อยู่ลำดับหลังจากเราจะเลือกใคร การใช้สิทธิเป็นเรื่องเฉพาะของเราเท่านั้น
เมื่อถามว่าบาร์โค้ดแม้จะบอกว่าป้องกัน แต่ว่าในทางปฏิบัติ มีการสแกนออกมาแล้ว ตัวเลขเป็นตัวเลขยูนิคนัมเบอร์ ตรวจย้อนกลับไปได้หรือไม่ ต้นขั้วเทียบกันได้หรือไม่ ถ้าเทียบแล้วเป็นความลับหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าสแกนออกมาแล้วจะขึ้นเป็นเลขที่บัตร แต่อย่างที่นำเรียน ขั้นตอนออกเสียงลงคะแนน และนับคะแนนเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ การเก็บรักษาอย่างที่นำเรียนไปแล้ว เรามีมาตรการหลายชั้น รวมถึงการเก็บรักษาขั้นสุดท้ายในที่ปลอดภัย และห้ามเปิด
เมื่อถามย้ำว่า แบบนี้ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวเสริมว่า โดยลับหมายถึง เราไปใช้สิทธิต้องไม่มีใครรู้ว่าเราใช้สิทธิให้กับผู้ใด อันนี้โดยตรงถือว่าลับแล้ว
เมื่อถามอีกว่าด้วยเหตุอะไรก็ตามแต่สามารถเอาต้นขั้ว และเอาบัตรลงคะแนน บาร์โค้ดไปแมตช์กัน จะสามารถบอกได้ว่าคน ๆ นั้นเลือกใคร อยากให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า ขอเล่าว่ากระบวนการเก็บต้นขั้วบัตรต่าง ๆ เก็บทั้งเขตเลือกตั้ง เขตหนึ่งราว 250 หน่วย หรือเก็บในภาพรวมทั้งจังหวัด อาจมีเป็นพันหน่วย อย่างที่ยกตัวอย่างเป็นไปได้ยากมากที่จะไปสืบค้น เพราะด้วยปริมาณที่นำเรียนถ้าคนกระทำคือมีเจตนาทุจริตแล้ว ไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง มีความผิดตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนักข่าวสอบถามประเด็นนี้ ได้เน้นย้ำหลายครั้งว่า กระบวนการนี้สามารถไล่ย้อนไปถึงต้นขั้ว และจะทราบว่าประชาชนกาผู้สมัคร หรือพรรคใดได้ใช่หรือไม่นั้น นายวรพงศ์ ไม่ได้ตอบคำถามในเรื่องนี้ แต่กล่าวว่า ถ้านำต้นขั้วบัตร หรือนำบัตรมาเทียบ มาตรการในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนนเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่า กกต.เอง หรือส่วนการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าเก็บที่ กกต.จังหวัด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถนำต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งที่จัดเก็บยุบรวมแบบนี้มาดูได้ว่า บัตรเลือกตั้งนั้นเป็นของใคร ถ้าใครกระทำการแบบนั้น จะมีความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าพนักงาน กกต.เอง หรือในส่วนของจังหวัดเองก็เช่นเดียวกัน
“ใครเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ยุบรวมกันแล้ว โดยที่ กกต.ไม่มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ก็แล้วแต่ ไม่มีผู้ใดดำเนินการดังเช่นว่าได้ โดยสำนักงาน กกต.ส่วนกลาง หรือจังหวัด มีเรื่องวินัยกำกับดูแลพวกเราเช่นเดียวกัน ถ้าใครทำหน้าที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตจะถูกลงโทษทางกฎหมาย” ส่วนกรณีมีการตั้งข้อสงสัยว่าบาร์โค้ดที่หลุดในโซเชียลมีเดียตอนนี้ ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งใด ข้อมูลผู้มาใช้สิทธิไม่รั่วไหลใช่หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวยืนยันว่า เห็นแค่เลขที่ ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
สำหรับบาร์โค้ดใช้ในการ Tracking การทุจริต หรือบัตรเขย่ง ทำไมใช้บาร์โค้ดในการตรวจสอบ มีวิธีการอื่น หรือเทคโนโลยีอื่นหรือไม่ เห็นจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่ไม่มี และบัตรลงคะแนนที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลตอนนี้ มีบาร์โค้ดที่เปิดไปแล้ว จะลงคะแนนโดยลับอยู่หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า เลือกตั้งปี 2566 บัตรเลือกตั้งแบ่งเขตมีการใช้คิวอาร์โค้ดอยู่ ส่วนการเผยแพร่ภาพบัตรในโซเชียลไปแล้ว เป็นบัตรที่ยังไม่มีการลงคะแนน เป็นบัตรติดเล่มอยู่ที่หน่วย อีกกรณีคือเผยแพร่ระหว่างการนับคะแนน กปน.เป็นผู้นับคะแนนเจ้าตัวไม่ได้เปิดเผยเอง และมีผู้สังเกตการณ์อยู่ด้วย เมื่อถามอีกว่า ทำไมต้องใช้บาร์โค้ด มีวิธีอื่นอีกหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า จริง ๆ มีหลายวิธี แต่ว่าขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์และเทคนิคการพิมพ์ของแต่ละโรงพิมพ์ กระบวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เวลาจำกัด แต่ละโรงอาจถนัดใช้เทคโนโลยีแบบนี้ บางโรงอาจไม่ถนัด แต่อยู่ในเงื่อนไขต้องสามารถตรวจสอบเรื่องตั้งให้สุจริตได้ เป็นวิธีแต่ละโรงพิมพ์จัดทำ
เมื่อถามว่า กกต.สั่งการโรงพิมพ์ทั้ง 3 แห่งให้ดำเนินการดังกล่าว แต่ไม่กลัวบัตรประชามติรั่วไหลหรือไม่ เพราะไม่ได้มีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด นายวรพงศ์ กล่าวว่า แม้บัตรประชามติไม่ได้มีบาร์โค้ด แต่มีมาตรการตรวจสอบทุจริตได้ แต่ต้องเรียนว่าไม่อาจเปิดเผย เพราะถ้าเปิดเผยจะรู้กันหมดว่าอยู่ตรงไหน โดยวิธีการขึ้นอยู่กับโรงพิมพ์แต่ละโรง เขาใช้วิธีการอะไรอย่างไร ทั้งนี้การใช้คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ดดังกล่าว ใช้ในการเลือกตั้งปี 2566 การเลือกตั้งท้องถิ่นมีแต่เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะถ้าเปิดเผย ก็เป็นรูปแบบเดียวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยปัจจุบันเมื่อดูข้อมูล มีหลายประเทศใช้รหัส ใช้โค้ดอยู่ แต่อาจไม่ได้เป็นคิวอาร์โค้ด หรือเป็นบาร์โค้ดชัดเจน
เมื่อถามว่า การใช้บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด จะสแกนกรณีไหนได้บ้าง ช่วยยกตัวอย่างให้ชัดเจน นายวรพงศ์ กล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบ มีเหตุร้องเรียนว่า มีการนำบัตรไปใช้ผิดที่ผิดทาง ข้ามหน่วยข้ามเขต การสแกนตรวจสอบได้ แต่เราก็สแกนแค่ว่า บัตรนี้จัดสรรไปที่เขตเลือกตั้งไหน และอยู่เขตเลือกตั้งนั้นหรือไม่ ถ้าดูเลขแล้วอยู่คนละเขต แสดงว่ามีความผิดปกติ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น
ส่วนตัวบัตรเลือกตั้งที่แยกออกเป็น 3 ส่วน ต้นขั้ว บัตรเลือกตั้งเอง พอพ้นอายุ 2 ปีไปแล้ว ทำลายอย่างไร และจะกลายเป็นบิ๊กดาต้าตรวจสอบได้หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า เรื่องการเก็บรักษาเก็บไว้ 2 ปี ส่วนเรื่องการทำลายเป็นอำนาจของ กกต.ในการอนุมัติให้ทำลายบัตรเลือกตั้ง กำหนดวิธีการ รูปแบบวิธีการว่าทำลายด้วยรูปแบบอะไร โอกาสไม่เกิดเป็นบิ๊กดาต้าแน่นอน เพราะว่าไม่มีใครไปเปิด
กรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) มาร้องเรียน เขียนในคำร้องว่า ตรวจสอบขั้วบัตรตรงกับรหัสหรือไม่ และระบบความลับต้องไม่มีใครรู้ เมื่อ กกต.รู้แล้ว สุ่มเสี่ยงหรือไม่ กังวลหรือไม่หากมีการไปร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เหมือนที่นำเรียน เวลาเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร กับตัวบัตรแยกกันต่างหาก ไม่สามารถรีเช็คได้ ต้นขั้วจัดเก็บส่วนหนึ่ง ส่วนบัตรเลือกตั้งใส่ในหีบเก็บรักษาไว้ส่วนหนึ่ง กระบวนการนี้ไม่มีใครรีเช็คได้ เว้นแต่กระทำการทุจริต หรือฝ่าฝืนกฎหมายจริง ๆ อันนั้นก็พิจารณาตามข้อเท็จจริงไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี